โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มาลี” ปรับเกมรุก ดันรายได้ต่างประเทศแตะ 55% ชูตลาดจีน–เกาหลี-ตะวันออกกลาง

Khaosod

อัพเดต 27 ต.ค. 2568 เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2568 เวลา 09.19 น.

“มาลี กรุ๊ป” เร่งเสริมรากฐานธุรกิจ เดินแผน 3 ปี ตั้งเป้ารายได้โตเฉลี่ยปีละ 10–15% เพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเป็น 55% พร้อมยกระดับแบรนด์ “Malee” สู่ Wellness Lifestyle Brand ระดับภูมิภาค ชู “มาลี โคโค่” ครองแชมป์ตลาดน้ำมะพร้าว และเปิดตัว “Malee Power Plants” เจาะเทรนด์สุขภาพลำไส้ยุคใหม่

นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE เปิดเผยว่าบริษัทเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพทั้งน้ำผลไม้ น้ำมะพร้าว นมวัว นมทางเลือก และผลไม้กระป๋อง ภายใต้กำลังการผลิตรวม 749 ล้านลิตร ซึ่งภายในปีนี้จะมีการใช้กำลังการผลิตที่ 60%

สำหรับภาพรวมตลาดเครื่องดื่มน้ำผลไม้ในปี 2568 มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 2% ทั้งนี้เฉพาะน้ำผลไม้พรีเมียมมีส่วนแบ่งตลาดราว 4,000 ล้านบาท โดยมีน้ำผลไม้มาลีเป็นผู้นำตลาด ในขณะเดียวกันน้ำมะพร้าวก็ถือเป็นหนี่งในตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 2 หลัก ซึ่งในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา มาลี โคโค่ ก็สามารถครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งมาได้เช่นเดียวกัน

แต่ทั้งนี้ผลกรกะทบจากสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งเมียนมา และกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศที่มีสัดส่วนการส่งออกสินค้าของน้ำผลไม้มาลี 6% และ 4% ตามลำดับ ตลอดจนปัญหาการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลให้ภาพรวมรายได้ของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะอ่อนตัวลงจากปี 2567 ที่มีรายได้ 8,456 ล้านบาท ทั้งนี้ 60% เป็นสัดส่วนรายได้ในประเทศ และอีก 40% เป็นรายได้จากการส่งออก

โดยแผนธุรกิจในระยะ 3 ปี (2569-2571) จะมุ่งปรับสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 55% โดยเฉพาะในปี 2569 บริษัทจะเพิ่มน้ำหนักในการจัดกิจกรรมการตลาดในต่างประเทศมากกว่าในประเทศ โดยเฉพาะในจีน เกาหลี อินโดนีเซีย มาเลเซีย และตะวันออกกลาง ที่บริษัทยังไม่ได้เข้าไป เช่น ซาอุดิอาระเบีย การ์ต้า จอร์แดน เป็นต้น

"วิสัยทัศน์ของบริษัทในปี 2568 เป็นการเสริมสร้างรากฐานธุรกิจเพื่อการเติบโต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการขับเคลื่อนการเติบโต 3 ปี (2569-2571) ด้วยอัตราเฉลี่ยปีละ 10-15% สู่ ‘Global Wellbeing Company’ หรือการเป็นมากกว่าเป็นผู้ผลิตน้ำผลไม้"

ด้วยกลยุทธ์ครบวงจร ตั้งแต่การขยายช่องทางขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งตลาดในประเทศ จะขยายสู่ตลาดฟู้ดเซอร์วิส หรือ ร้านอาหาร คาเฟ่ และเครือข่ายฟาสต์ฟู้ด รวมถึงช่องทางออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มเช่น Shopee, Lazada, และ TikTok Shop พร้อมกับวางแผนจะพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด 2-3 รายการต่อปี เพื่อตอบสนองเทรนด์สุขภาพ

ในส่วนของต่างประเทศ บริษัทจะให้น้ำหนักในการทำตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะในจีน เกาหลี ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทได้มีการนำนักแสดงชาวจีน จางหลิงเฮ่อ มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับเอเชียแปซิฟิกอย่างเป็นทางการ สำหรับเครื่องดื่ม มาลี โคโค่ แบรนด์น้ำมะพร้าว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของแบรนด์ที่มีการแต่งตั้งแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และขยายฐานผู้บริโภคในตลาดเอเชียแปซิฟิก และต้องการสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น โดยสร้างการรับรู้ในตลาดต่างประเทศได้ค่อนข้างดี

นอกจากนี้บริษัทยังเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพภายใน การจัดการพอร์ตผลิตภัณฑ์ และการขยายไปยังตลาดใหม่ เพื่อรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสการเติบโตจากเทรนด์สุขภาพในอนาคต

ทางด้านนางสาวเรืองรัตน์ ว่องสุวรรณเลิศ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานการตลาด MALEE กล่าวว่า บริษัทเล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่สำคัญในตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มน้ำผักผลไม้ และน้ำมะพร้าว จาก Insight ผู้บริโภคยุคใหม่ได้เปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและเชิงป้องกันมากขึ้น โดยบริษัทมีแผนจะพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด Malee Power Plants ที่มีนวัตกรรมช่วยเสริมสร้างสุขภาพลำไส้ให้แข็งแรงด้วยพรีไบโอติกส์และโพสไบโอติกส์ พร้อมต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่เน้นสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในปี 2569

นอกจากนี้บริษัทวางแผนสร้างการเติบโตจากการขยายธุรกิจต่างประเทศ ผ่านแบรนด์ตัวเอง โดยจะยกระดับแบรนด์ “Malee” สู่การเป็น “Wellness Lifestyle Brand” ระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก โดยใช้นวัตกรรมเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละประเทศ

พร้อมรุกตลาดใหม่และเจาะตลาดที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ จีน, ตะวันออกกลาง, อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ รวมถึงสร้างความแข็งแกร่งในตลาดเดิมผ่านการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาดอย่างต่อเนื่อง และมีสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 55% ของรายได้รวม

ส่วนธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์และรับจ้างผลิต (CMG) จะสร้างการเติบโตจากลูกค้าปัจจุบันรายใหญ่และสรรหาพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำระดับโลก รวมถึงสนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจด้วยโซลูชันที่ยั่งยืน โดยวางเป้าหมายในปี 2571 บริษัทฯ จะก้าวสู่ ‘Global Wellbeing Company’ ด้วยการเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับภูมิภาค

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มาลี” ปรับเกมรุก ดันรายได้ต่างประเทศแตะ 55% ชูตลาดจีน–เกาหลี-ตะวันออกกลาง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...