มองแนวคิด ‘ยศชนัน’ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย
มอง 6 แนวคิดน่าสนใจจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ในสนามเลือกตั้ง 2569
การเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย วันนี้ (16 ธ.ค. 2568) ซึ่งเป็นหนึ่งในการเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ โดยหนึ่งในแคนดิเดตที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและสาธารณชนคือ ‘ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ นักวิจัยด้านสมองและวิศวกรรมชีวการแพทย์ ลูกชายอดีตนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และเป็นหลานของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร
โดยก่อนหน้านี้ยศชนันเคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่ เขต 3 เมื่อปี 2557 และได้รับชัยชนะ แต่ในการเลือกตั้งครั้งนั้นถูกตัดสิทธิให้เป็นโมฆะ จึงไม่ได้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
และก่อนจะมีการเปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ ยศชนันได้มีโอกาสเป็นวิทยากร ในการอบรมโครงการ Pheu Thai Young Professionals Program (YPP) รุ่นที่ 2 ซึ่งจัดโดยพรรคเพื่อไทย ในหัวข้อ “From Research to Policy” โดยพูดถึงประสบการณ์ในการทำงานวิจัยต่าง ๆ กว่า 20 ปี จนถึงการคิดค้นและพัฒนาเพื่อให้ประเทศนี้น่าอยู่ขึ้นสำหรับทุกคน
“ประชาชาติธุรกิจ” สรุปแนวคิดน่าสนใจของ ‘ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ จากเวทีนี้
1.สิ่งที่ AI ไม่เก่ง = สิ่งที่เราเก่ง
ประเด็นดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยศชนันท์เปิดประเด็นบนเวทีอบรมนี้ โดยมองว่าจุดแข็งของไทยไม่ใช่การแข่งทำ AI ให้ล้ำที่สุด แต่คือการใช้เทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหาที่มนุษย์เผชิญอยู่จริง ๆ โดยเฉพาะคนตัวเล็กและคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
“ถ้าเมื่อไหร่เราสามารถที่จะใช้ Asset ที่อยู่ในตัวเรา แล้วรู้ว่าจะใช้เขายังไง อันนี้คือสิ่งที่อยากให้เห็น”
นอกจากนี้ ยศชนันยังแชร์มุมมองถึงความท้าทายที่อยากเห็นต่อไปคือ จะทำอย่างไรให้ AI ถูกนำมาใช้ได้แบบทันสมัยที่สุด (Cutting Edge) และสามารถนำมาใช้ให้เสร็จได้ และทำอย่างไรให้พร้อมใช้งานตามขั้นตอนหรือไทม์ไลน์ที่วางไว้
2.ไทยมีศักยภาพสู่ระดับโลก
ตัวอย่างหนึ่งที่ยศชนันพูดถึง คือการทำวิจัยเกี่ยวกับการเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface (BCI)) เพื่อช่วยเหลือผู้พิการจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ ซึ่งทำให้ร่างกายขยับไม่ได้ แต่สมองยังทำงานอยู่ บนฐานคิดที่ว่า “ทำอย่างไรให้เขา ‘ขยับได้อีกครั้ง’ ไม่ใช่แค่ ‘มีชีวิตรอด”
และจากกระบวนการวิจัยต่าง ๆ จนถึงการเดินหน้าไปสู่เวทีแข่งขันในระดับนานาชาติ ยศชนันมองงานวิจัยดังกล่าวว่า “งานวิจัยที่ดี ไม่ใช่งานที่ทำให้เราได้ตีพิมพ์คนเดียว แต่คืองานที่ทำให้คนคนหนึ่งกลับมารู้สึกว่า ‘ผมเป็นมนุษย์เต็มคนอีกครั้ง’”
อีกทั้งยังสะท้อนภาพว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการทำเทคโนโลยี แต่มีปัญหาด้านโครงสร้างการสนับสนุนวิจัย และวิธีคิดที่ยังไม่กล้าลงทุนเพื่อให้คนพิการเข้าถึงได้ในราคาที่ถูก จับต้องได้
