โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เพราะโลกตะวันตกกำลังล่มสลาย ฝรั่งทั้งหลายจึงต้องปกป้องประเทศไทยเอาไว้จาก BBC

The Better

อัพเดต 16 ก.ย 2568 เวลา 01.30 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2568 เวลา 11.10 น. • THE BETTER

บอกตามตรง ผมรู้สึกเฉยๆ กับการที่ BBC ปล่อยคอนเทนต์เรื่อง Thailand: The Dark Side of Paradise ออกมา เพราะมันยังสะท้อนว่า "สถาบันตะวันตก" ยังดูแคลนประเทศไทยและประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายว่า "อยู่ในด้านมืด" และ "น่ากลัวจนไม่น่าอยู่"

"สถาบันตะวันตก" ก็คือพวกสื่อเก่าๆ ที่จิตใจไม่กว้างขวาง วิสัยทัศน์คับแคบ ไปจนถึงพวกนักการมือง และองค์กรเดิมๆ ที่เคยมีอำนาจชี้นำ แต่วันนี้คนไม่ศรัทธากันแล้ว แต่ยังมีที่ยืนอยู่ได้เพราะพวกเดียวกันคอยช่วยประคองลมหายใจกันไปเรื่อยๆ

อย่าง BBC นั้นก็มีเส้นเลือดจากเงินของ "สถาบันตะวันตก" ต่างๆ ที่ดำเนินการเรื่องการเมืองและการครอบงำโลก เช่น USAID และเงินของรัฐบาลต่างๆ โดยเฉพาะรัฐบาลสหราชอาณาจักร

ผมถึงบอกว่ารู้สึกเฉยๆ กับการปล่อยคอนเทนต์ของ BBC เพราะเขาเป็นของเขาแบบนี้ จะให้เปลี่ยนอะไรได้?

แต่มีสิ่งหนึ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ นั่นคือ ความเชื่อถือของชาวตะวันตกที่มีต่อ "สถาบันตะวันตก" เหล่านี้ และความเชื่อมั่นในสังคมตะวันตกที่พวกเขาดำรงชีวิตอยู่

พูดภาษาฝรั่งก็คือ ฝรั่งตะวันตกรู้สึก disillusioned (ผิดหวัง, หมดหวัง, คาดหวังอะไรไม่ได้) กับสังคมตะวันตก

ในขณะที่ "สถาบันตะวันตก" ยังหลงกับความเชื่อเดิมๆ ว่าสังคมของพวกเขายังเป็นเสาหลักที่มั่นคง และเป็นผู้ที่ชี้นำค่านิยมของโลก

ทำไมคนตะวันตกถึงสิ้นหวังกับสังคมตัวเอง?

แน่นอนว่าสวัสดิการและคุณภาพชีวิตอะไรต่อมิอะไร ประเทศตะวันตกยังเหนือกว่าประเทศไทย และเวลาทำดัชนีวัดต่างๆ ตะวันตกจะอยู่ในอันดับที่สูงส่งและสวยงามกว่าภูมิภาคอื่นของโลก

แต่นั่นมันแค่ฉากหน้า

ลึกๆ แล้วสังคมตะวันตกกำลังถดถอยไปทีละน้อย โดยมีแนวคิดและข้อสังกตทางสังคมการเมืองมารองรับการถดถอยนี้มากมาย เช่นแนวคิดเรื่อง American decline (การถดถอยของสหรัฐอเมริกา) หรือแนวคิดเรื่อง Post-Western era (สังคมโลกยุคหลังตะวันตก)

American decline ความจริงสะท้อนการถดถอยของ "มหาอำนาจอันดับหนึ่ง" ในแง่ของการเมืองโลก แต่ผมจะยกตัวอย่างที่กระทบต่อชีวิตคนอเมริกันที่ครั้งหนึ่งถือเป็น "คนตะวันตกตัวอย่าง" ที่โลกอื่นๆ เฝ้ามองอย่างอิจฉา

