โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

สรุปการเปิดตัว GPT-5 ! เก่งก้าวกระโดด เหมือนคุยกับผู้เชี่ยวชาญ 'ปริญญาเอก' สายฟรีก็ใช้ได้ (แบบจำกัด)

BT Beartai

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 06.47 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 20.22 น.
สรุปการเปิดตัว GPT-5 ! เก่งก้าวกระโดด เหมือนคุยกับผู้เชี่ยวชาญ 'ปริญญาเอก' สายฟรีก็ใช้ได้ (แบบจำกัด)

GPT-5 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่ ChatGPT เปลี่ยนวิธีที่ผู้คนใช้งาน AI ไปตลอดกาลเมื่อ 32 เดือนก่อน จากวันแรกที่มีผู้ใช้ 1 ล้านคนในสัปดาห์เดียว จนวันนี้มีผู้ใช้งานกว่า 700 ล้านคนทุกสัปดาห์ คำถามสำคัญก็คือ GPT-5 เป็นแค่การอัปเกรดธรรมดา ๆ หรือเป็นการก้าวกระโดดที่จะเปลี่ยนโลกอีกครั้ง ? เรามาวิเคราะห์ไปพร้อมกันครับ

จาก “นักเรียน” สู่ “ด็อกเตอร์”

สิ่งแรกที่ แซม อัลต์แมน (Sam Altman) CEO ของ OpenAI ย้ำคือความแตกต่างของ GPT-5 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าครับ เขาเปรียบเทียบได้น่าสนใจและเห็นภาพมาก ๆ ครับ

  • GPT-3 เหมือนการคุยกับ “นักเรียนมัธยมปลาย” ที่มีความฉลาดเป็นครั้งคราว แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง
  • GPT-4 เหมือนได้คุยกับ “นักศึกษามหาวิทยาลัย” ที่มีความฉลาดและประโยชน์ใช้สอยอย่างแท้จริง
  • GPT-5 ก้าวกระโดดไปสู่การเป็น “ผู้เชี่ยวชาญระดับ PhD. หรือด็อกเตอร์” ที่คุณสามารถปรึกษาได้ทุกเรื่องตามต้องการ

นี่ไม่ใช่แค่การเปรียบเปรยนะครับ แต่มันสะท้อนถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ลองนึกภาพว่าเรามีทีมผู้เชี่ยวชาญระดับด็อกเตอร์อยู่ในกระเป๋า ที่พร้อมจะช่วยงานเราทุกอย่าง มันคือพลังพิเศษที่ในอดีตเราไม่เคยจินตนาการถึงด้วยซ้ำ

หัวใจสำคัญ : “Reasoning” ที่คิดก่อนตอบ

แล้วอะไรที่ทำให้ GPT-5 ฉลาดขึ้นขนาดนั้น ? คำตอบอยู่ที่สิ่งที่ OpenAI เรียกว่า “Reasoning Paradigm” หรือกระบวนการให้เหตุผลครับ โดยผู้บริหารฝ่ายวิจัยอธิบายว่า โมเดลรุ่นก่อนหน้าบังคับให้ผู้ใช้ต้องเลือกระหว่างคำตอบที่ “เร็วแต่ธรรมดา” กับคำตอบที่ “ฉลาดแต่ช้า” แต่ GPT-5 ได้ทลายกำแพงนั้นลง มันถูกออกแบบมาให้ “หยุดคิด” ในเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ได้คำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับคำถามนั้น ๆ แบบอัตโนมัติ

สิ่งนี้ทำให้ GPT-5 มีความสามารถในการให้เหตุผลเชิงลึกในศาสตร์ที่ซับซ้อน เช่น คณิตศาสตร์, ฟิสิกส์ หรือแม้กระทั่งกฎหมายได้ในระดับผู้เชี่ยวชาญ

