โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ดาบสองคมของพลังโซเชียลมีเดีย บทสะท้อนเหตุกราดยิงในอเมริกา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 พ.ค. 2565 เวลา 03.53 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2565 เวลา 05.00 น.
Photo by CHANDAN KHANNA / AFP

คอลัมน์ : Tech Times ผู้เขียน : มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

โซเชียลมีเดีย มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์กราดยิงหลายครั้งในอเมริกา ทั้งในฐานะที่เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างความเกลียดชัง ไปจนถึงเป็นเวทีให้ผู้ร้ายใช้ระบายความรู้สึกส่วนตัวและ “ถ่ายทอด” การสังหารหมู่อย่างโหดเหี้ยมให้คนคอเดียวกันได้รับชมแบบสด ๆ

1 สัปดาห์ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุสะเทือนขวัญครั้งล่าสุดจากการบุกยิงเด็กนักเรียนและครูในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในรัฐเทกซัส จนมีผู้เสียชีวิตไปกว่า 20 คน ก็มีเหตุการณ์การกราดยิงในซูเปอร์ที่เมืองบัฟฟาโล นิวยอร์ก ทำให้มีคนตายไป 10 คน

ผู้ร้ายของทั้ง 2 คดีเป็นวัยรุ่นอายุเพียง 18 ปีเหมือนกัน และทั้งคู่มีการอัพรูปอาวุธสังหารขึ้นโซเชียลมีเดียก่อนก่อเหตุ

เป็นอีกครั้งที่สังคมตั้งคำถามกับบทบาทของโซเชียลมีเดีย และมาตรการควบคุมเนื้อหาที่อาจก่อให้เกิดความเกลียดชัง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โซเชียลมีเดียโดยเฉพาะแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ ตกเป็นเป้าของการวิพากษ์วิจารณ์จนทำให้หลายบริษัททนความกดดันไม่ไหว ต้องขยับมาตรการเพื่อตรวจสอบและควบคุมคอนเทนต์เพื่อลดความขัดแย้ง

แต่แพลตฟอร์มขนาดเล็กกลับรอดหูรอดตาการตรวจสอบ และยังคงเป็นเวทีให้เหล่าผู้ก่อเหตุและกองเชียร์ใช้เป็นสถานที่ซ่องสุมแชร์คอนเทนต์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เหมือนเช่น 4chan หนึ่งในโซเชียลมีเดียที่สร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้น

จากการสอบสวนของตำรวจในคดีกราดยิงที่เมืองบัฟฟาโล พบว่าผู้ก่อเหตุแวะเวียนเข้ามาในแพลตฟอร์มนี้บ่อยครั้งตั้งแต่ปี 2020 โดยมักสิงอยู่ตามห้องของคนขาวที่เหยียดเชื้อชาติ และห้องที่มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธประเภทต่าง ๆ

ก่อนหน้าวันก่อเหตุ คนร้ายมีการโพสต์ข้อความเพื่อบอกเป็นนัยว่าใกล้จะเริ่มปฏิบัติการ

ในวันที่ลงมือ คนร้ายติดอาวุธครบมือ พร้อมไลฟ์สดเหตุการณ์ผ่านแพลตฟอร์มเกมอย่าง Twitch ตั้งแต่ตอนขับรถเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตเป้าหมาย จนถึงการเปิดฉากยิงเหยื่อทีละคน โดยจากเหยื่อทั้งหมดที่ถูกยิง 13 คน เป็นคนผิวดำถึง 11 คน และมีผู้เสียชีวิต 10 คน

แม้เจ้าหน้าที่ควบคุมคอนเทนต์ของ Twitch จะรีบลบคลิป และหยุดการถ่ายทอดสดของผู้ร้ายภายใน 2 นาที แต่แพลตฟอร์มขนาดเล็กอย่าง 4chan Gab และ Kiwi Farms กลับรีบนำเอาคอนเทนต์นั้นไปเผยแพร่ต่อแบบไม่แคร์ว่าจะยิ่งส่งเสริมให้เกิดการเหยียดผิวและสร้างความแตกแยกในสังคมมากขึ้นหรือไม่

