โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ซัมซุง” เตือนชิปขาดตลาด ดันต้นทุนพุ่ง จ่อพิจารณาขึ้นราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ม.ค. เวลา 10.21 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. เวลา 03.21 น.

"ซัมซุง" ชี้ภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำจากดีมานด์ศูนย์ข้อมูล AI กำลังกดดันอุตสาหกรรมทั่วโลก อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทบทวนการตั้งราคาสินค้าผู้บริโภค

วันที่ 7 มกราคม 2569 เวลา 08.24 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าบริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำจะผลักดันให้ราคาสินค้าในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวสูงขึ้นในวงกว้าง ซึ่งอาจรวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคของซัมซุงเองด้วย

แม้บริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์จะเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่พอร์ตสินค้าของซัมซุงก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงแรงกดดันจากต้นทุนของชิ้นส่วนสำคัญนี้ได้ ชิปหน่วยความจำถือเป็นองค์ประกอบหลักของอุปกรณ์แทบทุกชนิด ตั้งแต่สมาร์ตโฟน แล็ปท็อป ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะในบ้านและรถยนต์ไร้คนขับ

วอนจิน ลี ประธานและหัวหน้าฝ่ายการตลาดระดับโลกของซัมซุง กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า “จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับอุปทานเซมิคอนดักเตอร์ และมันจะส่งผลกระทบต่อทุกคน ราคากำลังปรับขึ้นอยู่ในขณะนี้ แน่นอนว่าเราไม่ต้องการผลักภาระนี้ไปให้ผู้บริโภค แต่เรากำลังจะถึงจุดที่ต้องพิจารณาการปรับราคาสินค้าของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

ลีให้สัมภาษณ์จากงาน CES ที่ลาสเวกัส ซึ่งซัมซุงนำเสนอผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลาย ตั้งแต่หูฟังไร้สายขนาดเล็ก ไปจนถึงโทรทัศน์ขนาด 130 นิ้วที่ครอบคลุมทั้งผนัง เช่นเดียวกับแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่ในงาน ซัมซุงกำลังนำเสนอวิสัยทัศน์ของระบบนิเวศผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมต่อถึงกันมากขึ้นและขับเคลื่อนด้วย AI ท่ามกลางความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น

กระแสการลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลด้าน AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ได้ก่อให้เกิดความต้องการชิปหน่วยความจำความเร็วสูง (High-Bandwidth Memory) ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างผลกำไรสูงและช่วยผลักดันราคาหุ้นของซัมซุงและผู้ผลิตหน่วยความจำรายอื่นอย่าง SK Hynix ขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะเดียวกันก็ทำให้อุปทานสำหรับการใช้งานด้านอื่นตึงตัวมากขึ้น

ขณะที่แบรนด์ใหญ่หลายราย เช่น Dell และ Xiaomi ได้ออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นราคาสินค้าแล้ว ขณะที่ Lenovo เริ่มกักตุนชิปหน่วยความจำตั้งแต่ปีที่แล้วเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ด้าน Counterpoint Research คาดการณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายนว่า ราคาชิปหน่วยความจำแบบโมดูลอาจเพิ่มขึ้นถึง 50% ภายในช่วงไตรมาสสองของปีนี้

อย่างไรก็ดีซัมซุงอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่าคู่แข่งที่ไม่สามารถผลิตชิปหน่วยความจำใช้เองได้ และลีมองว่าบริษัทจะสามารถเติบโตได้ดีกว่าภาพรวมของตลาด

“มองแนวโน้มปี 2569 ในแง่บวกมากกว่าประสบการณ์ที่เราเจอในปีที่ผ่านมา” ลีกล่าว พร้อมเสริมว่า “ในตลาดสมาร์ตโฟน เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ผู้บริโภคจำนวนมากกำลังมองหาการอัปเกรดอุปกรณ์เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้”

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...