โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

หลายคนตั้งคำถาม “เบน สมิธ” คือใคร

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2568 เวลา 08.00 น.

หลายคนตั้งคำถาม “เบน สมิธ” คือใคร

สิ่งที่ทำให้ทุกคนเริ่มคุ้นหู เริ่มรู้จักชื่อ เบน สมิธ มากขึ้น ก็เริ่มมาจากการที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ในช่วงที่มีการแถลงนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยนายรังสิมันต์อภิปราย อ้างว่า นายเบนสมิธ อาจมีส่วนเกี่ยวโยงกับ สแกมเมอร์ การฟอกเงินผิดกฎหมาย หรืออาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ ในประเทศกัมพูชา

สื่อ-ประชาชนเริ่มอยากรู้จัก "เบนสมิธ" มากขึ้น

ทำให้หลายคนเริ่มรู้จัก ทั้งประชาชนและสื่อเริ่มจับจ้องกันมากขึ้น อีกทั้งยังมีประเด็นที่ เริ่มมีภาพออกมา ที่นายเบน สมิธ มีภาพคู่กับผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย คือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และภาพถ่ายที่คู่กับ ร้อยเอกธรรมนัส พรมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีกระแสข่าวว่า จะนั่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม

นอกจากรัฐมนตรี-ผู้นำจิตวิญาณแล้ว ยังภาพ เบนสมิธ ร่วมเฟรม นายกฯ คนที่ 32 ของประเทศไทย

ในภาพถ่ายในอดีตที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (3 ธ.ค.) และก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย คือหนึ่งในบุคคลที่อยู่ในภาพหลุด โดยนายกฯยอมรับว่าเป็นภาพเก่าเมื่อ 11 ปีก่อน เคยเจอนายเบน สมิธ 5-6 ครั้ง ในงาน ย้ำว่าไม่สนิท

อีกทั้งยังมีภาพเบน สมิธ คู่กับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในบรรยากาศงานเลี้ยง ขณะยืนพูดคุยกับนายเบนที่กำลังถือแก้วไวน์อยู่ ด้านนายเอกนิติ ยืนยันว่า ในภาพตนเป็นอาจารย์ในหลักสูตร ไม่มีอะไร

"เบน สมิธ" โต้ บอกถูกใส่ร้าย ยัน ไม่เกี่ยวข้องกับคอลเซนเตอร์

เบน สมิธ ออกแถลงการณ์ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ครอบครัวและหุ้นส่วนทางธุรกิจตกเป็นเหยื่อของกระบวนการโจมตีเพื่อพยายามทำลายชื่อเสียงโดยการกล่าวหาด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จและการกล่าวพาดพิงโดยมิได้ใช้ความระมัดระวังผ่านช่องทาง การกระทำดังกล่าวมิใช่การทำข่าวในฐานะสื่อโดยชอบธรรม แต่เป็นการโจมตีที่มีเจตนามุ่งร้ายอย่างชัดเจน

“ซึ่งมีการพยายามที่จะฉายภาพให้ประชาชนเห็นว่าตนเองเป็นอาชญากรหนีคดีและสื่อว่าความสำเร็จในชีวิตและอาชีพการงานมาจากการฟอกเงิน การค้ามนุษย์ และแก๊งคอลเซนเตอร์คำกล่าวอ้างดังกล่าวไม่มีมูลความจริงหรือหลักฐานใด ๆ ไม่เคยเป็นผู้ทำความผิดทางอาญาหรือเป็นอาชญากรหนีคดีตามที่มีการกล่าวอ้างอย่างผิดๆ การกล่าวหาทั้งหมดมิได้มีการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน”

โดยเฉพาะคดีที่ประเทศ New Zealand ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ตนเริ่มทำงานนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สืบสวนสอบสวนแล้วและได้ข้อสรุปแล้วว่าไม่ใช่เป็นการกระทำความผิดทางอาญา ในบรรดาข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จทั้งหลาย ข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงที่สุดได้แก่ข้อกล่าวหาที่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการฟอกเงิน แก๊งคอลเซนเตอร์ และการค้ามนุษย์ในประเทศกัมพูชา

"ผมขอยืนยันว่าผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องที่ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น ไม่ว่าทั้งในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตข้อกล่าวหาที่พยายามเชื่อมโยงผมกับประเด็นด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรืออาชญากรรมคอลเซนเตอร์ ตลอดจนประเด็นด้านความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจหรือพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยและประเทศกัมพูชานั้น ก็เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงเช่นเดียวกัน" เบน สมิธ กล่าว