ตอนนี้ คุณภาพชีวิตของคนอเมริกันแย่ลง เศรษฐกิจถดถอย วัฒนธรรมหยุดนิ่ง ในเรื่องนี้ เดวิด เลออนฮาร์ด (David Leonhardt) ผู้สื่ข่าวที่มีชื่อเสียงชาวอเมริกัรได้เขียนไว้ให้ The New York Times เมื่อปี 2021 ว่า "รายได้ ความมั่งคั่ง และอายุขัยในสหรัฐอเมริกาได้หยุดนิ่งในส่วนของประชากรส่วนใหญ่ ส่งผลให้เกิดอารมณ์โกรธแค้นในระดับชาติและยิ่งทำให้ความแตกแยกทางการเมืองรุนแรงขึ้น ผลที่ตามมาคือรัฐบาลที่ทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่"

นี่คือประเด็นสำคัญ เพราะเมื่อคุณภาพชีวิตแย่ลง ทำให้ประชาชนเริ่มผิดหวังกับ "สถาบันหลักของรัฐ" จนกระทั่งนำไปสู่ความแตกแยกทางการเมือง อย่างที่เราเห็นในเวลานี้คือสังคมอเมริกันแตกแยกเป็นกลุ่มอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว และกลุ่มเสรีนิยมสุดโต่ง ทั้งสองฝ่ายยิ่งทำให้คนในสังคม "อยู่ยาก" เพราะต่างฝ่ายไม่ลดราวาศอกกัน ไม่ปรองดองกันเพื่อร่วมพัฒนาประเทศ และสุดท้ายสังคมยิ่งวุ่นวาย

การเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติยิ่งรุนแรง การเกลียดชังคนร่ำรวยยิ่งรุนแรงขึ้น

เพราะความสุดโต่งของสังคมอเมริกัน ทำให้คนอเมริกันหนีออกจากประเทศตัวเองมากขึ้น

ผมได้เห็น "คอนเทนต์" ของคนแอฟริกัน-อเมริกันจำนวนมากที่ตัดสินใจมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย พากันชื่นชมชีวิตที่เป็น "ชีวิตจริง" ในไทย ที่ไม่ต้องผวากับการถูกยิงง่ายๆ และของกินของใช้ราคาสมเหตุผล ที่สำคัญ คนไทยเป็นมิตรและพร้อมอ้าแขนรับคนต่างชาติ ต่างจากโลกตะวันตกทุกมุมในเวลานี้ที่เดือดพล่านไปด้วยกระแสต่อต้านคนต่างชาติ ผู้อพยพ และ "คนที่ไม่ใช่พวกเรา" (คนผิวขาว)

คนแอฟริกัน-อเมริกันกำลังช่วยโปรโมทความน่าอยู่ของไทย พร้อมๆ กับที่เสียดายบ้านเกิดของพวกเขาที่ตกต่ำจนอยู่กันไม่ได้

พอมีคำถามประเภท "เมืองไทยปลอดภัยไหม?" หรือ "เมืองไทยเป็นโลกที่สามไม่ใช่เรอะ?" คนเหล่านี้ก็จะมีปฏิกิริยาในทันที ด้วยการตอบคำถามคาใจให้ชัดว่าไทยไม่ใช่ล้าหลังและเมืองไทยปลอดภัยกว่าสหรัฐฯ เสียอีก

แม้ Expat กลุ่มนี้จะมีน้อยคน แต่ดูเหมือนว่าส่วนใหญ่จะมีความหวังกับไทยอย่างมาก แน่นอน พวกเขาพร้อมที่จะปกป้องไทยด้วย

ไม่ใช่แค่คนอเมริกัน แต่ยังมีคนอังกฤษและคนยุโรปจากส่วนต่างๆ ของทวีปเดินทางมาอาศัยในไทย ยังไม่นับคนที่เที่ยวไทยครั้งแล้วครั้งเล่าจนเหมือนบ้านของตัวเอง

