โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตั้งศูนย์ War Room นานาชาติปราบแก๊งคอลฯ ไม่เชิญ ‘เขมร’ ร่วมวงหวั่นข้อมูลรั่วไหล

เดลินิวส์

อัพเดต 21 ส.ค. 2568 เวลา 16.57 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • เดลินิวส์
ตร.ตั้งศูนย์ War Room นานาชาติปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตั้งเป้าตามล่าเอาเงินคืน อายัดได้เพิ่มขึ้น 27% ย้ำไม่เชิญกัมพูชาร่วมวง กังวลข้อมูลสืบสวนรั่วไหล

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศกค.ตร.) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชาการ ศกค. หรือ International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (IAC) และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ได้ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์ War Room ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ภายใต้แนวคิด "MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน"

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งศูนย์ฯ เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นการเริ่มต้นการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ โดยนำเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยมารวมอยู่ใน War Room แห่งนี้ เมื่อเกิดความเสียหายมูลค่ามากกว่า 100,000 บาท คดีจะถูกโอนเข้ามาที่ศูนย์ฯ ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถประสานงานกับธนาคารเพื่อติดตามเส้นทางการเงินและดำเนินการอายัดได้อย่างรวดเร็ว เมื่อตำรวจทราบจุดหมายปลายทาง จะมีการประสานตำรวจในพื้นที่เพื่อเข้าจับกุมผู้กระทำผิด ซึ่งที่ผ่านมาสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้หลายครั้งขณะกำลังถอนเงินออกจากธนาคาร และสามารถรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลการจับกุมเพิ่มเติมได้

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นเรื่องยาก แต่การจัดตั้งศูนย์ฯ ทำให้การติดตามจับกุมขบวนการทำได้ง่ายขึ้นมาก เนื่องจากมีการทำงานที่เป็นระบบและรวดเร็วกว่าเดิม อีกทั้งเป้าหมายหลักของศูนย์ฯ นอกจากจะจับกุมคนร้ายให้ได้เร็วที่สุดแล้ว ยังมุ่งเน้นการนำเงินคืนผู้เสียหายอย่างรวดเร็วด้วย ซึ่งกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์มีโครงการ Money Cash Back ที่จะคืนเงินให้ผู้เสียหายทันทีที่พบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับผู้เสียหาย สถิติการคืนเงินที่ก่อนหน้านี้ไม่เกิน 10% ได้เพิ่มขึ้นเป็น 27% โดยมีคดีที่สามารถติดตามเส้นทางการเงินจนถึงจุดสิ้นสุดและอายัดเงินได้แล้วกว่า 200 เรื่อง รวมถึงเงินสกุลดิจิทัลด้วย และคาดว่าในอนาคตอัตราการคืนเงินจะสูงขึ้นอีกหากระบบการสืบสวนถูกพัฒนาให้รวดเร็วกว่านี้

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวอีกว่า ได้ยกตัวอย่างผู้เสียหายที่เดินทางมาในวันนี้ ซึ่งมีบางส่วนที่สามารถอายัดเงินได้ทันทีจากความผิดปกติของเส้นทางการเงินที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ แม้กระทั่งตัวผู้เสียหายเองก็ยังไม่รู้ตัวว่าถูกหลอกลวง

ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า การทำงานแบบรวมศูนย์ทำให้การส่งต่อข้อมูลระหว่างเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งโครงการ Money Cash Back ถือเป็นการช่วยเยียวยาทั้งด้านเศรษฐกิจและจิตใจของผู้เสียหาย

ในส่วนของความร่วมมือระหว่างประเทศ พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า ปัจจุบันอินเดียและญี่ปุ่นเป็นสองประเทศแรกที่เริ่มทำงานร่วมกันกับศูนย์ฯ ด้วยระบบออนไลน์ และจะมีประเทศอื่นๆ ตามมา เช่น จีนและสหรัฐอเมริกา

ส่วนประเทศที่มีปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์ 2 ประเทศหลักๆ อย่าง เมียนมาและกัมพูชา พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า เมียนมาจะเข้าร่วมทำงานกับศูนย์ฯ ด้วย เนื่องจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ส่วนมากอยู่ภายใต้การดูแลของชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน เป็นปัญหาที่ทางรัฐบาลเมียนมาต้องการจัดการเช่นกัน

“ขณะที่ประเทศกัมพูชาจะไม่มีการขอความร่วมมือในศูนย์ฯ ดังกล่าว เนื่องจากว่ากัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือ ไม่มีการส่งข้อมูลตามที่ประเทศไทยเคยประสานไว้ อีกทั้งกังวลว่าข้อมูลการสืบสวนของคณะทำงานจะรั่วไหล” พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าว

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาการดำเนินคดีเครือข่ายอาชญากรรมระหว่างประเทศที่ผู้ต้องหาหลักเป็นชาวกัมพูชา มีกรณีใดที่เชื่อมโยงถึงระดับผู้นำ อาทิ สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชาแล้วหรือไม่ พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า ในชั้นสืบสวนยังไม่พบ

ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว พล.ต.อ.ธัชชัย ได้เซ็นเช็คเงินคืนให้กับผู้เสียหายจำนวนกว่า 1.7 ล้านบาท.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...