จนถึงตอนนี้ วิดีโอกราฟิกเหตุกราดยิง และไดอารี่ที่ผู้ร้ายเขียนก่อนเกิดเหตุก็ยังเผยแพร่บนแพลตฟอร์มเหล่านี้ แถมมีสมาชิกคอยเขียนชื่นชมคนร้ายอย่างต่อเนื่อง

“ทิม สไคว์เรล” หัวหน้าฝ่ายสื่อสารของ Strategic Dialogue มองว่า ในขณะที่โซเชียลมีเดียมีความพยายามจะแสดงความรับผิดชอบในการเผยแพร่คอนเทนต์ แต่แพลตฟอร์มตัวเล็กตัวน้อยกลับเล็ดลอดสายตา และปฏิเสธที่จะควบคุมหรือตรวจสอบคอนเทนต์ใด ๆ

ซึ่งนั่นคือ สาเหตุว่าทำไมคลิปกราดยิงที่มีชนวนมาจากการเหยียดผิวในเมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อ 3 ปีก่อนยังคงมีการเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้มือปืนแห่งเมืองบัฟฟาโลก่อเหตุคล้ายคลึงกันในอีก 3 ปีต่อมา

การที่แพลตฟอร์มอย่าง 4chan อยู่รอดมากว่า 2 ทศวรรษ (ก่อตั้งในปี 2003 ก่อนหน้า Facebook 1 ปี) เพราะกฎหมายให้ความคุ้มครองโซเชียลมีเดียไม่ต้องรับผิดเนื้อหาที่ผู้ใช้งานโพสต์ อีกทั้งไม่มีแรงจูงใจในการเซ็นเซอร์เนื้อหาที่เน้นความรุนแรง

เพราะเป็นหมัดเด็ดไว้เรียกลูกค้าให้เข้ามาที่แพลตฟอร์มของตน ต่างจากโซเชียลมีเดียขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก และจำต้องฟังเสียงเรียกร้องจากสังคม มิฉะนั้นอาจโดนกระแสตีกลับ เหมือนที่ Facebook เคยโดนบริษัทห้างร้านหลายแห่งบอยคอตไม่ซื้อโฆษณาหลังจากไม่ยอมลบโพสต์ของโดนัลด์ ทรัมป์ กรณีจอร์จ ฟลอยด์ คนดำที่ตำรวจผิวขาวจับกุมจนถึงแก่ความตาย

ทางหนึ่งที่อาจหยุดแพลตฟอร์มแบบ 4chan ได้ คือ การขอความร่วมมือจากผู้ใช้บริการโครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เช่น 4 ปีก่อน แพลตฟอร์มชื่อ 8chan ซึ่งแยกตัวมาจาก 4chan ต้องปิดตัวเองลง หลังจากที่ Cloudflare สั่งระงับการให้บริการ เมื่อตำรวจพบว่า 8chan เป็นแพลตฟอร์มที่มือกราดยิงในห้าง Walmart ที่เมืองเอลพาโซ ในรัฐเทกซัส ใช้เป็นที่เผยแพร่เนื้อหาของพวกคนผิวขาวคลั่งชาติก่อนก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ใช่ว่าจะกำราบให้แพลตฟอร์มได้ราบคาบ ตราบที่ยังมีผู้ให้บริการพื้นฐานรายอื่นคอยให้ความสนับสนุน เช่น กรณีของ Parler โซเชียลมีเดียที่โดนขับออกจาก Clouse Service Platform ของ Amazon หลังพบว่ามีส่วนยุยงให้เกิดความรุนแรงจนนำไปสู่เหตุจลาจลที่ “แคปิตอล ฮิลล์” ในวันที่ 6 ม.ค. 2021 จนมีผู้เสียชีวิตไป 5 คน

แต่ผ่านมาไม่ถึงปี Parler ก็กลับมาอยู่บนโลกออนไลน์อีกครั้ง ด้วยความช่วยเหลือของ SkySilk บริษัท web hosting ที่อ้างว่าที่ทำไปเช่นนั้นเพราะต้องการปกป้อง “free speech”

ประเด็นนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งความลักลั่นในสังคมอเมริกันที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะปกป้องสิทธิพื้นฐานในการแสดงออกผ่านโซเชียลมีเดียอย่างไร โดยไม่ให้กลายเป็นแหล่งเผยแพร่เนื้อหาที่สร้างความเกลียดชังและนำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งแล้วครั้งเล่าดังเช่นที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...