พวกเขาอยู่ในไทยด้วยตัวเอง เดินทางไปทั่วไทยเองโดยไม่ต้องอาศัยโฆษณาชวนเชื่อ จึงเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่า "ประเทศไทยเป็นที่พักพิงให้กับชาวโลกได้"

แม้แต่ในเวลาที่ไทยทำสงครามกับกัมพูชา หรือแม้แต่ในเวลาที่การโจมตีที่ภาคใต้เกิดขึ้นเป็นระยะ ก็ไม่ได้ทำให้ความเชื่อมั่นของชาวตะวันตกเหล่านี้ลดน้อยลง

ตรงกันข้ามในช่วงเวลาของความขัดแย้งก็ยังเกิดไวรัลที่เรียกว่า Thailand is calling ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ส่วนใหญ่มาจากประเทศตะวันตกทำคลิปประกาศการเดินทางมายังไทยกันอย่างสนุกสนาน ทั้งๆ ที่มีการยิงกันตูมตามที่ชายแดน ทั้งยังเป็นหน้าฝนที่ฟ้าไม่ใสและหาดมีแต่คลื่น - พวกเขาก็ยังแห่มาไทย

ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยนี้เกิดจากความ "สูญเสียความเชื่อมั่นในสังคมตะวันตก" ที่หนักขึ้นทุกทีเนื่องจากตอนนี้เราอยู่ในยุค Post-Western era กันแล้ว อันเป็นยุคที่โลกตะวันตกมาถึงจุดพีคและจะคล้อยต่ำลง ด้วยสาเหตุเดียวกับ American decline นั่นเอง

แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้ประชาชนหมดความเชื่อมั่นในโลกตะวันตกก็คือ พวกเขาไม่เชื่อใน Narrative หรือ "เรื่องเล่าที่ครอบงำความคิด" ของตะวันตกอีกต่อไป

เช่น Narrative ที่สั่งสอนกันว่าตะวันตกจะไม่มีวันพบกับ "วันที่ตะวันตกดิน" แต่พอเกิดความเสื่อมขึ้นมา ประชาชนก็รู้ตัวว่าถูกหลอกจากสถาบันอำนาจ

ความเสื่อมนี้ยังถูกเร่งด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม ซึ่งสนับสนุนความหลากหลายทางเชื้อชาติ แต่พอยุโรปเปิดรับผู้อพยพจากดินแดนอื่น สังคมก็เละตุ้มเป๊ะ เต็มไปด้วยอาชญากรรม และพวกนั่งกินนอนกินรับสวัสดิการแต่ไม่ทำงานทำการ

พูดง่ายๆ คือระบอบการเมืองของตะวันตก "เสรี" ก็จริงแต่ไม่สอดคล้องกับ "ค่านิยม" จากภายนอก

ครั้นจะไล่พวกนี้ไปก็ทำไม่ได้ เพราะหาไม่แล้วจะขัดต่อหลักการประชาธิปไตยแบบเสรีนิยมที่ตนเองโฆษณาชวนเชื่อ ดังนั้น สังคมและการเมืองในยุโรปจึงอีรุงตุงนังไปหมด มีทั้งหาทางออกทางการเมืองไม่ได้ และยังต้องทนกับอาชญากรรมและความขัดแย้งทางวัฒนธณรมที่รุนแรวขึ้นเรื่อยๆ

ยุโรปและสหรัฐฯ ชอบดูแคลน "ประเทศซีกโลกใต้" (เช่น ไทย) โดยสร้าง Narrative ว่าไม่เป็นประชาธิปไตยในแบบของตะวันตกและตะวันตกต้องช่วยเหลือ (ทั้งๆ ที่เราก็มีประชาธิปไตยเพียงแต่มี "รสชาติ" ในแบบของตนเอง)

