โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

มองแนวคิด ‘ยศชนัน’ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ธ.ค. 2568 เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 12.48 น.
ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

มอง 6 แนวคิดน่าสนใจจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ในสนามเลือกตั้ง 2569

การเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย วันนี้ (16 ธ.ค. 2568) ซึ่งเป็นหนึ่งในการเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ โดยหนึ่งในแคนดิเดตที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและสาธารณชนคือ ‘ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ นักวิจัยด้านสมองและวิศวกรรมชีวการแพทย์ ลูกชายอดีตนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และเป็นหลานของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร

โดยก่อนหน้านี้ยศชนันเคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่ เขต 3 เมื่อปี 2557 และได้รับชัยชนะ แต่ในการเลือกตั้งครั้งนั้นถูกตัดสิทธิให้เป็นโมฆะ จึงไม่ได้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

และก่อนจะมีการเปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ ยศชนันได้มีโอกาสเป็นวิทยากร ในการอบรมโครงการ Pheu Thai Young Professionals Program (YPP) รุ่นที่ 2 ซึ่งจัดโดยพรรคเพื่อไทย ในหัวข้อ “From Research to Policy” โดยพูดถึงประสบการณ์ในการทำงานวิจัยต่าง ๆ กว่า 20 ปี จนถึงการคิดค้นและพัฒนาเพื่อให้ประเทศนี้น่าอยู่ขึ้นสำหรับทุกคน

“ประชาชาติธุรกิจ” สรุปแนวคิดน่าสนใจของ ‘ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ จากเวทีนี้

1.สิ่งที่ AI ไม่เก่ง = สิ่งที่เราเก่ง

ประเด็นดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยศชนันท์เปิดประเด็นบนเวทีอบรมนี้ โดยมองว่าจุดแข็งของไทยไม่ใช่การแข่งทำ AI ให้ล้ำที่สุด แต่คือการใช้เทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหาที่มนุษย์เผชิญอยู่จริง ๆ โดยเฉพาะคนตัวเล็กและคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

“ถ้าเมื่อไหร่เราสามารถที่จะใช้ Asset ที่อยู่ในตัวเรา แล้วรู้ว่าจะใช้เขายังไง อันนี้คือสิ่งที่อยากให้เห็น”

นอกจากนี้ ยศชนันยังแชร์มุมมองถึงความท้าทายที่อยากเห็นต่อไปคือ จะทำอย่างไรให้ AI ถูกนำมาใช้ได้แบบทันสมัยที่สุด (Cutting Edge) และสามารถนำมาใช้ให้เสร็จได้ และทำอย่างไรให้พร้อมใช้งานตามขั้นตอนหรือไทม์ไลน์ที่วางไว้

2.ไทยมีศักยภาพสู่ระดับโลก

ตัวอย่างหนึ่งที่ยศชนันพูดถึง คือการทำวิจัยเกี่ยวกับการเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface (BCI)) เพื่อช่วยเหลือผู้พิการจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ ซึ่งทำให้ร่างกายขยับไม่ได้ แต่สมองยังทำงานอยู่ บนฐานคิดที่ว่า “ทำอย่างไรให้เขา ‘ขยับได้อีกครั้ง’ ไม่ใช่แค่ ‘มีชีวิตรอด”

และจากกระบวนการวิจัยต่าง ๆ จนถึงการเดินหน้าไปสู่เวทีแข่งขันในระดับนานาชาติ ยศชนันมองงานวิจัยดังกล่าวว่า “งานวิจัยที่ดี ไม่ใช่งานที่ทำให้เราได้ตีพิมพ์คนเดียว แต่คืองานที่ทำให้คนคนหนึ่งกลับมารู้สึกว่า ‘ผมเป็นมนุษย์เต็มคนอีกครั้ง’”

อีกทั้งยังสะท้อนภาพว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการทำเทคโนโลยี แต่มีปัญหาด้านโครงสร้างการสนับสนุนวิจัย และวิธีคิดที่ยังไม่กล้าลงทุนเพื่อให้คนพิการเข้าถึงได้ในราคาที่ถูก จับต้องได้

