แพทย์มช. ผ่าตัดปลูกถ่ายตับ 'ฝาแฝดชาย' คู่แรก-ที่เดียวในไทย ไร้ภาวะแทรกซ้อน 5 วันกลับบ้านได้
แพทย์สวนดอกเจ๋ง ผ่าตัดปลูกถ่ายตับฝาแฝดชาย อายุ 20 ปี คู่แรกของประเทศไทย ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในวงการ แผลเล็ก ใช้เลือดน้อย (ถุงเดียว) ไม่มีภาวะแทรกซ้อน 5 วันกลับบ้านได้
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ห้องประชุมชั้น 15 อาคารเฉลิมพระบารมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.)รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. รศ.นพ.สัณหวิชญ์ จันทร์รังสี อาจารย์ประจำหน่วยศัลยศาสตร์ระบบตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. รศ.นพ.วรกิตติ ลาภพิเศษพันธุ์ รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ และอาจารย์ประจำหน่วยศัลยศาสตร์ระบบตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน คณะแพทยศาสตร์ มช.รศ.พญ.อรินทยา พรหมินธิกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
ร่วมกันแถลงผลความสำเร็จในการปลูกถ่ายตับระหว่างฝาแฝดชายอายุ 20 ปี คู่แรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของวงการแพทย์ไทย สู่มาตรฐานสากลด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ โดยนำเจ้าของเคส คือ นายศุภวิชญ ซองเงิน (พี่มาร์ค) และ นายศุภพิชญ ซองเงิน (น้องม่อน) ร่วมเปิดใจด้วย
รศ.นพ.นเรนทร์ กล่าวว่า ผลลัพธ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานการรักษาที่ทัดเทียมกับนานาชาติ และยืนยันถึงความเชี่ยวชาญ และศักยภาพของทีมแพทย์ศัลยกรรมตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดีของคณะแพทยศาสตร์ มช. การผ่าตัดปลูกถ่ายตับระหว่างคู่ฝาแฝดเหมือนครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่สำคัญ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการพัฒนาศักยภาพของทีมแพทย์ไทยในระดับโลก ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังคงมุ่ง มั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็น ‘โรงเรียนแพทย์ในดวงใจ เพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาวะ ด้วยนวัตกรรม’ และเป็นกำลังสำคัญในการ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน จึงต้องขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล และทีมหลังบ้านที่แข็งแกร่งจนทำให้ผลการผ่าตัดสเร็จและสมบูรณ์
โดยผู้ป่วยรายนี้คือ แฝดพี่ นายศุภวิชญ ซองเงิน อายุ 20 ปี ป่วยด้วยโรคท่อน้ำดีตีบตันตั้งแต่กำเนิด (Biliary atresia) เคยเข้ารับการผ่าตัดเปิดทางระบายของน้ำดีเข้าสู่ลำไส้เล็กส่วนต้น (Kasai procedure) ตั้งแต่ปี 2548 แม้การผ่าตัดช่วยยืดอายุการทำงานของตับ แต่ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาเกิดภาวะแทรกซ้อนและตับเสื่อมลงเรื่อยๆ จนต้องเข้ารับการรักษาซ้ำหลายครั้ง เสี่ยงต่อภาวะตับวาย จึงเป็นข้อบ่งชี้ให้ต้องทำการปลูกถ่ายตับในการรักษาครั้งนี้