ส่วนสื่อของตะวันตกที่ติดอยู่กับ Narrative ที่ดูแคลนประเทศซีกโลกใต้ ก็มักจะทำคอนเทนต์เพื่อทำให้ตัวเองดูประเสริฐ ส่วน "ตะวันออก" คือดินแดนที่ไม่โปร่งใสและดำมืด (อันเป็นที่มาของชื่อสารคดีว่า Thailand: The Dark Side of Paradise) เพื่อให้ตะวันตกอันรุ่งโรจน์มาช่วย "ปลดปล่อย" ดินแดนเหล่านี้โดยใช้ค่านิยมของพวกเขาเอง
แต่ปรากฏว่าตอนนี้สังคมตะวันตกเกิดสนิมกินเนื้อในตนขึ้นมา เพราะเชื่อมั่นในลัทธิการเมืองของตนจนเกินเหตุ

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นคือส่วนผสมแห่งหายนะที่ทำให้คนตะวันตกหมดหวังกับบ้านเมืองตัวเอง และหลายคนย้ายมาอยู่ไทย (หรือแม้แต่จีนและเวียดนาม) เพื่อแสวงหาสังคมที่พวกเขาไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลัง ไม่ต้องมีค่าครองชีพที่สูงลิ่ว ไม่ต้องจ่ายภาษีเพื่อเลี้ยงคนนอก และไม่ต้องทนกับรัฐบาลที่หลอกตัวเองกับประชาชนไปวันๆ

เมื่อคนตะวันตกเดินทางมาเที่ยวไทยและมาอยู่ที่ไทย พวกเขาจึงพบความจริงว่า Narrative ที่สถาบันต่างๆ ในตะวันตกป้ายสีไทยและ "ตะวันออก" เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ

และยังพบความจริงที๋โหดร้ายด้วยว่า ไทยพัฒนาอย่างรวดเร็ว แม้ไม่มีสวัสดิการถ้วนหน้า แต่การรักษาพยาบาลครอบคลุม การคมนาคมที่สะดวกสบาย ข้าวปลาอาหารหากินได้ 24 ชั่วโมง แม้แต่สัญญาณอินเทอร์เน็ตก็ยังดีกว่าเยอรมนีด้วยซ้ำ!

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ คนไทยไม่ได้เป็นพวกด้อยพัฒนา หากินกับอาชีพสีเทา และเป็นคนขายตัวเหมือนที่สื่อตะวันตกชอบให้ภาพแบบนั้น

การให้ภาพต่ำๆ แบบนั้นของสื่อแบบ BBC ก็เพราะมันเคยขายได้โดยเฉพาะกับคนตะวันตกที่ไม่เคยออกไปดูโลกภายนอก หรือคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางโลกจนไม่สนใจว่าบ้านเมืองอื่นเขาพัฒนาไปถึงไหนแล้ว

การสร้าง Narrative ที่ต่ำและเลวร้ายให้ไทยเป็นพฤติกรรมของสื่อตะวันตกเมื่อทศวรรษที่ 2000 ตอนที่ตะวันตกหมิ่นเหม่ที่จะถดถอยเต็มทีแล้ว หลังจากผ่านมา 20 กว่าปีผมไม่คิดว่าจะได้เห็นการทำสารคดีแบบ "ดราม่า" แบบนี้อีก นั่นแสดงว่าการทำงานของสื่อในโลกตะวันตกถดถอยลงจริงๆ

เมื่อความจริงปรากฏต่อหน้าคนตะวันตกที่รู้จักเมืองไทยทั้งโดยลึกซึ้งและโดยผิวเผิน พวกเขาจึงพร้อมใจกันปกป้องเมืองไทยโดยไม่ต้องร้องขอ

ไม่ใช่เพราะพวกเขารักเมืองไทย แต่พวกเขาทนไม่ไหวกับการโกหกของสถาบันที่มีอำนาจชี้นำในโลกตะวันตก ซึ่งทำให้พวกเขาเสียดายชีวิตอย่างหนักในช่วงไม่กี่ปีต่อมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโกหกของพวกนั้นได้ทำลายความหวัง หรือแม้แต่ชีวิตใหม่ที่พวกเขาพบเจอในประเทศไทย

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - BBC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...