โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ผบช.ภ.1’ สอบปากคำ ‘โจรไรเดอร์’ ชิงทอง ไม่เชื่อทำสร้อยหล่นหายระหว่างหนี 33 บาท

เดลินิวส์

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 21.26 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 14.26 น. • เดลินิวส์
พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 เข้าสอบปากคำ นายวีรวัฒน์ (สงวนนามสกุล) หรือ อาร์ม อายุ 31 ปี โจรไรเดอร์ ที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ทอง 123 บาทมูลค่ากว่า 6 ล้าน ภายหลังได้ของกลางคืนเกือบทั้งหมดเหลือทองรูปพรรณอีก 33 บาท ที่ผู้ก่อเหตุอ้างทำหล่นหาย แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ

จากกรณี ตำรวจติดตามจับกุม นายวีรวัฒน์ (สงวนนามสกุล) หรือ อาร์ม อายุ 31 ปี โจรไรเดอร์ ที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ทองรูปพรรณ 49 เส้น รวม 123 บาทมูลค่ากว่า 6 ล้านบาทเอาไว้ได้แล้ว โดยพบว่าผู้ก่อเหตุนำทองไปซ่อนไว้ในตู้ลำโพงและต้นไม้บริเวณบ้านพัก พื้นที่หมู่ที่ 4 ต.บ้านระกาศ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ทั้งยังจับกุม นายอิทธิ์พงษ์ (สงวนนามสกุล) หรือ มด อายุ 28 ปี ญาติผู้น้องที่ร่วมช่วยเหลือพา นายอาร์ม หลบหนี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

หนีไม่รอด บุกบ้านจับโจรไรเดอร์ ควงปืนบุกเดี่ยวชิงทอง 5 นาทีกวาด 6 ล้านบาท

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 20 ส.ค. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้เข้าสอบปากคำ นายวีรวัฒน์ ด้วยตนเอง โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่ามีความจำเป็นต้องใช้เงิน เนื่องจากตนเองติดหนี้นอกระบะหลายแสนบาท เป็นหนี้นอกระบบที่ยืมมาลงทุนเปิดอู่ซ่อมรถ และต้องเสียดอกเบี้ยเดือนละไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นบาท จึงคิดวางแผนในการก่อเหตุ

โดยใช้เวลากว่าสัปดาห์ในการวางแผน ตั้งแต่การจัดการเสื่อผ้าหมวกกันน็อก การนำรถจักรยานยนต์มาพ่นสีใหม่ การปลอมตัวต่าง ๆ รวมถึง การวางแผนในการหลบหนี มีการสำรวจ เส้นทางและจุดที่ต้องนำเอารถจักรยานยนต์ไปทิ้งน้ำ โดยมีการชักชวนรุ่นน้องที่เป็นญาติการใช้เรือร่องสำรวจเส้นทางและมาร์คตำแหน่งจุดนัดพบทางเรือ เลือกจุดและเส้นทางทางเรือที่ไม่มีกล้องวงจรปิดและบ้านคนเพื่อยากต่อการติดตามของตำรวจ

อีกทั้งยังให้รุ่นน้องคือ นายมด ขับเรือมาจอดรถรับยังใต้สะพานข้ามคลองเพื่อหลบหนีกลับบ้านพัก ซึ่งบ้านพักอยู่ห่างจากคลองเพียงร้อยกว่าเมตร หลังจากที่ได้ทองกลับมาถึงบ้าน จึงแบ่งทองซุกซ่อนสองจุด คือในตู้ลำโพง และข้างต้นไม้หลังบ้าน ส่วนที่เลือกร้านทองแห่งนี้ เพราะตนเองเคยเข้ามาซื้อสินค้าภายในห้างและมองว่าร้านทองไม่มีลูกกรงในการป้องกันและง่ายต่อการก่อเหตุ จึงเลือกร้านทองแห่งนี้

ส่วนทองที่หายไป คาดว่าหายในช่วงที่ตนเองขับรถพุ่งลงคลอง และลากรถจากกลางคลองมาซ่อนใกล้ตอมอสะพาน ซึ่งช่วงนั้นทองทั้งหมดใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายและไม่ทันได้รูปซิปปิดปากกระเป๋า คาดว่าจะหล่นในช่วงที่ตนเองนำทองและเสื้อผ้ารวมถึงหมวกกันน็อกยัดใส่กระสอบที่เตรียมมา ซึ่งในระหว่างเส้นทางในคลองที่หลบหนี จะมีช่วงหนึ่งที่ห่างจากจุดทิ้งรถ ตนเองได้ดึงเอาปืนและเสื้อผ้าออกจากกระสอบเพื่อโยนทิ้งน้ำ ซึ่งตอนนั้นสังเกตว่ามีทองเกี่ยวตัวปืนตกไปด้วย

หลังสอบปากคำแล้งเสร็จ พล.ต.ท.สุรพล กล่าวว่า ต้องขอชื่นชมตำรวจชุดจับกุมที่มีความมุมานะพยายาม จนสามารถแกะรอยคนร้ายรายนี้ได้ แต่ในส่วนทองที่ยังหาไม่พบนั้น จากคำให้การของผู้ก่อเหตุที่อ้างว่า ทำหล่นในช่วงที่หลบหนี รวมน้ำหนักที่ยังหาทองไม่พบกว่า 33 บาท ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การดังกล่าว ซึ่งจะต้องสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมต่อไปอีก

เบื้องต้น แจ้งข้อหา "…ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ , โดยขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย ,โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม หรือร่วมกันรับของโจร และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร.." คุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการทางกฎหมายต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...