โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

WASH ร้านสะดวกซักสุดเจ๋ง! เคาะ IPO 7.50 บ. เทรด mai พ.ย. นี้ ชูจุดเด่นนำ Pain Point ต่อยอดพัฒนา ซื้อใจผู้ใช้บริการด้วยเมมเบอร์กว่า 1.5 ล้านบัญชี

Wealthy Thai

อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 12.41 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2568 เวลา 08.16 น.

ท่ามกลางการแข่งขันที่ร้อนแรงของธุรกิจร้านซักผ้าแบบบริการตนเองในไทย ที่ผู้ประกอบการต่างเร่งขยายสาขาและยกระดับประสบการณ์ลูกค้าเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด “WASH” หนึ่งในผู้นำธุรกิจให้บริการร้านสะดวกซักครบวงจรชั้นนำของไทย ภายใต้แบรนด์ “WashXpress” เลือกให้ความสำคัญกับบริการ ด้วยการนำ Pain Point มาต่อยอดพัฒนาธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างครอบคลุม เปรียบเสมือนเป็น 7/11 ของร้านสะดวกซัก จนสามารถผลักดันบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สำเร็จ
นายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH เปิดเผยว่า บริษัทมีทีม Developer ภายในสำหรับพัฒนาแอปพลิเคชันของลูกค้าและพนักงาน โดยปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 1.57 ล้านบัญชี ที่ใช้งานผ่านแอปฯ และกว่า 65% ของลูกค้าชำระเงินผ่านช่องทางนี้ สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคยุคดิจิทัล ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) โดยนำฟีดแบคมาปรับปรุงบริการอย่างต่อเนื่อง โดยเรตติ้งแอปฯ เฉลี่ยอยู่ในระดับสูงที่ 4.8-4.9 ดาว เทียบกับคู่แข่งที่ประมาณ 2 กว่า ๆ
พร้อมตอกย้ำจุดขายด้านความสะอาดและความมั่นใจ ผ่านบริการกรองน้ำก่อนซัก และบริการล้างถังด้วยน้ำร้อน 55 องศา เพื่อฆ่าเชื้อก่อนใช้ (ฟรี) รวมถึงออกแบบร้านให้มีความสะดวก สะอาด สบาย เน้นรูปแบบ stand alone ที่มีที่จอดรถเพียงพอและรองรับลูกค้าได้ดี
ในด้านผลการดำเนินงาน บริษัทมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของรายได้ (CAGR) ที่ 33-34% ต่อปี และกำไรสุทธิเพิ่มเฉลี่ย 18% ต่อปีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยการอัปเกรดสาขาและเพิ่มบริการเสริมช่วยผลักดัน Same Store Sales Growth (SSSG) จาก 7.9% ในปีก่อน ขึ้นเป็น 13.1% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568
ปัจจุบัน WashXpress มีสาขารวม 548 สาขา (สาขาของบริษัท 469 สาขา) ครอบคลุม 21 จังหวัด ทั่วประเทศ และตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่อีก 80 สาขา ภายในปี 2568 ด้วยงบลงทุนต่อสาขาอยู่ที่ 3-5 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าตลาดยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว และยังมีโอกาสขยายตัวในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงจังหวัดใหญ่ในภาคเหนือและภาคใต้ ซึ่งจะใช้กลยุทธ์การขยายแบบ Cluster เริ่มจากอำเภอเมืองของจังหวัดที่มีชุมชนหนาแน่น
นอกจากนี้ บริษัทเดินหน้าพัฒนาบริการเสริมเพื่อสร้างรายได้ใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นบริการ “ซัก อบ พับ” ที่เติบโตดีจนมีสัดส่วนรายได้ราว 10% ของรายได้รวม และขยายแล้วกว่า 40% ของสาขาทั้งหมด รวมถึงทดลองโมเดลใหม่ เช่น บริการรีดผ้า แพ็กเกจสมาชิก (Subscription) และบริการ Delivery พร้อมต่อยอดสู่ตลาดลูกค้าองค์กร (B2B) เช่น สปาและโรงแรม
โดยอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการอัปเกรดสาขา โดยทดลองติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้า ซึ่งในเฟสทดลองยังไม่มีการเพิ่มค่าบริการ ทั้งยังช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการอย่างเห็นได้ชัด
ด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน ปัจจุบัน WASH มี Utilization Rate ราว 10.32% ซึ่งสะท้อนศักยภาพการเติบโตอีกมาก ขณะที่โครงสร้างต้นทุนกว่า 40% เป็น Fixed Cost การเพิ่มรายได้จะส่งผลโดยตรงต่อกำไร บริษัทระบุว่าการลงทุนในระบบและบุคลากรช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเพียงพอรองรับการขยายสาขาเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งจะช่วยให้ Selling & Admin Cost คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้
“ส่วนตัวมองว่าการแข่งขันในธุรกิจนี้ไม่ได้อยู่ที่ราคา แต่คือคุณภาพและมาตรฐานที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจในความสะอาดของผ้า เครื่องไม่เสียบ่อย และการบริการหลังการขายที่รวดเร็ว”
ด้านฐานะการเงิน บริษัทมี D/E Ratio อยู่ที่ประมาณ 2.1 เท่า หากรวมสิทธิการเช่า และ 0.8 เท่า หากตัดสิทธิการเช่าออก โดยคาดว่าการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และเร่งการเติบโตทั้งในด้านการขยายสาขาและการยกระดับบริการในอนาคต ทั้งนี้บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่เกิน 50% ของกำไรสุทธิ
สำหรับการเข้าตลาดหลักทรัพย์และการระดมทุน มองว่าจะเป็นกลไกสำคัญในการเร่งการเติบโต (Accelerate Growth) ของธุรกิจในหลายมิติ โดยหลังจากเข้าจดทะเบียนแล้ว บริษัทคาดว่า ต้นทุนทางการเงินจะลดลง ทำให้สามารถขยายสาขาและลงทุนได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้จากการเติบโตของธุรกิจ ผ่านทั้งเงินทุนจากตลาดหลักทรัพย์ และโอกาสในการเข้าถึง ตลาดทุนอื่น ๆ
“การเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่เพียงช่วยให้บริษัทมีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้ WASH สามารถเร่งเครื่องการเติบโตได้เร็วขึ้น ทั้งการขยายสาขาใหม่และการยกระดับมาตรฐานบริการให้ดียิ่งขึ้น เชื่อว่าทุกสาขาที่เปิดเพิ่มจะไม่ใช่แค่การขยายพื้นที่ธุรกิจ แต่คือการยกระดับประสบการณ์การซักผ้าที่แตกต่างให้กับลูกค้าทั่วประเทศ” นายธนา กล่าวทิ้งท้าย
นางสาวสุธางค์ คนศิลป กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ 2 บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า ขณะนี้แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (Filing) ของ บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH ได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. และมีผลใช้บังคับแล้ว โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนรวมไม่เกิน 105,882,352 หุ้น ซึ่งประกอบด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม คิดเป็นร้อยละ 30 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายครั้งนี้
ล่าสุดได้กำหนดราคาเสนอขาย IPO ที่ 7.50 บาทต่อหุ้น และจะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อในวันที่ 24 และ 27 - 28 ตุลาคม 2568 นี้ คาดว่าจะสามารถนำหุ้น WASH เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ได้ ภายในเดือนพฤศจิกายน 2568
โดย WASH ได้ลงนามแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ พร้อมแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญอีก 4 ราย ประกอบด้วย (1) บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) (2) บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (3) บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ (4) บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...