โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

พ่อแม่ต้องอ่าน! 6 ท่านอนของเด็กที่ดู "แปลก" เผยความลับเล็กๆ เรื่องบุคลิกของลูก

sanook.com

เผยแพร่ 09 ส.ค. 2568 เวลา 04.50 น. • Sanook
คุณเคยสังเกตไหม? เวลาที่เด็กนอน พวกเขามักนอนในท่าทางที่ดู

คุณเคยสังเกตไหม? เวลาที่เด็กนอน พวกเขามักนอนในท่าทางที่ดู "แปลก" แต่แท้จริงแล้วท่านอนเหล่านี้เผยความลับเล็ก ๆ ในบุคลิกของลูก

ท่าทางการนอนแต่ละแบบสะท้อนบุคลิกแท้จริงของลูก และที่สำคัญคือพ่อแม่ต้องสังเกตความละเอียดในรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านั้น เพื่อเข้าใจลูกมากขึ้น และร่วมเดินทางไปกับเขาอย่างถูกวิธี

นักจิตวิทยาเผยว่า เมื่อคนเราหลับลึก ท่าทางการนอนคือการสะท้อนบุคลิกแท้จริงในจิตใต้สำนึก และสำหรับเด็กเล็กยิ่งชัดเจน เพราะพวกเขายังไม่รู้จักปิดบังความรู้สึก ท่าทางการนอนจึงเปรียบเสมือน “คู่มือบุคลิก” ที่แท้จริงที่สุด

1. ท่านอนม้วนตัวเหมือนหอยทาก
เด็กบางคนเวลานอนจะม้วนตัวเข้าหากัน แขนขาเก็บเข้าด้านใน ดูเหมือนหอยทาก ท่าทางแบบนี้มักพบในเด็กที่มีจิตใจอ่อนไหว ชอบเก็บตัว รู้สึกปลอดภัยไม่เต็มที่ เมื่ออยู่ในสิ่งแวดล้อมใหม่ เด็กจะเขินอายและไม่กล้าทักทายคนก่อน แต่เมื่ออยู่กับคนคุ้นเคย เด็กจะอบอุ่น รักใคร่และชอบอยู่ใน “พื้นที่ปลอดภัย” ของตัวเอง

ข้อมูลพบว่าเด็กกว่า 60% ที่อายุต่ำกว่า 5 ปี มักนอนท่านี้ โดยเฉพาะช่วงเริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาลหรือเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่

อย่างไรก็ตาม ความเก็บตัวไม่ใช่ข้อด้อย เด็กเพียงแต่ต้องการเวลาในการเปิดใจ พ่อแม่ควรใจเย็นและค่อยๆ ส่งเสริมให้ลูกกล้าเปิดโลกกว้าง เช่นเดียวกับการ “ชาร์จพลังในพื้นที่ปลอดภัย” ให้เต็มก่อนออกไปเผชิญโลกภายนอก

2. ท่านอนกลิ้งไปกลิ้งมาคล้ายลูกบอล
เด็กบางคนเวลานอนจะกลิ้งไปมาได้ถึง 360 องศา บางครั้งหัวหันไปทางเหนือ บางครั้งเท้าชี้ไปทางใต้ ท่าทางแบบนี้มักพบในเด็กที่มีความมั่นใจสูง กล้าหาญ รักการสำรวจ และมีพลังเหลือล้นเหมือน “มอเตอร์ที่ไม่หยุดหมุน” อยากรู้อยากเห็นทุกอย่างใหม่ๆ

สมาคมการนอนหลับแห่งสหรัฐฯ เคยเปิดเผยว่า เด็กที่ขยับตัวบ่อยขณะนอนมีการทำงานของสมองสูงกว่าปกติถึง 15%

ข้อมูลยังพบว่าเด็กกลุ่มนี้เมื่อโตขึ้นมักมีทักษะการแก้ปัญหาที่ดี เพราะไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่งเรื่องของตนมาก อยากหาทางจัดการด้วยตัวเอง

พ่อแม่ลอง “ปล่อยมือ” บ้าง ให้ลูกได้ลองทำเอง บางครั้งการปล่อยให้ลูกได้ลองผิดลองถูก เป็นวิธีช่วยให้ลูกเติบโตได้รวดเร็วขึ้น

iStockphoto

3. ท่านอนกอดของเล่นเหมือนเจ้าตัวขี้เกียจ
เด็กบางคนต้องกอดตุ๊กตา ผ้าเช็ดหน้า หรือเสื้อของแม่ถึงจะยอมนอน ดูคล้ายเจ้าตัวขี้เกียจที่กอดกิ่งไม้

