โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Netflix ทุ่ม 200 ล้านดอลลาร์ พลิกโฉมเศรษฐกิจ เปลี่ยนภาพลักษณ์ไทยบนเวทีโลกอย่างไรบ้าง ?

SpringNews

อัพเดต 21 ส.ค. 2568 เวลา 05.11 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2568 เวลา 05.02 น.

Netflix ผู้ให้บริการสตรีมมิงระดับโลก ได้เปิดเผยข้อมูลการลงทุนครั้งสำคัญในประเทศไทยมูลค่ากว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.3 พันล้านบาท) ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลให้เกิดการจ้างงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์กว่า 13,500 ตำแหน่ง แต่ยังกลายเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของ "ซอฟต์พาวเวอร์" และการท่องเที่ยวของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

จากรายงานล่าสุดหัวข้อ“เน็ตฟลิกซ์ในประเทศไทย: พลังขับเคลื่อนอนาคตจากการเล่าเรื่องท้องถิ่น” ได้ฉายภาพยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งกว่าแค่การผลิตเนื้อหาเพื่อความบันเทิง แต่เป็นการลงทุนที่หยั่งรากลึกลงในระบบนิเวศสร้างสรรค์ของไทย ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากรไปจนถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน

เม็ดเงินลงทุนที่เปลี่ยนเรื่องเล่าท้องถิ่นสู่สายตาโลก

ระหว่างปี 2564 ถึง 2567 Netflix ได้ทุ่มงบประมาณก้อนโตเพื่อสร้างสรรค์ออริจินัลซีรีส์และภาพยนตร์ไทยมากกว่า 20 เรื่อง ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่งอย่างยิ่ง มีผลงานของไทยถึง 15 เรื่องที่สามารถทะยานขึ้นสู่ชาร์ต Global Top 10 สำหรับคอนเทนต์ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ และสร้างยอดการรับชมรวมกันทั่วโลกสูงถึง 750 ล้านชั่วโมง ตัวเลขเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเรื่องราวที่มีอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างชัดเจน สามารถก้าวข้ามกำแพงภาษาและวัฒนธรรมไปครองใจผู้ชมในระดับสากลได้สำเร็จ

"เราไม่ได้เพียงนำเสนอความงดงามของสถานที่ แต่ยังสะท้อนศิลปะและเอกลักษณ์ของการเล่าเรื่องแบบไทยอย่างมีชั้นเชิง" มาโลบิกา (เมล) บาเนอร์จี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายคอนเทนต์ของ Netflix ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวในงานแถลงข่าว "รายงานฉบับนี้ตอกย้ำถึงบทบาทการลงทุนของเราที่มีต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย"

มุมมองนี้ได้รับการตอกย้ำจาก ปราบดา หยุ่น โปรดิวเซอร์และนักเขียนบทชื่อดัง ซึ่งชี้ว่า "เส้นแบ่งของคนดูในความเป็นซีรีส์และความเป็นหนังไม่มีอีกแล้ว ข้อกังขาของคอนเทนต์ไทยที่สร้างกับ Netflix นั้นแทบจะไม่มีอีกแล้วในสายตาคนดู" คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการทลายกำแพงทางความคิดของผู้ชม ที่เปิดรับคอนเทนต์ไทยในรูปแบบที่หลากหลายและมีคุณภาพทัดเทียมสากลมากขึ้น

มากกว่าความบันเทิง: ปักหมุดท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

ผลกระทบที่น่าสนใจที่สุดจากการลงทุนครั้งนี้ คือการที่ภาพยนตร์และซีรีส์ได้กลายเป็นเครื่องมือส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ทรงพลัง โดยไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ในเมืองหลวงหรือเมืองท่องเที่ยวหลักอีกต่อไป

สืบสันดาน (Master of The House): พลิกโฉม "ชาโต เดอ เขาใหญ่" ในจังหวัดนครราชสีมา ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่แฟนซีรีส์ต้องไปเยือน
สาธุ (The Believers): สร้างปรากฏการณ์ปลุกความสนใจใน "วัดสำปะซิว" จังหวัดสุพรรณบุรี และสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในจังหวัด
ทีมรักนักหลอก (Analog Squad): นำเสนอความงามที่ซ่อนอยู่ของจังหวัดพังงา ทั้งภูเขาและชายหาด ซึ่งมักถูกมองข้ามไป
อย่ากลับบ้าน (Don't Come Home): เลือกใช้ฉากในเมืองรองอย่างนนทบุรีและนครนายก เป็นการเปิดมุมมองใหม่ให้กับสถานที่ใกล้กรุงเทพฯ

ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับนโยบาย "Amazing Thailand Grand Tourism and Sports 2025" ของรัฐบาลไทยอย่างสมบูรณ์ โดยใช้เรื่องเล่าเป็นตัวนำ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ในพื้นที่ที่ไม่เคยเป็นที่รู้จักมาก่อน

ลงทุนในรากฐาน: ปั้นบุคลากรรุ่นใหม่สู่อุตสาหกรรม

นอกจากการผลิตคอนเทนต์ Netflix ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผ่านโครงการต่างๆ เช่น Reel Life Camp ที่ฝึกอบรมผู้สร้างภาพยนตร์รุ่นใหม่กว่า 145 คน และการจัดอบรมเชิงเทคนิคให้แก่บุคลากรเบื้องหลังกว่า 500 คน ทั้งในด้านการตัดต่อ, VFX และการจัดการข้อมูล

ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ผ่านโครงการ Content Lab และกองทุน Creative Equity Fund ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืน ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการ CEA กล่าวว่า "เราได้บ่มเพาะผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ชาวไทยและเสริมศักยภาพของผู้สร้างสรรค์รุ่นใหม่นอกกรุงเทพฯ"

ดร.ชาคริตยังเน้นย้ำถึงมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้นว่า "ประเด็นทางทุนวัฒนธรรม (Culture Asset) ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก ทั้งมุมมองอาหาร รวมถึงวิธีคิดต่างๆ ที่มาจากวิถีคนไทย" ซึ่งหมายความว่า การลงทุนนี้ไม่ได้สร้างแค่ "ผลิตภัณฑ์" แต่กำลังช่วยส่งออก "ความคิดและวัฒนธรรม" ของไทยไปพร้อมกัน

การเคลื่อนไหวของ Netflix ครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าแค่เรื่องราวทางธุรกิจ แต่เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการผสานพลังระหว่างทุนระดับโลกกับความคิดสร้างสรรค์ท้องถิ่น ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นการเขียนบทใหม่ให้กับประเทศไทยบนเวทีโลก ในฐานะมหาอำนาจทางวัฒนธรรมที่น่าจับตามองคนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...