ปปง. ยืนยันว่า ไม่ปรากฏข้อมูลการถูกดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน ของ "เบน สมิธ"

นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ในตอนแรกได้เป็นทนายความของ เบน สมิธ ได้ประสานงานกับหน่วยงานรัฐเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของลูกความ
โดย หนังสือจาก ปปง. นายธนดลได้รับหนังสือตอบกลับจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยืนยันว่า ไม่ปรากฏข้อมูลการถูกดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน ของนายเบน สมิธ ในฐานข้อมูลปัจจุบัน

DSI ยืนยัน ไม่พบข้อมูล เบน สมิธ เคยถูกกล่าวโทษหรือดำเนินคดี

โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยืนยันว่า ไม่พบข้อมูลนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ เบน สมิธ เคยถูกกล่าวโทษหรือดำเนินคดี และไม่อยู่ในฐานข้อมูลหรือหมายจับของ DSI หลังทนายความยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบ จากกระแสข่าวโยงชื่อกับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ของสหรัฐฯ โดยปัจจุบัน DSI ยังไม่ได้รับเรื่องร้องทุกข์หรือสืบสวนพฤติการณ์ใดเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าว

17 ธ.ค. 68 เวลาประมาณ 20.00 น. ทนายวิฑูรย์ เก่งงาน (ที่หลายคนรู้จักในนามของทนายความคดีดิไอคอน กรุ๊ป ) รับ ว่าเป็นทนายความให้ เบน สมิธ

ด้าน ทนายวิฑูรย์ โพสต์ข้อความระบุว่า Mr. Ben Smith ได้ว่าจ้าง Witoon&Partner Law Firm Co.,Ltd.ให้เป็นที่ปรึกษากฎหมาย และแต่งตั้งผมพร้อมทีมงาน ให้ทำหน้าที่เป็นทนายความ เพื่อให้คำปรึกษาและดำเนินการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ตอนแรกมีชื่อ "เบน สมิธ" ตอนนี้เอาออกแล้ว

กรณีที่มีการอ้างถึงคดีที่สหรัฐอเมริกา ข้อมูลที่นายรังสิมันต์อ้างอิงจากนักข่าวต่างประเทศชื่อทอม ไรต์ ที่กล่าวว่าสหรัฐอเมริกาจะดำเนินคดีกับนายเบน สมิธ นั้นไม่เป็นความจริง ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาได้นำชื่อนายเบน สมิธ ออกจากรายการดังกล่าวและยุติการดำเนินการใดๆ แล้ว

เบน สมิธ เป็นคนเก่ง มีฝีมือ ได้รับเกียรติจากผู้นำหลายๆประเทศให้เป็นที่ปรึกษา และนักธุรกิจ ระดับโลกให้ เบน สมิธ เป็นที่ปรึกษา สำหรับบทบาทของ เบน สมิธ ในอาเซียน เขาเป็นทั้งนักลงทุนที่นำบริษัทต่างประเทศมาลงทุน ถ้าคุณโรมเช็กดีๆ เบน สมิธ นำบริษัทต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทย มูลค่ากว่าแสนล้าน ประเทศชาติได้รับประโยชน์มาก

โดยคุณโรม โพสต์เฟซบุ๊กว่า เบน หลบหนี ซึ่งไม่เป็นความจริง เบน มีที่อยู่ อยู่ต่างประเทศ มีธุรกิจต่างประเทศ และเวลานี้โรงเรียนปิดภาคเรียน เบน ในฐานะที่เป็นพ่อที่ดีเป็นสามีที่ดี จึงพาภรรยาและลูกไปอยู่ต่างประเทศเหมือนครอบครัวคนไทยหลายครอบครัวที่ทำแบบนี้

เบน สมิธ ถูกใช้เป็นอาวุธทางการเมือง โจมตีกันไปมา เรื่องที่เกิดขึ้น ข้อเท็จจริงไม่จริงเลย ทำให้ครอบครัวเขา ตัวเขา ลูกๆเขา เสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก สภาพจิตใจได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากการกระทำนี้ ในฐานะที่ คุณโรมเป็นพ่อคนเหมือนกัน หวังว่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้เป็นอย่างดี ทนายวิฑูรย์ กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...