โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฝรั่งเศส-อิตาลีขัดแย้งทางการทูตรุนแรง รองนายกรัฐมนตรีอิตาลีวิจารณ์มาครง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 24 ส.ค. 2568 เวลา 03.30 น.
ฝรั่งเศสและอิตาลีขัดแย้งทางการทูตรุนแรง ถึงขั้นฝรั่งเศสเรียกตัวเอกอัครราชทูตอิตาลีเข้าพบ หลังรองนายกรัฐมนตรีของอิตาลีใช้ถ้อยคำรุนแรงในการวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เกี่ยวกับการส่งทหารยุโรปไปประจำการในยูเครน หลังสงครามกับรัสเซีย

แหล่งข่าวการทูตของฝรั่งเศสเปิดเผยเมื่อวานนี้ (23 ส.ค.) ว่า ฝรั่งเศสได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตอิตาลีเข้าพบ หลังจากมัตเตโอ ซัลวินี รองนายกรัฐมนตรีของอิตาลี ออกมาท้าทายประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กรณีเสนอให้ส่งทหารยุโรปไปประจำการในยูเครนภายหลังการยุติสงคราม โดยเมื่อถูกถามเมื่อต้นสัปดาห์เกี่ยวกับถ้อยแถลงของมาครง ที่เสนอให้มีการส่งทหารยุโรปไปยูเครนหลังการเจรจายุติความขัดแย้งกับรัสเซียแล้ว รองนายกรัฐมนตรีซัลวินี ตอบด้วยสำนวนภาษาถิ่นมิลาน ซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกับ "ไปให้พ้น" หรือ “อย่ามายุ่ง” เป็นการแสดงความไม่พอใจต่ออีกฝ่ายอย่างไม่สุภาพ หรือก้าวร้าว

ซัลวินีกล่าวกับผู้สื่อข่าว โดยพาดพิงถึงมาครงอย่างเผ็ดร้อนว่า “คุณอยากไปก็ไปเอง ใส่หมวกนิรภัย เสื้อเกราะ และถือปืนของคุณไปยูเครนได้เลย”

ซัลวินี ผู้นำพรรคสันนิบาต (League) แนวขวาจัด และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคมนาคมของอิตาลีในรัฐบาลแนวชาตินิยม-อนุรักษ์นิยมที่นำโดยนายกรัฐมนตรีจอร์จา เมโลนี วิพากษ์วิจารณ์มาครงมาโดยตลอด โดยเฉพาะในประเด็นยูเครน

แหล่งข่าวการทูตเผยว่า ฝรั่งเศสได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตอิตาลีเข้าพบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นความขัดแย้งทางการทูตครั้งล่าสุดระหว่างฝรั่งศสและอิตาลี นับตั้งแต่ก่อนและหลังเมโลนีขึ้นสู่อำนาจในปี 2022

ทั้งนี้ มาครง ซึ่งแสดงจุดยืนสนับสนุนยูเครนอย่างชัดเจนในสงครามกับรัสเซีย กำลังร่วมมือกับผู้นำโลกคนอื่น ๆ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษ เพื่อระดมการสนับสนุนยูเครนในกรณีที่มีการหยุดยิงเกิดขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...