โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ตั่วแปะ-หยี่แปะ” ยมทูตขาว-ดำ ใต้หล้าสงบสุข บังเกิดโชคลาภ

Ticy City

เผยแพร่ 08 ก.ย 2568 เวลา 03.16 น.

ผู้ช่วยเฉพาะกิจเทศกาลเทกระจาด

ในวันนี้ !!! God’s City โดย Nai Mu กรูรูสายมูผู้มีเรื่องเล่ามากมายจากเว็บต์ไซต์และเพจ Ticy City จะพาสายมูและไม่มูทุกเพศ ทุกวัย ไปต่อกันถึงเรื่องราวของเดือนนี้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเดือน “เปิดประตูนรก” กับสองดาวเด่น ผู้ช่วยเฉพาะกิจเทศกาลงานเทกระจาด “ตั่วแปะ-หยี่แปะ” ยมทูตขาว-ดำ ใต้หล้าสงบสุข บังเกิดโชคลาภ

อย่างที่ Nai Mu สาธยายไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งได้พูดถึง “ไต่ซือเอี๊ย” ผู้ควบคุมเหล่าผีไม่มีญาติ ผู้อดอยากหิวโหย ในช่วง “เทศกาลเทกระจาด” ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วนั้น แต่..เทศกาลนี้ในบางแห่งอาจจะขนาบข้างด้วยยมทูตคู่ “ขาว-ดำ” ที่มารับจ๊อบ ในฐานะผู้ช่วยเฉพาะกิจ !

ซึ่งตามปกติยมทูตคู่นี้มีเรื่องราวและหน้าที่ประจำอยู่แล้ว โดยท่านยมทูต ขาว-ดำ ทั้งสองนี้ เป็นนิทานชาวบ้านที่มีคนนับถือมาก มีหลายชื่อแล้วแต่เรียกกันไป ทั้งภาษาจีนแต้จิ๋วและจีนกลาง แต่สรุปชื่อเรียกกันง่ายๆ คือ

ยมทูตขาว เรียก ตั่วแปะซึ่งหมายถึง ลุงใหญ่ หรือ ฉิดเอี๋ย (ลุงเจ็ด) หรือ เทพไป๋อู่ฉาง – ตัวสูง ลิ้นแลบยาวออกมา มือถือพัด ใส่หมวกทรงสูง เขียนว่า ใต้หล้าสงบสุข

ยมทูตดำเรียก หยี่แปะซึ่งก็หมายถึง ลุงสอง หรือ โป๊ยเอี๋ย (ลุงแปด) หรือ เทพเฮยอู่ฉาง – ร่างเตี้ย ผิวสีดำ ถือป้ายที่เขียนข้อความว่า “ใครทำดีให้พร ใครทำชั่วต้องลงฑัณฑ์” และโซ่ล่ามวิญญาณ อีกทั้งบนหมวกของท่าน เขียนว่า ใครได้เห็นจะบังเกิดโชคลาภ !

ซึ่งนอกจากการเป็นยมทูตแล้ว ยังเชื่อกันว่า ท่านทั้งสองสามารถให้โชคให้ลาภได้เช่นกัน ดังคำกล่าวว่า “ขอฟ้าขอดินไม่ได้ ให้มาขอกับเรา”

แนะนำตัวกันไปเรียบร้อย ต่อจากนี้เพื่ออรรถรสในการเล่าเรื่อง Nai Mu ขอเรียก ตั่วแปะ – หยี่แปะ ก็แล้วกัน !

นิทานพื้นบ้านเรื่องยมทูตคู่นี้ มีหลายตำนาน บ้างก็ว่าเป็นพี่น้องกัน , บ้างก็ว่าเป็นเพื่อนกัน คุณสมบัติของคนคู่นี้ คือ รักและสนิทสนมกันมาก เป็น “เพื่อนตาย” ที่หาได้ยากยิ่งในปัจจุบันนี้ !

โดยนิทานพื้นบ้านเรื่องแรกเล่ากันว่าทั้งสองเป็นพี่น้องกัน

ทั้งคู่เป็นคนชอบเล่นการพนันมาตั้งแต่วัยละอ่อนจนเข้าสู่วัยหนุ่มฉกรรจ์ พ่อแม่ตักเตือนอย่างไรก็ไม่เชื่อ จนเบื่อหน่าย และเอือมระอาลูกชายทั้ง 2 คนนี้เต็มทน จึงตะเพิดไล่ออกจากบ้าน สองพี่น้องเลยมีชีวิตเป็นดั่งนกขมิ้น เที่ยวเร่ร่อนไปทั่ว ค่ำไหนนอนนั่น บางทีอาจจะเป็นเพราะทั้งคู่รักความอิสระ ไม่ชอบเคร่งครัดในกฎระเบียบใดๆ จนชีวิตถึงจุดอิ่มตัว จึงนั่งคุยกันว่า เราสองคนจะปล่อยให้ชีวิตไร้ค่าไปวันๆ คงไม่ได้แล้ว ต้องหาอะไรทำให้เป็นหลักแหล่ง ! ในที่สุด สองพี่น้องก็ได้งานเป็น “ผู้คุมเรือนจำ” บังเอิญว่า ทางการให้ทั้งสองพี่น้องคุมตัวนักโทษคนหนึ่งไปต่างเมือง ก่อนจะออกเดินทางนักโทษผู้นั้นได้มาคร่ำครวญขอร้องกับ “หยี่แปะ” ว่า

