คร่า 1 ชีวิต! รถบรรทุกดั๊มป์ชนสะพานลอยบางนาตราด ร่วงทับรถ พ่อค้าไข่เสียชีวิตคาที่
จากเหตุระทึก รถบรรทุกยกดั๊มป์ ชนสะพานลอยบนถนนเทพรัตน บางนาตราด ช่องทางด่วนขาเข้า ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 34 ต.บางพลีน้อย อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ วันนี้(18 ธ.ค. 68) เมื่อช่วงเวลาประมาณ 09.30 น. ที่ผ่านมา
หลังเกิดเหตุ ศูนย์กู้ชีพปราการและศูนย์วิทยุพระนคร ระดมทีมกู้ชีพกู้ภัยและทีมอุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญูญูจำนวนมาก ระดมกำลังเข้าจุดที่เกิดเหตุเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะคนขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อคันเกิดเหตุ คือ นาย ลือชัย อายุ 65 ปี ซึ่งพบว่าได้รับบาดเจ็บติดคาซากของหัวรถบรรทุก ทีมชุดปฎิบัติการกู้ภัยของมูลนิธิร่วมกตัญญู ประเมินสถานการณ์ที่เกิดเหตุ ซึ่งพบว่าคานสะพานลอยที่มีน้ำหนักจำนวนมากกดทับหัวรถอย่างจัง เจ้าหน้าที่จึงต้องประสานรถเครนขนาดใหญ่จำนวน 2 คัน เข้ามายังที่เกิดเหตุ เพื่อยกคานสะพานลอยขึ้น จากนั้นจึงจะสามารถใช้เครื่องตัดถ่างงัดซากรถนำตัวคนขับรถบรรทุกรายนี้อกมาได้สำเร็จ ใช้เวลาประมาณ เกือบสองชั่วโมงในการช่วยเหลือ ซึ่งเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บค่อนข้างสาหัส ทีมกู้ชีพจึงปฐมพยาบาลและเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลบางบ่อ
ส่วนรถกระบะบรรทุกไข่ไก่ที่ถูกคานร่วงลงมาทับ เจ้าหน้าที่ต้องยกคานสะพานลอยเช่นกันเพื่องัดซากรถนำร่างของคนขับรายนี้อกมา ซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ที่ศีรษะถูกทับจนแบน ทราบชื่อต่อมา คือนาย สังเวียน เมฆเขียว อายุ 59 ปี ชาวจังหวัดสมุทรสาคร
นาย พิชากร ศรีจันทร์ทอง ผอ.แขวงทางหลวงสมุทรปราการ ออกมายืนยันว่า สำหรับคานสะพานลอยดังกล่าว การก่อสร้างและติดตั้งเป็นไปตามมาตรฐานที่กรมทางหลวงกำหนดไว้ และมีความปลอดภัยสูง โอกาสที่จะเกิดการหล่นลงมาเองนั้นแทบจะไม่เกิดขึ้น แต่สำหรับเคสนี้เกิดจากอุบัติเหตุของรถบรรทุกที่กระบะดั๊มป์ยกตัวแล้วไปชนกระแทกคานสะพานลอยอย่างจัง จนทำให้คานหลุดจากแท่นตอม่อสะพานหล่นลงมาดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้จะต้องให้ทางวิศกรกรมทางหลวงเข้ามาตรวจสอบตอม่อและคานสะพานที่เหลือในเรื่องของความปลอดภัย ขณะนี้จะต้องเร่งเคลียร์สะพานลอยดังกล่าวออกก่อนและปิดใช้งานชั่วคราวจนกว่าจะตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและวางคานสะพานใหม่
ขณะที่ นาย ศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เดินทางลงพื้นที่ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้ควบคุมการปฎิบัติพร้อมระดมกำลังผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งตำรวจจราจร ฝ่ายปกครอง แขวงทางหลวง และอาสาสมัคร ลงพื้นที่เพื่อวางแผนระบายการจราจร พร้อมกำชับการปฎิบัติให้มีความปลอดภัย ขณะนี้เน้นเรื่องความสะดวกในการเดินทางของประชาชน เนื่องจากเป็นถนนสายหลักที่มีผู้ใช้เส้นทางจำนวนมาก ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจร ในช่องทางด่วนทุกช่องทาง
ส่วนการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อคนขับรถบรรทุกพ่วงคันเกิดเหตุ ซึ่งตัวสะพานลอยเป็นทรัพย์สินของทางหลวง ในส่วนของทางหลวงก็จะมีการแจ้งความเอาผิดตามกฎหมาย ส่วนของผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินรถยนต์ก็แยกเป็นอีกคดี ซึ่งมีพนักงานสอบสวนของ สภ.บางพลีน้อย เข้ามาดำเนินการ ส่วนที่เกิดเหตุคาดว่าจะสามารถเปิดการจราจรได้อย่างช้าสุดคือช่วงเย็นของวันนี้