ในขณะที่ แฝดผู้น้อง นายศุภพิชญ ซองเงิน อายุ 20 ปี ได้อุทิศตนเป็นผู้บริจาคตับ โดยมอบตับจำนวนร้อยละ 65 ของปริมาตรตับทั้งหมดให้กับพี่ชาย นอกจากจะเป็นการผ่าตัดปลูกถ่ายตับในผู้บริจาคมีชีวิต (Living donor) แล้ว ในครั้งนี้นับเป็นกรณีพิเศษเพราะทั้งคู่เป็นฝาแฝดเหมือน (Identical twin) จึงมีพันธุกรรมเหมือนกันทุกประการ ส่งผลให้การเข้ากันได้ของอวัยวะ (Histocompatibility) สูงมาก ความเสี่ยงของการปฏิเสธอวัยวะต่ำกว่าปกติ และไม่จำเป็นต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกัน (Immunosuppressive drugs) ในระยะยาว ซึ่งแตกต่างจากการปลูกถ่ายตับทั่วไปที่ผู้ป่วยต้องใช้ยาตลอดชีวิต
“เรียกว่าการผ่าตัดในลักษณ์นี้ ยากเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเป็นการผ่าตัดในช่องท้อง แพทย์ต้องมีประสบการณ์และผ่านการฝึกฝนสูง ซึ่งทั้งประเทศมีผู้ป่วยลักษณะนี้จำนวนมากกว่า 1 แสนราย และต้องรอนานกว่าจะมีผู้บริจาคที่เข้าภาวะสมองตาย ยินยอมทั้งผู้บริจาคและญาติ เคสนี้จึงมีทั้งความซาบซึ้งจากการบ่มเพาะความรักของคนในครอบครัว นอกจากนี้เรายังเตรียมสานต่อโครงการไปสู่การผ่าตัดหัวใจและไขกระดูก ที่ก็เป็นการผ่าตัดที่ยากอีกเหมือนกันในอนาคตอันใกล้” รศ.นพ.นเรนทร์ กล่าว
ในขณะที่ รศ.นพ.สัณหวิชญ์ แพทย์ผู้ทำการผ่าตัด กล่าวว่า การผ่าตัดปลูกถ่ายตับในครั้งนี้มีความท้าทายสูง ทั้งด้านเทคนิคการผ่าตัด การประเมินผู้บริจาคและผู้รับ รวมถึงการวางแผนดูแลหลังการผ่าตัด โดยทั่วไปแล้วการผ่าตัดปลูกถ่ายตับที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจะเป็นการปลูกถ่ายตับจากผู้บริจาคสมองตาย แต่ทั้งนี้ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ (Organ Transplant Center) คณะแพทยศาสตร์ มช. เป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่ทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับจากผู้บริจาคที่มีชีวิตในผู้ใหญ่ ทีมรักษาจึงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และเฝ้ารอช่วงเวลาที่เหมาะสมที่แฝดคู่นี้มีความพร้อมที่จะเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ ปริมาตรของตับที่จะให้ได้โดยต้องปลอดภัยกับผู้ให้ รวมถึงป้องกันความเสี่ยง ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้น และเนื่องด้วยความพิเศษของการเป็นฝาแฝดเหมือนทำให้โอกาสการปฏิเสธอวัยวะต่ำกว่ากรณีทั่วไปมาก
ซึ่งสิ่งที่ทีมแพทย์จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไปคือ การทำงานของตับใหม่ในระยะยาวและการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน ความสำเร็จครั้งนี้เป็นความภาคภูมิใจของทีมศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทุกฝ่าย นอกจากจะได้ช่วยชีวิตผู้ป่วยแล้ว ยังเป็นการผ่าตัดปลูกถ่ายตับจากฝาแฝดเหมือนครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนศักยภาพของทีมแพทย์ไทยในการทำการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนสูงในระดับสากล และมีส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการรักษาของประเทศ
“ตอนนี้ถือว่า เราเป็นสถาบันเดียวที่ทำ หลังผ่าตัดภาวะแทรกซ้อนไม่มีเลย การผ่าตัดส่องกล้องแบบในปัจจุบันแผลจะเล็ก และเสียเลือดน้อยมาก ครั้งนี้เราใช้แค่ถุงเดียวโดยไม่ต้องเติมเลือด ใช้เวลานาน 9 ชั่วโมง เพียงสองสัปดาห์ทั้งผู้ให้และผู้รับกลับบ้านได้ และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ” รศ.นพ.สัณหวิชญ์
