“ซัมซุง” เตือนชิปขาดตลาด ดันต้นทุนพุ่ง จ่อพิจารณาขึ้นราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
"ซัมซุง" ชี้ภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำจากดีมานด์ศูนย์ข้อมูล AI กำลังกดดันอุตสาหกรรมทั่วโลก อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทบทวนการตั้งราคาสินค้าผู้บริโภค
วันที่ 7 มกราคม 2569 เวลา 08.24 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าบริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำจะผลักดันให้ราคาสินค้าในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวสูงขึ้นในวงกว้าง ซึ่งอาจรวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคของซัมซุงเองด้วย
แม้บริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์จะเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่พอร์ตสินค้าของซัมซุงก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงแรงกดดันจากต้นทุนของชิ้นส่วนสำคัญนี้ได้ ชิปหน่วยความจำถือเป็นองค์ประกอบหลักของอุปกรณ์แทบทุกชนิด ตั้งแต่สมาร์ตโฟน แล็ปท็อป ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะในบ้านและรถยนต์ไร้คนขับ
วอนจิน ลี ประธานและหัวหน้าฝ่ายการตลาดระดับโลกของซัมซุง กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า “จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับอุปทานเซมิคอนดักเตอร์ และมันจะส่งผลกระทบต่อทุกคน ราคากำลังปรับขึ้นอยู่ในขณะนี้ แน่นอนว่าเราไม่ต้องการผลักภาระนี้ไปให้ผู้บริโภค แต่เรากำลังจะถึงจุดที่ต้องพิจารณาการปรับราคาสินค้าของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
ลีให้สัมภาษณ์จากงาน CES ที่ลาสเวกัส ซึ่งซัมซุงนำเสนอผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลาย ตั้งแต่หูฟังไร้สายขนาดเล็ก ไปจนถึงโทรทัศน์ขนาด 130 นิ้วที่ครอบคลุมทั้งผนัง เช่นเดียวกับแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่ในงาน ซัมซุงกำลังนำเสนอวิสัยทัศน์ของระบบนิเวศผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมต่อถึงกันมากขึ้นและขับเคลื่อนด้วย AI ท่ามกลางความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น
กระแสการลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลด้าน AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ได้ก่อให้เกิดความต้องการชิปหน่วยความจำความเร็วสูง (High-Bandwidth Memory) ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างผลกำไรสูงและช่วยผลักดันราคาหุ้นของซัมซุงและผู้ผลิตหน่วยความจำรายอื่นอย่าง SK Hynix ขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะเดียวกันก็ทำให้อุปทานสำหรับการใช้งานด้านอื่นตึงตัวมากขึ้น
ขณะที่แบรนด์ใหญ่หลายราย เช่น Dell และ Xiaomi ได้ออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นราคาสินค้าแล้ว ขณะที่ Lenovo เริ่มกักตุนชิปหน่วยความจำตั้งแต่ปีที่แล้วเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ด้าน Counterpoint Research คาดการณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายนว่า ราคาชิปหน่วยความจำแบบโมดูลอาจเพิ่มขึ้นถึง 50% ภายในช่วงไตรมาสสองของปีนี้
อย่างไรก็ดีซัมซุงอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่าคู่แข่งที่ไม่สามารถผลิตชิปหน่วยความจำใช้เองได้ และลีมองว่าบริษัทจะสามารถเติบโตได้ดีกว่าภาพรวมของตลาด
“มองแนวโน้มปี 2569 ในแง่บวกมากกว่าประสบการณ์ที่เราเจอในปีที่ผ่านมา” ลีกล่าว พร้อมเสริมว่า “ในตลาดสมาร์ตโฟน เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ผู้บริโภคจำนวนมากกำลังมองหาการอัปเกรดอุปกรณ์เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้”
อ้างอิง : www.bloomberg.com