“ประเทศไทยมีศักยภาพทำเทคโนโลยีเหล่านี้เองได้ แต่ติดอยู่ที่โครงสร้างการสนับสนุนวิจัย และวิธีคิดที่ยังไม่กล้าลงทุนเพื่อให้คนพิการเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ในราคาที่จับต้องได้” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว

อีกหนึ่งแนวคิดที่มีการพูดถึง นั่นคือ “อวัยวะเทียม” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการต่อยอดจากการเป็นประเทศเกษตรกรรมสู่การเป็นประเทศชั้นนำด้านไบโอเทค โดยยศชนันเล่าถึงแนวทางไตเทียม-หัวใจเทียม-ปอดเทียม และการทำงานร่วมกับต่างประเทศเรื่องหมูดัดพันธุกรรม ที่สามารถใช้เป็นแหล่งอวัยวะสำหรับมนุษย์ได้ พร้อมทั้งมองว่าเราสามารถเป็นระดับโลกได้ถ้ากล้าลงทุนอย่างจริงจัง

“ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเป็นแค่ ‘ครัวโลก’ อย่างเดียว เราเป็น ‘ห้องผ่าตัดของโลก’ ได้ ถ้าเรากล้าลงทุนเรื่องไบโอเทคและอวัยวะเทียมอย่างจริงจัง” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว

3.ยุคของ Digital Twin

จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่เกิดขึ้นช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา คำหนึ่งที่ถูกหยิบมาพูดถึงคือ “Digital Twin” ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบการใช้เทคโนโลยีเพื่อทำความเข้าใจและรับมือสภาวะหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ยศชนันเล่าตัวอย่างหนึ่งคือ การนำข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างเป็นแบบจำลอง เช่น น้ำทะเลจำลอง ซึ่งนำข้อมูลจากเซ็นเซอร์ต่าง ๆ มาใช้ในการทำความเข้าใจปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งประเทศไทยมีผู้ที่คอยสังเกตเซ็นเซอร์ต่าง ๆ อยู่แล้ว ยังไม่ได้มีการนำข้อมูลต่าง ๆ มาบูรณาการอย่างจริงจัง ซึ่ง Digital Twin คือหนึ่งในรูปแบบของการใช้ AI เพื่อคาดการณ์สถานการณ์บางอย่าง

4.คว้าโอกาส ไม่ต้องรอทุน

“ทุนวิจัย” เป็นอีกหนึ่งประเด็นน่าสนใจ โดยยศชนันเล่าประสบการณ์ช่วงหลังเรียนจบ ซึ่งองค์กรส่วนใหญ่มองงานด้านสมอง-คอมพิวเตอร์ เป็นสิ่งที่เพ้อฝัน และไม่มีการให้ทุนวิจัยจากราชการด้วย ทำให้ต้องตัดสินใจพากลุ่มที่ขาดโอกาส ทั้งเด็กยากจน เด็กพิการ เด็กทั่วไป เข้าแข่งขันเวทีประกวดนวัตกรรม เพื่อชิงรางวัลมาเป็นทุนวิจัยก้อนแรก และประกวดต่อเนื่องจนบางครั้งได้รางวัลเพียงที่เดียวจากจำนวนรายการที่ลงแข่งกว่า 20 รายการ แต่รางวัลเดียวนั้น เป็นทั้งการสร้างเงินทุนและสร้างความเชื่อมั่นให้เดินต่อ

“อย่าปล่อยให้เด็กไม่มีเส้น ไม่มีเงิน ต้องนั่งรอทุนอย่างเดียว ประเทศที่ดีต้องสร้าง ‘สนาม’ ให้เขาไปคว้าโอกาสเองได้” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว

5.ให้โอกาสคนพิการ

อีกหนึ่งเรื่องที่ยศชนันพูดถึง คือประสบการณ์การพาผู้พิการที่ไขสันหลังเสียหายจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ ทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้นานถึง 3 ปี เข้าสู่การวิจัยเรื่องการใช้เทคโนโลยีสมองควบคุมอุปกรณ์ช่วยเหลือ ผ่านการฟื้นฟูกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ฝ่อลีบ ควบคู่กับการกายภาพบำบัด การออกแบบวงจรไฟฟ้าเฉพาะทาง และการฝึกสมองผ่านคอมพิวเตอร์