ส่วน รศ.นพ.วรกิตติ แพทย์ร่วมผ่าตัด กล่าวเสริมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ (Organ Transplant Center) คณะแพทยศาสตร์ มช. ทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับไปแล้ว 70 คู่ โดยผลลัพธ์ในผู้รับการปลูกถ่าย (Recipient outcomes) ในช่วงปี 2566–2568 มีผลลัพธ์ที่โดดเด่น ได้แก่ อัตราการรอดชีวิตที่ 1 ปี คิดเป็นร้อยละ 95 เทียบเท่าฐานข้อมูลจากสหรัฐอเมริกาและเกาหลี อัตราการเกิดภาวะท่อน้ำดีตีบหรือรั่วเพียงร้อยละ 11 และไม่พบภาวะหลอดเลือดแดงอุดตันในการปลูกถ่ายทั้งหมด ขณะที่ผลลัพธ์ในผู้บริจาค (Donor outcomes) พบว่า การผ่าตัดส่องกล้องในผู้บริจาคสำเร็จทั้งหมด ไม่พบการเกิดภาวะตับวายในผู้บริจาค และมีระยะเวลาเฉลี่ยการพักรักษาตัว ในโรงพยาบาลเท่ากับ 6 วัน คือ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เราใช้การส่องกล้องรักษาผู้ป่วย 30 ราย ทำให้แผลผ่าตัดเล็กและสูญเสียเลือดน้อยมาก
“เคสฝาแฝดเขาแข็งแรงดีมาก 5 วัน กลับบ้านได้ โดยตับที่ผ่าออกมาจากคนน้องกลับมาสมบูรณ์ 73% หรือ 2 เท่าของตับเดิมใน 2 สัปดาห์ เรียกว่าฟื้นตัวเร็ว เพราะตับเป็นอวัยวะพิเศษที่จะคืนกลับมาสมบูรณ์เท่าเดิมได้ กรณีนี้ถือเป็นความพิเศษมาก เพราะไม่เพียงผู้ให้และผู้รับจะกลับมาใช้ชีวิตปกติเท่านั้น แต่ครอบครัวได้รับการรักษา หาย และมีสุขภาพดีไปด้วยกัน” รศ.นพ.วรกิตติ กล่าว
ทั้งนี้แฝดพี่มาร์ค กล่าวว่า เป็นคนขี้โรคมาตั้งแต่เด็ก ครั้งนี้เท่ากับได้ชีวิตใหม่ เกิดใหม่อีกครั้ง จึงรู้สึกขอบคุณน้องม่อนมากๆ ที่ไม่ลังเลใจที่จะให้ตับแก่ผมทันทีที่รู้ข่าว ร่างกายผมปกติดีหลังการผ่าตัด ใช้ชีวิตปกติดีมาก ร่างกายไม่ต่อต้านอะไร รู้สึกแข็งแรงขึ้น โดยไม่ต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันเลย
ในขณะที่ แฝดน้องม่อน กล่าวว่า ตอนแรกที่พี่โทรมาถามว่าจะให้ตับได้หรือไม่ เพราะจะต้องผ่าตัด ตอนแรกผมตั้งใจจะแกล้ง แต่ก็กลัวพี่กังวล ผมก็ตอบทันทีว่า “ให้ได้ ผมไม่กลัว เพราะตั้งแต่เด็กผมเตรียมตัวไว้แล้วว่าจะต้องช่วยเหลือกัน เพราะพี่สุขภาพไม่ดี ผมเต็มที่ ผมดูแลสุขภาพมาตลอด ไม่ดื่ม ไม่สูบ ผมต้องแข็งแรง ตอนนี้หมอบอกว่า ตับผมงอกเกือบเต็มแล้ว และผมไม่รู้สึกอะไรเลย ร่างกายไม่ผิดปกติ ผมแค่อยากให้พี่ผมให้มีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยกันจนตายจากกัน”
น.ส.สาริณี ซองเงิน คุณอาที่ดูแลฝาแฝดทั้งคู่ กล่าวทั้งน้ำตาคลอเบ้าว่า ขอบคุณมากๆ ขอบคุณคณะแพทย์ และทีมแพทย์ทุกคน เพราะเป็นการมอบชีวิตใหม่ให้เด็กทั้งคู่ รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรมากกว่าไปกว่าคำว่าขอบคุณ เพราะรู้สึกตื้นตันจนบรรยายออกมาได้หมด ขอบคุณบัตรทอง กองทุนและการบริจาคต่าง ๆ ที่คณะแพทย์ศาสตร์ มช. นำเข้ามาช่วยมาเสริมทำให้ครอบครัวเราผ่านวิกฤตินี้ไปได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์มช. ผ่าตัดปลูกถ่ายตับ ‘ฝาแฝดชาย’ คู่แรก-ที่เดียวในไทย ไร้ภาวะแทรกซ้อน 5 วันกลับบ้านได้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th