โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

คอกระแทกแรงหรือสะบัดคอบ่อยเสี่ยงหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นได้จริงหรือไม่?

GM Live

อัพเดต 09 ส.ค. 2568 เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2568 เวลา 04.38 น. • เว็บไซต์ว่าด้วยเรื่องราวของผู้ชาย เทรนด์ บทสัมภาษณ์ บทวิเคราะห์ธุรกิจ รถยนต์ Gadget สุขภาพ อัพเดทก่อนใคร

สุขภาพ

จากหัวเรื่องที่ GM Live ตั้งเป็นเชิงคำภาพว่า คอกระแทกแรง เสี่ยงหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นได้จริงหรือไม่? นั้น เชื่อว่าหลายคนก็มีขอสงสัยอยู่ไม่ใช่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะมนุษย์ออฟฟิตที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ อาการปวดคอ บ่า ไหล่ มาเยือนแน่นอน

และในยุคที่ข้อมูลด้านสุขภาพได้รับการส่งผ่านโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว หลายคนก็อาจเคยได้ยินคำเตือนว่า หาก “คอกระแทกแรง ๆ หรือสะบัดคอบ่อย ๆ อาจเสี่ยงทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น” ได้นั้น แน่นอนว่าข้อมูลเหล่านี้ย่อมสร้างความกังวลให้กับผู้ที่มีอาการปวดคอ รวมทั้งคนทำงานออฟฟิศที่มักจะเคลื่อนไหวคออย่างไม่ระมัดระวังโดดยเฉพาะเมื่อเกิดอาการเมื่อยล้าบริเวณต้นคอ

ในเมื่อความกังวลเกิดขึ้น สิ่งเดียวที่จะทำให้คลายกังวลได้ คือการหาคำตอบที่ถูกต้องจากกรูรู และยิ่งเป็นคำตอบจากแพทย์เฉพาะทางด้านนี้โดยเฉพาะ ยิ่งน่าเชื่อถือและไว้ใจได้ และนี่คือข้อมูลที่ทางGM Live ได้จาก นายแพทย์ สุทธวีร์ ปังคานนท์ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ โรงพยาบาล S Spine & Joint Hospital

หมอนรองกระดูกสันหลัง (Intervertebral Disc) เป็นแผ่นเจลเนื้ออ่อนที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละชิ้น ทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทก และช่วยให้กระดูกสันหลังเคลื่อนไหวได้อย่างยืดหยุ่น ในกรณีที่หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น (Disc Herniation) เกิดจากการที่หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม แตก หรือเคลื่อนออกจากตำแหน่ง จนไปกดเบียดเส้นประสาท ส่งผลให้มีอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงบริเวณแขน ขา หรือหลัง

การหันคอแรง หรือสะบัดคอด้วยความเร็วสูงในบางจังหวะ อาจไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น แต่สำหรับบางคน โดยเฉพาะในผู้ที่มีหมอนรองกระดูกสันหลังเริ่มเสื่อมตามอายุ รวมทั้งมีพฤติกรรมที่ใช้คอผิดซ้ำ ๆ หรือมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับกระดูก แรงกระแทกเพียงครั้งเดียวอาจกลายเป็นปัจจัยเร่งให้หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นได้ทันทีเช่นกัน

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า คอกระแทกแรง ๆ อาจไม่ทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น “ทันที” ในคนปกติ แต่สำหรับในผู้ที่มีความเสื่อมอยู่แล้ว นี่อาจเป็น “ชนวนสุดท้าย” ที่ก่อให้เกิดอาการรุนแรงขึ้นได้ในทันที

ทั้งนี้คุณหมอได้ยกตัวอย่างเคสที่เคยรักษาซึ่งทำให้พบว่า ในกรณีผู้ป่วยอายุน้อยมีภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นจากอุบัติเหตุล้มขณะเล่นสกี ซึ่งถือเป็นกรณีที่พบไม่บ่อยในคนวัยหนุ่มสาว แต่เกิดขึ้นได้จริงจากแรงกระแทกบริเวณ “คอ” และพฤติกรรมที่ถูกมองข้าม หลังล้ม ผู้ป่วยมีอาการปวดคอ โดยเข้าใจว่าเป็นอาการกล้ามเนื้ออักเสบทั่วไป จึงรับประทานยาและทำกายภาพบำบัดมานานกว่า 1 เดือน แต่อาการไม่หายขาด และกลับมาเป็นซ้ำอีกเรื่อย ๆ

“คนไข้เคยไปพบแพทย์หลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่บอกว่าเป็นแค่ออฟฟิศซินโดรม ทั้งที่อาการค่อนข้างรุนแรง และปวดจนทำงานไม่ได้”

ช่วงแรก ผู้ป่วยมีเพียงอาการปวดคอ บ่า ไหล่ แต่ไม่ร้าว จนกระทั่ง 1–2 สัปดาห์ก่อนพบแพทย์ อาการเริ่ม “ร้าวลงแขนและนิ้ว” ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนของภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นกดทับเส้นประสาท เมื่อตรวจ MRI พบว่า หมอนรองกระดูกสันหลังบริเวณคอปลิ้นออกมาจริง และจุดที่ปลิ้นนั้น สอดคล้องกับตำแหน่งที่เกิดแรงกระแทกในวันเกิดอุบัติเหตุนั่นเอง

สำหรับสัญญาณอันตรายของอาการที่ควรสังเกต

  • อาการปวดคอ บ่าไหล่ ต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์

  • อาการ ไม่ดีขึ้นแม้จะได้รับยาและทำกายภาพบำบัดแล้ว

  • อาการ ปวดร้าวลงแขน ลงนิ้ว

  • มีอาการ ชาหรืออ่อนแรง

ซึ่งหากมีอาการชาหรืออ่อนแรง แล้วควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะหากทิ้งไว้นาน เส้นประสาทอาจเสียหายถาวร และไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ หรือกลับมาได้เพียงบางส่วน และการฟื้นตัวหลังการรักษาก็จะทำได้ยาก ยกเว้นในกรณีที่ถูกบริเวณไขสันหลังโดยตรง ซึ่งจะทำให้มีอาการเยอะมากและเป็นทั้งตัว

บริเวณที่พบหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นบ่อยที่สุด คือ บริเวณคอ ช่วงข้อต่อ C4-C5) และ ข้อ C5-C6 เนื่องจากเป็น ข้อต่อที่มีการขยับและเคลื่อนไหวในการก้มเงยมากที่สุดนั่นเอง

ในส่วนการป้องกันและดูแล

  • ใช้งานคออย่างถูกวิธี ปรับท่าทางเมื่อเล่นมือถือ โดยไม่ให้ก้มคอมากเกินไป และปรับระดับคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา

  • หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ พยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีความเสี่ยง

  • ออกกำลังกาย เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอ เพื่อช่วยให้กระดูกคอเสื่อมช้าลง และใช้งานได้นานขึ้น

ข้อมูล : S Spine & Joint Hospital (โรงพยาบาลเอส สไปน์) โทร . 02 034 0808

ภาพ : https://pixabay.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...