การวิจัยครั้งนี้เปลี่ยนผู้ที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวให้ขยับได้เป็นครั้งแรกหลังอุบัติเหตุ และสามารถปั่นจักรยานจนถึงหมุนเวทีพาราลิมปิกนวัตกรรมได้ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว

เหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนที่ยศชนันเล็งเห็นความสำคัญและอยากผลักดันให้การศึกษาสำหรับคนพิการเป็นเรื่องที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญอย่างแท้จริง พร้อมทั้งสะท้อนมุมมองว่า ถ้าหากมีโอกาส พวกเขาก็เก่งไม่แพ้ใครในโลก

“ผมไม่ได้พาเขาไปเพราะอยากได้รางวัล ผมพาเขาไปเพื่อให้เขารู้ว่า ‘ชีวิตยังไปต่อได้’ และเพื่อให้ประเทศเห็นว่า ถ้ามีโอกาส คนพิการไทยเก่งไม่แพ้ใครในโลก”

6.คิดเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน

ช่วงท้ายของเวทีอบรมครั้งนี้ จากหลาย ๆ ประเด็นที่ยศชนันได้แลกเปลี่ยนกับผู้เข้าร่วม นำไปสู่การวางโจทย์ในการผลักดันนโยบายของประเทศ ตั้งแต่การช่วยเหลือคนพิการให้กลับมามีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การสร้างระบบทุนแบบใหม่ให้มีโอกาสได้โดยไม่ต้องอาศัยเส้น จนถึงการนำวัฒนธรรมของไทยมาต่อยอดเป็นเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพของทั้งสังคม

ยศชนันสะท้อนมุมมองว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เครื่องจักร แต่เป็นวิธีการว่าจะทำอย่างไรให้คนในประเทศมีความสุขขึ้น

“ขอให้เราได้อยู่ในประเทศที่มีความสุข และไม่มีใครต้องถูกทิ้ง เพียงเพราะเขาพิการ จน หรือเกิดมาผิดที่ผิดทาง”

เปิดวิสัยทัศน์ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ

ขณะที่ในเวทีเปิดแคมเปญ “ยกเครืองประเทศไทย เพื่อไทยทําได้” วันนี้ (16 ธ.ค. 68) ยศชนันมองว่าประเทศไทยยังมีความหวัง เสนอการปรับโครงสร้างต่าง ๆ ใหม่ โครงสร้างเศรษฐกิจและโครงสร้างทางเทคโนโลยี ผสมกับความคิดสร้างสรรค์ของความเป็นคนไทย

พร้อมทั้งวางเป้าหมายสำคัญของพรรคในการวางรากฐานประเทศสู่การเป็นประเทศรายได้สูง ด้วยเศรษฐกิจมูลค่าสูง ตั้งแต่การพัฒนาเครื่องจักรเดิม (ภาคเกษตรกรรม, การผลิต, บริการ) ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสร้างเครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่ เรียนรู้ เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ควบคู่การพัฒนาคน สู่การต่อยอดอุตสาหกรรมคุณภาพสูง

พร้อมทั้งมีการพูดถึงหน้าที่ของภาครัฐใน 3 เรื่องหลัก ตั้งแต่การสร้างความเชื่อมั่นผ่านการสร้างความมั่นคงในทุกด้าน และการทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ (Rule of Law) โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการคอร์รัปชั่น โดยเสนอการสร้างความโปร่งใสด้วยรัฐบาลดิจิตัล และการสร้างวัฒนธรรมการต่อต้านคอร์รัปชั่น

อีกหนึ่งประเด็นคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เน้นไปที่การสร้างคนคือการศึกษาที่พัฒนาและปรับตัว หากประเทศไทยมีเป้าหมายเป็นระบบเศรษฐกิจคุณภาพสูง การศึกษาในทุกระดับชั้นตลอดจนการอัพสกิล รีสกิลผู้สูงอายุ และทุกองคาพยพเมื่อมีเป้าหมายเดียวกันก็จะสามารถปรับปรุงไปยังเป้าหมายเดียวกันได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มองแนวคิด ‘ยศชนัน’ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...