โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข้อดี ข้อเสีย ใครได้ประโยชน์เปิดด่าน-ปิดด่านชายแดนไทย-เขมร

INN News

อัพเดต 13 ก.ย 2568 เวลา 15.47 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2568 เวลา 10.30 น. • INN News

เปิดข้อดี-ขอเสีย เปิดด่านชายแดนไทยกัมพูชา ใครได้ประโยชน์?

ในขณะนี้เกิดการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับแนวคิดที่จะเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด ซึ่งมีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านทั้งคนในพื้นที่และภาคประชาชน และมีเงื่อนไขหลายอย่างที่เพิ่งตกลงกันผ่านการประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ GBC และการประชุม คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC ว่าอาจจะเปิดด่าน "บางประเภท / บางจุด" แบบมีเงื่อนไข ไม่เปิดโดยไร้การควบคุม ทำให้เรื่องของแนวคิดการเปิดด่าน กลายเป็นประเด็นร้อน ทั้งในชุมชนชายแดน ภาคธุรกิจ นักวิชาการ และโซเชียลมีเดีย ข้อถกเถียงแบ่งเป็นสองขั้วชัดเจน โดยฝ่ายที่เห็นด้วย อ้างว่า จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจ ขณะที่อีกฝ่ายกังวลเรื่องอธิปไตยและความมั่นคงของพื้นที่

ข้อมูลจากกรมการค้าระหว่างประเทศ สรุปข้อมูลการค้าชายแดน ว่า ก่อนปัญหาการปิดด่าน การค้าชายแดนไทย-กัมพูชาในระดับประเทศมีมูลค่ามหาศาล ใน ปี 2024 มีมูลค่ารวมประมาณ 175.5 พันล้านบาท โดยไทยส่งออกราว 141.9 พันล้านบาท แต่เมื่อต่างฝ่ายเริ่มปิดจุดผ่านแดน ผลกระทบปรากฏชัด เดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมามูลค่าการค้าชายแดนดิ่งลงจนติดลบ 97.5% เหลือเพียง 376 ล้านบาทในเดือนนั้น สะท้อนการชะงักของช่องทางการค้าอย่างรุนแรง

ขณะที่เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ บางส่วน ในจันทบุรี-ตราด ต่างประเมินว่า "การเปิดด่านบางจุด" จะช่วยคืนรายได้ให้ชุมชนทันที ฟาร์มผลไม้ ร้านค้าริมทาง และธุรกิจท่องเที่ยวชายฝั่งต่างเผชิญรายได้ลดลงอย่างมากจากการปิดแดน แรงงานข้ามชาติที่เคยช่วยงานเก็บเกี่ยวหายไป ทำให้ต้นทุนการผลิตพุ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ชาวบ้านอีกกลุ่มยืนยันว่า ความมั่นคงและอธิปไตยต้องมาก่อน เพราะชาวบ้านกังวลเรื่องการถอนกำลัง อาวุธ การเคลียร์เขตแดน และความเสี่ยงจากการลักลอบสินค้าและบุคคลที่อาจเพิ่มขึ้นหากด่านเปิดโดยไม่มีเงื่อนไขชัดเจน

ซึ่งเสียงสะท้อนของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการเปิดด่านในช่วงนี้ สอดคล้องกับคำเตือนของ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ที่ระบุว่า ฝั่งนั้นมีทั้งบ่อนคาสิโน และที่หลอกลวงทางโซเชียลมีเดียตลอดแนวชายแดน สินค้าบางส่วน เช่นปูนซีเมนต์ น้ำมัน จะกลับมาทำร้ายทหารไทย

การทำให้เขาไม่เดือดร้อน รบกับประเทศไทยก็อยู่ได้ เพราะเขามีกินตลอด นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องปิดด่าน การเปิดด่านทำให้เขาเข้มแข็ง น้ำมันและปูนซีเมนต์ รวมถึงเครื่องอุปโภค บริโภคก็จะเข้าไป ซึ่งมาจากประเทศไทยทั้งนั้น แม้กระทั่งเรื่องการเปิดด่านมีประชาชน ถูกมอมเมาจากบ่อนการพนัน หมดเนื้อหมดตัว เป็นหนี้สิน อันนี้ก็มาจากเรื่องการเปิดด่านจึงไม่รู้ว่าเป็นประโยชน์ของใคร

ขณะที่ ท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเปิดด่านว่า หากจะเปิดด่านต้องมีการบรรลุข้อตกลงอะไรอีกเยอะแยะ อีกทั้งยังต้องรอคณะรัฐบาลของตนเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการก่อน ตอนนี้ตนยังไม่สามารถไปสั่งการหรือให้นโยบายอะไรได้

นายทรงฤทธิ์ โพนเงิน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ให้ข้อมูลว่า การเปิดหรือปิดด่านชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา มีผลกระทบต่อกัมพูชา อย่างมาก โดยเฉพาะต่อหน่วยรักษาความปลอดภัยระดับสูงและมีอาวุธหนักภายในกองทัพกัมพูชา เป็นกองบัญชาการองครักษ์ กองกำลังสุดท้ายของ ซึ่งใช้งบประมาณปีละ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3 หมื่นล้านบาท เพื่อเลี้ยงกำลังพล 35,000 คน และ ซื้ออาวุธอันทันสมัย เพื่อค้ำบัลลังก์ของตนเอง โดยแหล่งเงินส่วนใหญ่ได้มาจากรายได้ของ บ่อนกาสิโน ดังนั้น การเปิดด่านชายแดนไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่มีความสำคัญต่อการไหลเวียนเงินทุนและความมั่นคงของฮุนเซน

อีกด้านหนึ่ง ชี้ให้เห็นว่าการตัดสินใจเรื่องด่านชายแดนในขณะนี้เป็นอำนาจของรัฐบาล

ทั้งนี้ ภาคประชาสังคม มองว่า หากรัฐบาลจะเดินหน้าเปิดด่านในพื้นที่จันทบุรี-ตราด คำถามสำคัญที่ต้องตอบให้ชัดคือ จะคุ้มไหมถ้าต้องแลกความมั่นคงเพื่อเศรษฐกิจระยะสั้น ถ้าทำได้แบบเป็นขั้นเป็นตอน มีเงื่อนไขทางการทหาร การตรวจสอบ และมีการประเมินเชิงสถิติประกบ การเปิดด่านอาจเป็นทางช่วยฟื้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้จริง แต่ถ้าขาดการกำกับดูแลที่เข้มงวด ผลประโยชน์ระยะสั้นที่ได้อาจกลายเป็นภาระระยะยาวต่อความมั่นคงและอธิปไตยของพื้นที่

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...