โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GC โชว์ Q2 ปี 68 EBITDA ที่ปรับแล้ว 6 พันล้านบาท โต 13%

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 21 ส.ค. 2568 เวลา 15.41 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2568 เวลา 08.41 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 21 ส.ค.- บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ด้วย Adjusted EBITDA 6,083 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมยังผันผวน สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการเพิ่มศักยภาพการดำเนินงาน ควบคู่แนวทาง Holistic Optimization พร้อมมุ่งสู่ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ขณะที่ปัจจัยภายนอกหลายด้านเริ่มมีสัญญาณบวกต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีในระยะยาว

นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า แม้ครึ่งปีแรกยังสะท้อนความท้าทายของอุตสาหกรรมที่ยังคงผันผวน เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวช้า และเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ แต่ GC มีทิศทางการปรับตัวที่ชัดเจน ผ่านแนวทาง Holistic Optimization การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ และการเดินหน้ากลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยเฉพาะการมุ่งสู่ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ ซึ่งจะช่วยเสริมความสามารถทางการแข่งขัน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุน ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายนอกหลายด้านเริ่มมีทิศทางเป็นบวกมากขึ้น ทั้งความชัดเจนด้านการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนมาตรการของจีนในการควบคุมกำลังการผลิต ผ่านนโยบาย Anti–Involution ที่มุ่งลดการแข่งขันที่ไม่สร้างมูลค่าและทยอยยุติกำลังการผลิตที่ล้าสมัย ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเสถียรภาพของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในระยะยาว โดยไตรมาสที่ 2 ปี 2568 GC มีรายได้จากการขายรวม 133,381 ล้านบาท ใกล้เคียงไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทฯ มี Adjusted EBITDA 6,083 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากไตรมาสก่อน ตอกย้ำศักยภาพการดำเนินการตามกลยุทธ์เสริมประสิทธิภาพ เพิ่มรายได้และควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ GC ยังคงรักษาความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่อง โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 18,505 ล้านบาท และเงินสดรวมสินทรัพย์การเงินหมุนเวียนกว่า 27,888 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทางการเงินและเสถียรภาพของธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล GC ได้เดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรผ่านแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพแบบองค์รวม หรือ Holistic Optimization ควบคู่กับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในทุกมิติ ซึ่งครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่

  • Smart Plant เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการเดินเครื่องแบบเรียลไทม์
    • Plant-wide Optimization: ยกระดับประสิทธิภาพโรงงานแบบองค์รวม
    • AI Vision & Drone Inspection: ใช้เทคโนโลยีตรวจสอบและซ่อมบำรุงเพื่อลดค่าใช้จ่ายและเสริมความปลอดภัย
    • Asset Intelligent Monitoring: ใช้แบบจำลองและ AI คาดการณ์ปัญหาอุปกรณ์ล่วงหน้า
  • Smart Sales & Marketing ยกระดับกลยุทธ์การขายและการกำหนดราคาให้แม่นยำและตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น
    • Price Prediction: ใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลและคาดการณ์ราคาอย่างมีประสิทธิภาพ
    • Customer Acquisition & Retention: บริหารจัดการข้อมูลลูกค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขาย การตลาด และการบริการ
  • Smart Work Process ปรับปรุงกระบวนการทำงานและบริหารจัดการข้อมูลจำนวนมากเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
    • Lean & Process Improvement: ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้กระชับและคล่องตัวผ่าน FiT Program
    • Process Automation: ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้กระบวนการทำงานดำเนินไปแบบอัตโนมัติ

การดำเนินงานตามแนวทางดังกล่าว ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และเสริมความปลอดภัย แต่ยังสะท้อนความก้าวหน้าของ GC ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาขับเคลื่อนองค์กร ยกระดับความสามารถทางการแข่งขัน และวางรากฐานสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในระยะยาว เดินหน้ากลยุทธ์ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ เติบโตอย่างยั่งยืน

นอกจากการเสริมความสามารถทางการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลแล้ว GC ยังมุ่งพัฒนาการดำเนินงานอย่างยั่งยืนด้วยโครงการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความได้เปรียบในระยะยาว อาทิ โครงการใช้พลังงานความเย็นจากก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในกระบวนการผลิตโอเลฟินส์ ร่วมกับ บริษัท พีอี แอลเอ็นจี จำกัด (PE LNG) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 60,000 ตันต่อปี โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570

ในส่วนของธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals) ซึ่งขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนและเป็นส่วนสำคัญของการขยายธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำ GC เดินหน้าดึงศักยภาพของ allnex อย่างเต็มที่ ทั้งการขยายกำลังการผลิตในตลาดที่มีการเติบโตสูง อาทิ จีน อินเดีย การพิจารณาลงทุนเพิ่มเติมในมาบตาพุด สำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกภูมิภาค ผ่านการปรับโครงสร้างต้นทุน (Cost Optimization) การบริหารจัดการการลงทุนอย่างรอบคอบ (CAPEX Prioritization) และการพัฒนากระบวนการเชิงพาณิชย์และการปฏิบัติการให้มีความเป็นเลิศ (Operational & Commercial Excellence)

พร้อมกันนี้ GC และ allnex ยังคงให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอโซลูชันการเคลือบผิวที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การยกระดับประสิทธิภาพการใช้งาน หรือการสร้างคุณค่าเพิ่มเติมที่ช่วยให้ลูกค้าประสบความสำเร็จทางธุรกิจ ควบคู่กับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน

สำหรับโรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) ของ GC ซึ่งสามารถผลิตน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) เชิงพาณิชย์ได้เป็นรายแรกในประเทศไทย ถูกนำไปใช้งานจริงแล้วโดยสายการบิน Bangkok Airways นอกจากนี้ ยังร่วมกับ HMC Polymers ผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PP รายแรกและรายใหญ่ที่สุดของไทยพัฒนาผลิตภัณฑ์ Bio-Propylene ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูงที่หลากหลาย อาทิ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพและสุขอนามัย รวมถึงของใช้และของเล่นสำหรับเด็ก เป็นต้น

ทั้งนี้ GC มุ่งพลิกสถานการณ์ธุรกิจและวางรากฐานสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ล่าสุด บริษัทฯ ได้รับ 2 รางวัลเกียรติยศจากเวที ASEAN Corporate Governance Awards 2025 ได้แก่ Top 50 ASEAN Public Listed Companies (PLCs) และ Top 5 Thailand PLCs ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ GC ในการยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส และรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานสากล. -517-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...