ไม่ใช่แค่ “พูด” แต่ “ลงมือทำ” ได้จริง

จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของ GPT-5 อาจไม่ใช่แค่ความฉลาดในการตอบคำถาม แต่เป็นความสามารถในการ “ลงมือทำ” (Do stuff for you) ในงานเปิดตัวเราได้เห็นการสาธิตที่น่าทึ่งหลายอย่างที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิด “Software on Demand” หรือการสร้างซอฟต์แวร์ตามสั่งได้ทันที

  • สร้างแอปฯ เรียนภาษาฝรั่งเศส : หนึ่งในการสาธิตที่น่าประทับใจคือการสั่งให้ GPT-5 สร้างเว็บแอปฯ สำหรับเรียนภาษาฝรั่งเศส โดยมีฟีเจอร์ครบครันทั้งแฟลชการ์ด, แบบทดสอบ, การติดตามความคืบหน้า และที่เหนือชั้นคือมีมินิเกมที่ดัดแปลงจากเกมงู ให้กลายเป็นหนูไล่กินชีส ซึ่งทุกครั้งที่กินชีส จะมีการออกเสียงคำศัพท์ภาษาฝรั่งเศสใหม่ ๆ ออกมา ทั้งหมดนี้สร้างเสร็จจากโคดหลายร้อยบรรทัดในเวลาเพียงไม่กี่นาที
  • สร้างแดชบอร์ด (Dashboard) สำหรับ CFO : อีกตัวอย่างคือการสร้างแดชบอร์ดทางการเงินสำหรับผู้บริหารระดับสูง (CFO) จากข้อมูลดิบ GPT-5 สามารถสร้างหน้าแดชบอร์ดที่สวยงาม มีการจัดลำดับชั้นของข้อมูลชัดเจน และมี Interactive กราฟที่สามารถใช้งานได้จริง
  • สร้างเกม 3 มิติ : หรือแม้กระทั่งการสร้างเกม 3 มิติเล็ก ๆ เป็นฉากปราสาทที่มีทหารเดินตรวจตรา, มีปืนใหญ่ให้ยิง และมีมินิเกมยิงบอลลูน

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า GPT-5 ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสำหรับนักพัฒนาอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือสำหรับทุกคนที่อยากจะสร้างสรรค์ไอเดียให้เป็นจริงได้โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโคดเป็นเลย

ความก้าวหน้าในด้านอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

นอกเหนือจากความสามารถในการเขียนโคดแล้ว GPT-5 ยังมีการปรับปรุงในด้านอื่น ๆ อีกมากครับ

  • การเขียนที่ดีขึ้น : มีการเปรียบเทียบการเขียนบทไว้อาลัยให้โมเดลรุ่นเก่าระหว่าง GPT-4o และ GPT-5 ซึ่งผลลัพธ์จาก GPT-5 มีจังหวะและความลึกซึ้งทางอารมณ์ที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังคุยกับเพื่อนที่มีทั้ง IQ และ EQ สูง
  • ลดปัญหาข้อมูลมั่ว (Hallucination) : OpenAI ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงความแม่นยำของข้อมูลเป็นอย่างมาก ทำให้ GPT-5 เป็นโมเดลที่น่าเชื่อถือและมีข้อผิดพลาดทางข้อเท็จจริงน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา
  • ความปลอดภัยที่ฉลาดขึ้น : GPT-5 นำเสนอแนวทางใหม่ที่เรียกว่า “Safe Completions” แทนที่จะปฏิเสธคำสั่งที่สุ่มเสี่ยงไปเลย โมเดลจะพยายามให้คำตอบที่เป็นประโยชน์สูงสุดภายใต้กรอบความปลอดภัย เช่น การให้ข้อมูลภาพรวม, แนะนำแนวทางที่ปลอดภัย หรืออธิบายเหตุผลที่ไม่สามารถให้ข้อมูลโดยตรงได้
  • การเชื่อมต่อกับชีวิตจริง : อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าตื่นเต้น (ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ใช้กับผู้ใช้ Pro) คือการอนุญาตให้ ChatGPT เข้าถึง Gmail และ Google Calendar ของเราได้ ทำให้มันสามารถช่วยวางแผนตารางเวลาในแต่ละวัน, ค้นหาอีเมลที่ยังไม่ได้ตอบ หรือแม้กระทั่งเตรียมรายการของที่ต้องจัดกระเป๋าเดินทางได้โดยอัตโนมัติ
  • การใช้งานด้านสุขภาพ : GPT-5 ถูกพัฒนาให้เป็นโมเดลที่ดีที่สุดสำหรับเคสการใช้งานด้านสุขภาพ โดยในงานได้มีการเชิญผู้ใช้งานจริงที่ใช้ ChatGPT ช่วยทำความเข้าใจผลตรวจมะเร็งที่เต็มไปด้วยศัพท์เทคนิค และช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษาที่ซับซ้อน ซึ่ง GPT-5 สามารถทำหน้าที่เป็นคู่คิดที่เชื่อมโยงข้อมูลและมองเห็นภาพรวมได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ใครจะได้ใช้ และราคาเท่าไหร่ ?

