โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เวียดนามใช้ 3 ปี แย่งส่วนแบ่งตลาดทุเรียนไทยในจีนจาก 0 เป็น 40% ทำยอดเกือบ 94,000 ล้านบาท ทุเรียนไทยเป็นเบอร์หนึ่งในจีนมา 20 ปี โดนเวียดนาม มาเลเซีย ลาว ตีตลาดรุนแรง

BTimes

อัพเดต 06 ม.ค. เวลา 11.22 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. เวลา 00.06 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นางยุน หลิว นักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคอาเซียน ฝ่ายวิจัยการลงทุนระดับโลก ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) ซึ่งเป็นธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป เปิดเผยว่า อาเซียนยังคงได้เปรียบด้าน สินค้าเกษตร และสินค้าโภคภัณฑ์ สะท้อนจากประเทศอินโดนีเซียพึ่งการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์เป็นหลัก ส่วนประเทศไทย และฟิลิปปินส์มีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างในภาคเกษตร และเวียดนามกำลังตามมาอย่างรวดเร็วหลังจากได้ลงนามข้อตกลงทางการค้ากับจีนหลายฉบับ

อย่างไรก็ตาม สินค้าที่ขยายตัวอย่างน่าทึ่ง กลับไม่ใช่สินค้าเกษตรดั้งเดิม แต่กลับกลายเป็นทุเรียน ตลาดทุเรียนในจีนมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางทุเรียนจากไทยครองตลาดมายาวนานถึง 20 ปี หรือตั้งแต่ปี 2548 แต่การแข่งขันตลาดทุเรียนในจีนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากและต่อเนื่อง

ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เวียดนามเปิดตลาดส่งออกทุเรียนไปจีน โดยในปี 2020 สามารถเร่งยอดส่งออกขึ้นเป็น 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 93,600 ล้านบาท ที่สำคัญ เวียดนามสามารถแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดทุเรียนในจีนจากทุเรียนของไทย ด้วยการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 0% เป็นมากกว่า 40% ภายในเวลาเพียง 3 ปี

ด้านมาเลเซียเริ่มเข้าสู่การแข่งขันส่งออกทุเรียนไปจีนอย่างเป็นทางการ เนื่องจากได้รับอนุญาตส่งออกทุเรียนสดตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 เป็นต้นมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...