“ประเทศไทยมีศักยภาพทำเทคโนโลยีเหล่านี้เองได้ แต่ติดอยู่ที่โครงสร้างการสนับสนุนวิจัย และวิธีคิดที่ยังไม่กล้าลงทุนเพื่อให้คนพิการเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ในราคาที่จับต้องได้” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว
อีกหนึ่งแนวคิดที่มีการพูดถึง นั่นคือ “อวัยวะเทียม” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการต่อยอดจากการเป็นประเทศเกษตรกรรมสู่การเป็นประเทศชั้นนำด้านไบโอเทค โดยยศชนันเล่าถึงแนวทางไตเทียม-หัวใจเทียม-ปอดเทียม และการทำงานร่วมกับต่างประเทศเรื่องหมูดัดพันธุกรรม ที่สามารถใช้เป็นแหล่งอวัยวะสำหรับมนุษย์ได้ พร้อมทั้งมองว่าเราสามารถเป็นระดับโลกได้ถ้ากล้าลงทุนอย่างจริงจัง
“ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเป็นแค่ ‘ครัวโลก’ อย่างเดียว เราเป็น ‘ห้องผ่าตัดของโลก’ ได้ ถ้าเรากล้าลงทุนเรื่องไบโอเทคและอวัยวะเทียมอย่างจริงจัง” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว
3.ยุคของ Digital Twin
จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่เกิดขึ้นช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา คำหนึ่งที่ถูกหยิบมาพูดถึงคือ “Digital Twin” ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบการใช้เทคโนโลยีเพื่อทำความเข้าใจและรับมือสภาวะหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ยศชนันเล่าตัวอย่างหนึ่งคือ การนำข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างเป็นแบบจำลอง เช่น น้ำทะเลจำลอง ซึ่งนำข้อมูลจากเซ็นเซอร์ต่าง ๆ มาใช้ในการทำความเข้าใจปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งประเทศไทยมีผู้ที่คอยสังเกตเซ็นเซอร์ต่าง ๆ อยู่แล้ว ยังไม่ได้มีการนำข้อมูลต่าง ๆ มาบูรณาการอย่างจริงจัง ซึ่ง Digital Twin คือหนึ่งในรูปแบบของการใช้ AI เพื่อคาดการณ์สถานการณ์บางอย่าง
4.คว้าโอกาส ไม่ต้องรอทุน
“ทุนวิจัย” เป็นอีกหนึ่งประเด็นน่าสนใจ โดยยศชนันเล่าประสบการณ์ช่วงหลังเรียนจบ ซึ่งองค์กรส่วนใหญ่มองงานด้านสมอง-คอมพิวเตอร์ เป็นสิ่งที่เพ้อฝัน และไม่มีการให้ทุนวิจัยจากราชการด้วย ทำให้ต้องตัดสินใจพากลุ่มที่ขาดโอกาส ทั้งเด็กยากจน เด็กพิการ เด็กทั่วไป เข้าแข่งขันเวทีประกวดนวัตกรรม เพื่อชิงรางวัลมาเป็นทุนวิจัยก้อนแรก และประกวดต่อเนื่องจนบางครั้งได้รางวัลเพียงที่เดียวจากจำนวนรายการที่ลงแข่งกว่า 20 รายการ แต่รางวัลเดียวนั้น เป็นทั้งการสร้างเงินทุนและสร้างความเชื่อมั่นให้เดินต่อ
“อย่าปล่อยให้เด็กไม่มีเส้น ไม่มีเงิน ต้องนั่งรอทุนอย่างเดียว ประเทศที่ดีต้องสร้าง ‘สนาม’ ให้เขาไปคว้าโอกาสเองได้” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว
5.ให้โอกาสคนพิการ
อีกหนึ่งเรื่องที่ยศชนันพูดถึง คือประสบการณ์การพาผู้พิการที่ไขสันหลังเสียหายจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ ทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้นานถึง 3 ปี เข้าสู่การวิจัยเรื่องการใช้เทคโนโลยีสมองควบคุมอุปกรณ์ช่วยเหลือ ผ่านการฟื้นฟูกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ฝ่อลีบ ควบคู่กับการกายภาพบำบัด การออกแบบวงจรไฟฟ้าเฉพาะทาง และการฝึกสมองผ่านคอมพิวเตอร์