“อาหยี่แปะ ขอความเมตตากรุณาให้อั้วได้กลับบ้านไปสั่งเสียเรื่องสำคัญสักหน่อยเถอะ สัญญาว่าจะไม่หนีไปไหนแล้ว จะรีบกลับมารับโทษ ขอความกรุณาช่วยเหลือสักครั้ง จะเป็นพระคุณอย่างสูง

หยี่แปะเป็นคนขี้สงสาร จึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาพี่ชาย ตั่วแปะว่า “เจ้าคิดหรือว่า เมื่อเขาไปแล้วจะกลับมาอีก” !

หยี่แปะรับรองกับพี่ชายว่า เรื่องนี้ตนจะรับผิดชอบเอง หากนักโทษผู้นั้นไม่กลับมา !

ในที่สุดตั่วแปะก็อนุญาตตามที่น้องชายขอร้องและต้องการ แต่นักโทษไปแล้ว ไปลับ หายเข้ากลีบเมฆ ไม่กลับมารายงานตัว เรื่องนี้ ตั่วแปะโทษตัวเองที่เป็นคนอนุญาต จนเกิดเรื่องขึ้น เพราะถ้าไม่อนุญาต เรื่องนักโทษหลบหนีคงไม่เกิดขึ้น และเพื่อที่จะให้น้องชายได้พ้นผิด จึงตัดสินใจแขวนคอตาย ! เมื่อน้องชายกลับมาพบศพพี่ชาย ห้อยโตงเตง หน้าซีด แลบลิ้นยาว ก็รู้สึกผิดที่เรื่องทั้งหมดตัวเองเป็นผู้ก่อแท้ๆ คิดแต่อยากจะช่วยให้นักโทษให้กลับบ้านด้วยมนุษยธรรม คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเหตุให้นักโทษหนีและพี่ชายต้องมาตาย จึงตัดสินใจ วิ่งชนกระแทกกำแพงถึงแก่ความตายตามพี่ชายไป

แต่เมื่อชีวิตดับสูญวิญญาณของทั้งคู่เป็นผีเร่ร่อนอยู่ 7 วัน จนยมบาลเรียกมาไต่สวนรับโทษ ! เนื่องจากทั้งคู่ ทำหน้าที่โดยซื่อสัตย์ สุจริต เถรตรง แม้จะบกพร่องเรื่องการอนุญาตปล่อยตัวนักโทษอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในเล่ห์เหลี่ยมกลโกง อย่างไรเสีย นักโทษผู้นั้น วันหนึ่งก็ต้องกลับมารับโทษในนรกอยู่ดี !

และเนื่องจากสองพี่น้องเคยเป็นผู้คุมในคุก ยมบาลจึงแต่งตั้งทั้งสองให้เป็น “ยมทูต” ทำหน้าที่รับดวงวิญาณผู้ตายมายังโลกแห่งความตายเพื่อพิจารณาโทษกับท่านยมบาล ตั่วแปะ - ยมทูตขาว เป็น “เทพไป๋อู่ฉาง” (วันเกิดของท่านคือ วันที่ 18 เดือน 5 ทางจันทรคติจีน) ทำหน้าที่ควบคุมวิญญาณผู้ประกอบกรรมดี มีศีลธรรมไปยังสวรรค์ , ส่วนหยี่แปะ ยมทูตดำ หน้าตาน่ากลัว เป็น “เทพเฮ่ยอู่ฉาง” (วันเกิดของท่านคือ วันที่ 2 เดือน 10 ทางจันทรคติจีน) ทำหน้าที่ควบคุมวิญญาณคนบาปลงมาลงนรกเพื่อชดใช้กรรม

สำหรับนรกของจีนมี 10 ขุมด้วยกัน แต่ละขุมจะมียมบาล 1 องค์

มาต่อกันที่นิทานเรื่องที่สองว่า ทั้งสองเป็นเพื่อนกัน !