นักจิตวิทยา พิคฮาร์ต เคยกล่าวไว้ว่า "เด็กที่ชอบกอดของเวลานอนมักเป็นเด็กที่มีความรู้สึกอ่อนไหวทางอารมณ์สูง"

เด็กกลุ่มนี้เปรียบเสมือน “เตาผิงเล็กๆ” ที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความรัก แต่พ่อแม่ควรระวังไม่ให้ลูกพึ่งพิงสิ่งของมากเกินไป ควรค่อยๆ ช่วยลูกเปลี่ยนมาใช้ผืนผ้าเช็ดหน้าขนาดเล็กแทนของชิ้นใหญ่หรือสิ่งของที่ติดแน่นกับใจอย่างหนักอย่างนุ่มนวล

4. ท่านอนกางแขนกางขาเหมือนราชาน้อย
หากลูกของคุณนอนกางแขนกางขากินพื้นที่เกือบทั้งเตียง ขอแสดงความยินดีด้วย คุณมีลูกที่สดใสและมองโลกในแง่ดี

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดชี้ว่า เด็กที่นอนในท่านี้มักมีระดับเซโรโทนินในสมองสูงกว่า ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สร้างความสุข

เด็กกลุ่มนี้เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ดวงน้อย ที่พกพาพลังบวกไปทุกที่ แต่พ่อแม่อย่าลืมสอนให้ลูกแบ่งพื้นที่บนเตียงไว้ให้พ่อแม่บ้างนะ

iStockphoto

5. ท่ายกมือเหมือนซูเปอร์ฮีโร่
เด็กบางคนเวลานอนจะยกแขนข้างหนึ่งสูงขึ้น เหมือนกำลัง “ช่วยโลก” งานวิจัยจากห้องทดลองการนอนญี่ปุ่นพบว่า หากเด็กคนใดนอนในท่านี้เกิน 30 นาที มีแนวโน้มว่ากลางวันจะมีพฤติกรรมเสี่ยงมากกว่าเด็กทั่วไปถึง 23%

เด็กกลุ่มนี้มักเป็นคนกล้าหาญแต่ก็มีความละเอียดอ่อน ชอบผจญภัยกลางแจ้ง ปีนป่าย และเรียนรู้โลก พ่อแม่ควรให้ลูกได้สัมผัสธรรมชาติมากขึ้น แต่ต้องระวัง “คาดเข็มขัดนิรภัย” ให้ปลอดภัยด้วยนะ

iStockphoto

6. ท่านอนคว่ำเหมือนลูกเต่าตัวน้อย
เด็กบางคนมีนิสัยนอนคว่ำ ดูเหมือนลูกเต่าที่พับตัวเข้าหากัน เด็กกลุ่มนี้มักมี “ใจที่เปราะบาง” และกลัวการถูกตำหนิ เมื่อจำเป็นต้องให้คำแนะนำ พ่อแม่ควรหลีกเลี่ยงการติเยอะ ใช้คำพูดที่เน้นพฤติกรรมและความคาดหวังอย่างชัดเจน เด็กจะเปิดรับได้ง่ายกว่า

นอกจากนี้ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียชี้ว่า ท่านอนคว่ำอาจทำให้หัวใจได้รับแรงกดเล็กน้อย ส่งผลให้เด็กรู้สึกหนักใจเมื่อต้องเผชิญความล้มเหลว

สำหรับเด็กกลุ่มนี้ พ่อแม่ควรใช้เทคนิค “สื่อสารแบบแซนด์วิช” คือ เริ่มด้วยคำชม > ให้คำแนะนำอย่างอ่อนโยน > ปิดท้ายด้วยกำลังใจ

ทั้งนี้ นักการศึกษามอนเตสซอรี่เคยกล่าวไว้ว่า “เด็กแต่ละคนเปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์พิเศษ ที่เพียงต้องการดินที่เหมาะสมเพื่อเติบโต”

ท่าทางการนอนแต่ละแบบสะท้อนบุคลิกแท้จริงของลูก และที่สำคัญคือพ่อแม่ต้องใส่ใจสังเกตในรายละเอียดเล็กๆ เหล่านั้น เพื่อเข้าใจลูกให้ลึกซึ้งขึ้น และร่วมเดินทางไปกับลูกอย่างถูกวิธี เพราะเด็กแต่ละคนคือดอกไม้ที่เบ่งบานตามจังหวะของตัวเอง หากได้รับการรดน้ำด้วยความรักและความอดทน ลูกก็จะผลิบานอย่างงดงามที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...