ข่าวดีที่สุดคือ ผู้ใช้งานฟรีจะได้ใช้ GPT-5 เป็นครั้งแรก โดยจะเริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปสำหรับผู้ใช้ทั่วไป (Free, Plus, Pro, Team)

  • ผู้ใช้ฟรี : จะได้เริ่มต้นด้วย GPT-5 และเมื่อใช้งานถึงขีดจำกัด จะถูกสลับไปใช้ GPT-5 Mini ซึ่งเป็นโมเดลที่เล็กกว่าแต่ยังคงความสามารถสูง
  • ผู้ใช้ Plus : จะได้โควตาการใช้งานที่สูงกว่าผู้ใช้ฟรี
  • ผู้ใช้ Pro : จะได้ใช้งาน GPT-5 แบบไม่จำกัด

สำหรับนักพัฒนาที่ใช้งานผ่าน API จะมีโมเดลให้เลือก 3 ตัวคือ GPT-5, GPT-5 Mini และ GPT-5 Nano โดยมีราคาดังนี้

  • GPT-5 : ราคา 1.25 เหรียญสหรัฐฯ (Input) และ 10.00 เหรียญสหรัฐฯ (Output) ต่อ 1 ล้านโทเคน
  • GPT-5 mini : ราคา 0.25 เหรียญสหรัฐฯ (Input) และ 2.00 เหรียญสหรัฐฯ (Output) ต่อ 1 ล้านโทเคน
  • GPT-5 nano : ราคา 0.05 เหรียญสหรัฐฯ (Input) และ 0.40 เหรียญสหรัฐฯ (Output) ต่อ 1 ล้านโทเคน

บทสรุปและคำถามที่ต้องจับตา

การมาถึงของ GPT-5 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการ AI อย่างไม่ต้องสงสัยครับ มันได้เปลี่ยนนิยามของ “แชตบอต” ไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เป็นเพียง “ผู้ให้ข้อมูล” กลายเป็น “ผู้ลงมือทำ” และ “ผู้เชี่ยวชาญส่วนตัว”

คำถามที่น่าคิดต่อจากนี้คือ เมื่อเครื่องมือที่ทรงพลังขนาดนี้อยู่ในมือของคนทั่วไป เราจะเห็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นอีกมากน้อยแค่ไหน การเข้าถึงความรู้ระดับผู้เชี่ยวชาญจะเปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาและการทำงานไปอย่างไร และแน่นอนว่า OpenAI จะสร้างสมดุลระหว่างความสามารถที่เพิ่มขึ้นกับความปลอดภัยที่รัดกุมต่อไปได้อย่างไร ?

นี่คือสิ่งที่น่าตื่นเต้นและต้องจับตาดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิดครับ แล้วเราจะนำความคืบหน้ามารายงานให้ทราบกันอีกครั้งที่ BT แห่งนี้แน่นอนครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...