ตั่วแปะ ต้องโทษโดยไม่มีความผิด ถูกจับเข้าคุก ขณะที่หยี่แปะ ทำหน้าที่ผู้คุม ! และรู้เรื่องที่ตั่วแปะถูกปรักปรำ แต่ช่วยอะไรไม่ได้ ทั้งสองรักความยุติธรรม สนิทสนมกัน ในวันตรุษจีน ทางเรือนจำได้จัดเลี้ยงนักโทษทั้งหลายให้อิ่มหนำสำราญ ตั่วแปะไม่ได้ร่วมวงกินอาหารอย่างคนอื่น กลับมานั่งอยู่มุมหนึ่งในห้องขัง ทอดสายตาเศร้าสร้อยมองเพื่อนๆ กินอาหารกัน หยี่แปะ ผู้คุมสังเกตเห็นอาการของเพื่อนรัก ก็เข้าไปไถ่ถาม… จึงรู้เหตุผลว่า เขาคิดถึงแม่ ! ในวันตรุษจีนเช่นนี้ เขาควรอยู่กับแม่ที่แก่ชรา สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง และร่วมกันกินข้าวประสาแม่-ลูก ว่าแล้ว ตั่วแปะก็ยิ่งเศร้าเสียใจ หยี่แปะได้ฟังเรื่องของเพื่อนก็รู้สึกเห็นใจ จึงคิดว่าจะช่วยเพื่อนสักครั้ง ! เพราะเพื่อนคนนี้ยังไงก็ไว้เนื้อเชื่อใจได้ แล้วก็สัญญาต่อกันว่า ให้กลับบ้านไปเยี่ยมแม่ได้ แต่ต้องกลับมาเรือนจำภายใน 7 วัน ตั่วแปะรับปากเป็นมั่นเหมาะ และกล่าวขอบคุณที่เพื่อนมีน้ำใจ

เมื่อตั่วแปะเดินทางมาถึงบ้าน กลับกลายเป็นได้มีโอกาสดูใจแม่เป็นครั้งสุดท้าย ! และเมื่อแม่ตาย ตั่วแปะก็ต้องจัดงานศพเป็นเวลา 7 วัน หลังจากนั้นก็รีบเร่งกลับไปยังเรือนจำ

ด้านหยี่แปะ เมื่อเวลาครบตามกำหนดเห็นว่าเพื่อนคงไม่มาตามที่ได้รับปากไว้แล้ว และตนคงถูกลงโทษตามระเบียบราชการ เพราะปล่อยตัวนักโทษไป … คิดแล้ว ก็ตัดสินใจ ดื่มยาพิษ ฆ่าตัวตาย ! ส่วนตั่วแปะเมื่อกลับมาถึงยังเรือนจำ เพื่อนก็สิ้นชีวิตไปแล้ว ศพของหยี่แปะนั้นพิษลามจนตัวดำทั้งตัว ตั่วแปะอเนจอนาถกับชะตาชีวิตของตนเอง ที่ต้องโทษโดยไม่มีความผิด , แม่เสียชีวิต และเพื่อนคนเดียวในชีวิตมาจากไปอีก ชีวิตไม่เหลือใคร แล้วจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ! ตั่วแปะคิดวนเวียนแต่เรื่องดังกล่าว คืนนั้นก็ตัดสินใจ แขวนคอตาย แลบลิ้นยาว !

ส่วนนิทานเรื่องที่สามนั้นเล่าต่อกันว่า ถึงความเป็นพี่น้อง

ทั้งสองพี่น้องนัดพบกันที่ใต้สะพานแห่งหนึ่ง มีคำมั่นว่า ใครมาถึงก่อน จะต้องรอจนกว่าอีกฝ่ายจะมา วันนั้น หยี่แปะมาถึงก่อน ก็รออยู่ที่ใต้สะพานนั้น ฝ่ายตั่วแปะ แม้จะเร่งเดินทาง แต่เป็นจังหวะที่มรสุมเข้า ฝนฟ้าตกกระหน่ำไม่ลืมหูลืมตา จึงกลับบ้านไปเอาร่มให้น้องชาย ฝนตกหนักจนน้ำท่วม หยี่แปะก็ยังรออยู่ที่เดิมไม่ไปไหน เพราะกลัวว่า ถ้าไปที่อื่นแล้วพี่ชายจะหาตนไม่เจอ ยึดมั่นและรักษาคำพูด ระดับน้ำท่วมสูงขึ้นเพียงใดก็รออยู่ที่เดิมจนจมน้ำตาย เมื่อตั่วแปะมาเจอศพน้องชาย จึงพากลับบ้านและผูกคอตายตาม

จากนิทานที่เล่าขานกันมา ไม่ว่าทั้งคู่เป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง และเพื่อนร่วมโลกทั้งยามเป็นและยามตาย จะมีใครที่ศรัทธา ยึดมั่นในคำสัญญาที่มีต่อกัน ดังเช่นคนคู่นี้ !

ว่าแต่เรื่องเทพในสายนรก Nai Muยังมีอีกมาก ว่างๆ จะมาเล่าให้ฟัง และสัปดาห์หน้า มาต่อกันอีกสักหนึ่งเรื่อง เพื่อเป็นการปิดประตูนรกร่วมกัน !

เรื่อง : โดย Nai Mu

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...