การวิจัยครั้งนี้เปลี่ยนผู้ที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวให้ขยับได้เป็นครั้งแรกหลังอุบัติเหตุ และสามารถปั่นจักรยานจนถึงหมุนเวทีพาราลิมปิกนวัตกรรมได้ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว
เหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนที่ยศชนันเล็งเห็นความสำคัญและอยากผลักดันให้การศึกษาสำหรับคนพิการเป็นเรื่องที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญอย่างแท้จริง พร้อมทั้งสะท้อนมุมมองว่า ถ้าหากมีโอกาส พวกเขาก็เก่งไม่แพ้ใครในโลก
“ผมไม่ได้พาเขาไปเพราะอยากได้รางวัล ผมพาเขาไปเพื่อให้เขารู้ว่า ‘ชีวิตยังไปต่อได้’ และเพื่อให้ประเทศเห็นว่า ถ้ามีโอกาส คนพิการไทยเก่งไม่แพ้ใครในโลก”
6.คิดเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน
ช่วงท้ายของเวทีอบรมครั้งนี้ จากหลาย ๆ ประเด็นที่ยศชนันได้แลกเปลี่ยนกับผู้เข้าร่วม นำไปสู่การวางโจทย์ในการผลักดันนโยบายของประเทศ ตั้งแต่การช่วยเหลือคนพิการให้กลับมามีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การสร้างระบบทุนแบบใหม่ให้มีโอกาสได้โดยไม่ต้องอาศัยเส้น จนถึงการนำวัฒนธรรมของไทยมาต่อยอดเป็นเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพของทั้งสังคม
ยศชนันสะท้อนมุมมองว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เครื่องจักร แต่เป็นวิธีการว่าจะทำอย่างไรให้คนในประเทศมีความสุขขึ้น
“ขอให้เราได้อยู่ในประเทศที่มีความสุข และไม่มีใครต้องถูกทิ้ง เพียงเพราะเขาพิการ จน หรือเกิดมาผิดที่ผิดทาง”
เปิดวิสัยทัศน์ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ
ขณะที่ในเวทีเปิดแคมเปญ “ยกเครืองประเทศไทย เพื่อไทยทําได้” วันนี้ (16 ธ.ค. 68) ยศชนันมองว่าประเทศไทยยังมีความหวัง เสนอการปรับโครงสร้างต่าง ๆ ใหม่ โครงสร้างเศรษฐกิจและโครงสร้างทางเทคโนโลยี ผสมกับความคิดสร้างสรรค์ของความเป็นคนไทย
พร้อมทั้งวางเป้าหมายสำคัญของพรรคในการวางรากฐานประเทศสู่การเป็นประเทศรายได้สูง ด้วยเศรษฐกิจมูลค่าสูง ตั้งแต่การพัฒนาเครื่องจักรเดิม (ภาคเกษตรกรรม, การผลิต, บริการ) ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสร้างเครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่ เรียนรู้ เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ควบคู่การพัฒนาคน สู่การต่อยอดอุตสาหกรรมคุณภาพสูง
พร้อมทั้งมีการพูดถึงหน้าที่ของภาครัฐใน 3 เรื่องหลัก ตั้งแต่การสร้างความเชื่อมั่นผ่านการสร้างความมั่นคงในทุกด้าน และการทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ (Rule of Law) โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการคอร์รัปชั่น โดยเสนอการสร้างความโปร่งใสด้วยรัฐบาลดิจิตัล และการสร้างวัฒนธรรมการต่อต้านคอร์รัปชั่น
อีกหนึ่งประเด็นคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เน้นไปที่การสร้างคนคือการศึกษาที่พัฒนาและปรับตัว หากประเทศไทยมีเป้าหมายเป็นระบบเศรษฐกิจคุณภาพสูง การศึกษาในทุกระดับชั้นตลอดจนการอัพสกิล รีสกิลผู้สูงอายุ และทุกองคาพยพเมื่อมีเป้าหมายเดียวกันก็จะสามารถปรับปรุงไปยังเป้าหมายเดียวกันได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มองแนวคิด ‘ยศชนัน’ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net