“เศร้า! พระธาตุโนนตาล อายุ 121 ปี ล้มพังทั้งองค์ – สำนักศิลปากรเร่งค้นของมีค่าภายใต้ซากปรักหักพัง”
จากเหตุการณ์พระธาตุโนตาลที่ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุ หมู่ 9 ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ล้มเมื่อวันที่ 12 ต.ค.68 เวลา 09.40 น. ถือเป็นพระธาตุเก่าแก่โบราณคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน อยู่ในความดูแลของสำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี โดยมีหลักฐานกล่าวถึงประวัติว่าก่อสร้างเมื่อปี 2445 นับถึงปัจจุบันองค์พระธาตุโนนตาลมี อายุถึง 121 ปี เป็นการก่อสร้าง ของพลังศรัทธา รวมถึง พระเกจิ ร่วมกับชาวบ้าน ที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาตั้งบ้านเรือน ในพื้นที่ ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ประมาณปี 2420 จนกระทั่งมีการค้นพบซากปรักหักพัง ของพระธาตุองค์เดิม จึงมีการร่วมกันบูรณะ ก่อสร้างมาถึงปัจจุบัน เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นโบราณสถาน หลักฐานทางประวัติศาสตร์
โดยก่อนหน้านี้มีการตรวจพบรอยร้าวรอบๆ บริเวณองค์พระธาตุ ส่วนสาเหตุการเกิดรอยร้าว น่าจะมาจากสภาพเก่าแก่ตามกาลเวลา และเป็นโครงสร้างที่เป็นฐานแบบก่ออิฐถือปูน ของช่างก่อสร้างในอดีต ที่มีโอกาสทรุดตัวจนเกิดรอยร้าว อีกส่วนอาจเกิดจากการมีที่ตั้งติดทางหลวงชนบท นพ.3014 ถือเป็นเส้นเลี่ยงเมือง ที่มีรถบรรทุกหนักวิ่งจำนวนมาก และเกิดผลกระทบตามมา อย่างไรก็ตามทาง สำนักศิลปากรที่ 9 ได้มีงบประมาณมาซ่อมแซม ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการลงมือบูรณะปฏิสังขรณ์ แต่ล้มเสียก่อนก่อน
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ที่วัดธาตุ ซึ่งเป็นที่ตั้งขององค์พระธาตุโนนตาล บ้านตาล ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จะ.นครพนม ได้พบนายจิระพงษ์ มงคลพันธุ์ อายุ 28 ปี หัวหน้าช่าง บริษัท กุมภา 02 จำกัด จังหวัดขอนแก่น ที่รับเหมา บูรณะ ซ่อมแซม พระธาตุโนนตาล โดยมีสัญญา 4 เดือน เล่าว่า ทีมช่างเข้าหน้างานทำนั่งร้าน วันที่ 8-11 ต.ค.วันที่ 12 ต.ค.วันเกิดเหตุ คนงานหยุดทำงาน ได้ยินเสียงเหล็ก บิดหักงอ จึงวิ่งออกมาดู เห็นองค์พระธาตุ ล้มพังทั้งองค์ นายจิระพงษ์ ในฐานนะช่าง สันนิษฐานว่า วัสดุก่อสร้างเป็นอิฐมอญโบราณ วางเป็นชั้นๆ เมื่ออายุร่วม 100 ปี ทำให้ตัวองค์พระธาตุทรุดลงมา
ทาง นายสันติไชย ศิริญาต อายุ 47 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 บ้านธาตุ เล่าว่า เมื่อปี 61 องค์พระธาตุ จะมีรอยร้าว รอบองค์พระธาตุได้แจ้งไปที่กรมศิลป์ที่อุบลราชธานี แล้วตั้งงบมาซ่อมแซม ครั้งที่ 1 ทำการอุดรอยร้าว ทาสีใหม่ หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 10 ก.ย.68 ตัวองค์พระธาตุ มีลักษณะเอียงตัวไปทางทิศเหนือเล็กน้อย ทางกรมศิลป์ จึงได้ตั้งงบมาบูรณะองค์พระธาตุครั้งที่ 2 โดยกรมศิลป์ได้ว่าจ้าง บริษัท กุมภา 02 จำกัด จังหวัดขอนแก่น โดยจะทำฐานราก ฝังเสาเข็มเพิ่มไม่ให้องค์พระธาตุทรุดตัว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 ต.ค.68 ได้ทำพิธีบวงสรวงเพื่อขอขมาต่อองค์พระธาตุ จากนั้นช่วงวันที่ 8-11 ต.ค.ช่างได้เข้าพื้นที่บริเวณองค์พระธาตุ เพื่อเคลียร์พื้นที่ เตรียมบูรณะซ่อมแซม เหตุบังเอิญวันที่องค์พระธาตุล้ม ช่างหยุดทำงานเลยไม่มีผู้บาดเจ็บแลเสียชีวิต
ด้าน นาธนภัทร จิตรสุทธิผล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี เปิดเผยว่า สิ่งแรกที่จะทำขณะนี้ คือ เร่งค้นหาของมีค่าที่ใต้ซากปรักหักพัง ว่ามีอะไรพร้อมตั้งกรรมการสแกนพื้นที่อย่างเร่งด่วนก่อน ด้านงบบูรณะ 3 ล้านบาทตามสถานการณ์เช่นนี้ อาจจะต้องมีการปรับสัญญาเนื้องาน และของบเพิ่มเติมจะต้องเสนอไปที่กรมพิจารณางบ ปี 69 ไม่ทัน ก็จะเป็น ปี 70
ขณะนี้จะต้องประชุมกับหลายๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชุมชนในพื้นที่ เนื่องจากไม่มีเจ้าอาวาส
ทั้งนี้ ต้องเร่งกู้เก็บซากปรักหักพัง ทำความสะอาด แล้วจะหารือกันต่อไปว่าจะสร้างพระธาตุขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะเป็นแบบเดิม หรือรูปทรงแบบใหม่ ก็จะต้องหารือกันต่อไปนายธนภัทร กล่าว