โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทองขึ้นพรวดโรงรับจำนำวุ่น หมุนเงินจ่ายลูกค้ากินส่วนต่างกำไรค่าตึ๊ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ต.ค. 2568 เวลา 01.17 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2568 เวลา 00.02 น.

โรงรับจำนำคึกคักรับ “ทอง” ขาขึ้นกว่าบาทละ 6 หมื่น ทำผู้ใช้บริการแห่ใช้บริการนำทองมาจำนำ และขยายวงเงินจำนำเพิ่มจากทองที่จำนำไว้ก่อนหน้า ส่งผลให้สถานธนานุบาลของเทศบาลทั่วไทยต้องเร่งระดมเงินทุนสำรองมาจ่ายหมุนเวียน

ดร.สมบัติ ชนะสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาวะราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง บาทละกว่า 60,000 บาท ส่งผลให้มีผู้มาใช้บริการกับสถานธนานุบาลของเทศบาลตำบลแม่ขรี นำทองมาจำนำจำนวนมาก เพื่อนำเงินไปเป็นค่าใช้จ่าย และนำเงินไปลงทุน โดยบางรายที่ได้นำทองคำมาจำนำก่อนหน้านี้ เมื่อนำเงินมาชำระดอกเบี้ย บางรายขอต่อยอดเพิ่มวงเงินจำนำขึ้นอีกเท่าตัว

ทำให้ทางเทศบาลตำบลแม่ขรีต้องกู้เงินจากธนาคารกรุงไทยนำมาเสริมสภาพคล่องให้สถานธนานุบาล จำนวน 50 ล้านบาท เพื่อเพิ่มเงินทุนสำรองในการใช้หมุนเวียน ปัจจุบันแต่ละวันจะมีผู้เอาทรัพย์มาใช้บริการสถานธนานุบาลเทศบาลตำบลแม่ขรี ประมาณ 2 ล้านบาท และในปี 2568 สถานธนานุบาลเทศบาลตำบลแม่ขรี มีผลกำไรกว่า 16 ล้านบาท

“ราคาทองอยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งเป็นไปตามภาวะกระแสเศรษฐกิจโลก ทำให้มีผู้มาใช้บริการกับสถานธนานุบาล แต่ละวันมากขึ้น เพื่อนำเงินไปเป็นค่าใช้จ่าย และนำเงินไปลงทุน โดยบางรายที่ได้นำทองคำมาจำนำในครั้งแรก เมื่อมาชำระดอกเบี้ยก็ยังสามารถต่อยอดเพิ่มราคาจำนำเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เช่น เมื่อก่อนราคาทองราคายังไม่ปรับเป็นขาขึ้น เคยวางจำนำเพื่อเอาเงิน 20,000 บาท แต่พอมาที่ทองคำปรับตัวเป็นขึ้น ซึ่งเป็นไปตามภาวะกระแสเศรษฐกิจโลก ได้มาปรับวางต่อขอเพิ่มเงินขึ้นอีก 20,000 บาท รวมเป็น 40,000 บาท เป็นต้น”

ดร.สมบัติกล่าวเพิ่มเติมว่า ภาวะทองเมื่อปรับตัวขาขึ้น สถานธนานุบาลของเทศบาลทั่วประเทศ โดยเฉลี่ยแล้วจะมีรูปแบบแนวทางที่จะไม่ต่างกันที่จะต้องนำเงินมาสำรองหมุนเวียนเพื่อรับบริการผลิตภัณฑ์ที่ประชาชน ผู้ประกอบการธุรกิจมาวางผลิตภัณฑ์เพื่อเอาเงินนำไปบริหารจัดการในครัวเรือนและลงทุน โดยเฉพาะสถานธนานุบาลของเทศบาล ฯลฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ตัวเลขล่าสุดที่มีอยู่ประมาณ 247 แห่งทั่วประเทศ

โดยแต่ละแห่งจะมีเงินหมุนเวียนเฉลี่ยบวกลบ 1 ล้านบาท/วัน จะมีเงินหมุนเวียนเป็นเงินกว่า 247 ล้านบาท/วัน ภาพรวมทั้งประเทศเฉลี่ยประมาณกว่า 7,000 ล้านบาท/เดือน ทั้งสถานธนานุบาลขนาดใหญ่ขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งสถานธนานุบาลเป็นหน่วยธุรกิจสร้างรายได้ สร้างงาน สร้างเศรษฐกิจให้หมุนกระจายได้ทั่วประเทศได้อย่างดี

นายธีรวีร์ พึ่งตำบล ผู้จัดการ สถานธนานุบาลของเทศบาลตำบลแม่ขรี เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานธนานุบาลเทศบาลตำบลแม่ขรี ได้กลายเป็นสถาบันการเงิน หรือธนาคารชุมชนไปโดยปริยายในขณะนี้ โดยมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน โดยใช้ผลิตภัณฑ์เป็นทรัพย์ เช่น ทองรูปพรรณถึง 95% และผลิตภัณฑ์เครื่องมือทางด้านการเกษตรประมาณ 5% ประมาณ 2 ล้านบาท/วัน ทั้งนี้ ผู้มาใช้บริการมีประชาชน และจะเป็นผู้ประกอบการธุรกิจทั้งขนาดเล็กขนาดกลาง เพื่อนำเงินไปลงทุนต่อยอดทางด้านธุรกิจ

“ในวงเงิน 2 ล้านบาท/วัน ที่หมุนออกจากสถานธนานุบาลที่ไหลลงเข้าผู้ประกอบการส่งผลให้เงินหมุนสู่ระบบเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจะขยายตัว ขณะนี้เศรษฐกิจในพื้นที่ส่งผลให้มีการขับเคลื่อนไปในทิศที่ดี สถานธนานุบาลเทศบาลตำบลแม่ขรี ได้กลายเป็นธนาคารชุมชนไปโดยปริยาย ตั้งแต่ทองในช่วงขาขึ้น ทางสถานธนานุบาลจะต้องใช้เงินสำรองหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะในช่วงระยะ 10 วันนี้ ที่ทองคำกว่า 60,000 บาท และทยอยปรับตัวขึ้นเกือบจะแตะ 70,000 บาท/1 บาท ทางสถานธนานุบาลจึงต้องหาเงินมาสนับสนุน 50 ล้านบาท สำรองหมุนเวียนไว้รองรับจะพอหรือไม่ จะมีการประเมินวิเคราะห์สถานการณ์เป็นรายไตรมาส” นายธีรวีร์กล่าวและว่า

สำหรับสถานการณ์ความเสี่ยงราคาทองเกิดการผันผวนแกว่ง ซึ่งฝ่ายบริหารโดยเฉพาะผู้จัดการสถานธนานุบาล จะบริหารเป็นเฉพาะกรณี ๆ เช่น ทองปรับตัวลงก็จะต้องปรับตัวตาม และทองปรับตัวขึ้นก็ต้องปรับตัวตามเช่นกัน เพื่อให้สอดรับกับการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

แหล่งข่าวระดับผู้บริหารสถานธนานุบาลเปิดเผยว่า “ในช่วงทองขาขึ้นโรงรับจำนำเทศบาล มีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นประมาณมากเป็น 1 เท่าตัว โดยเฉพาะจะเป็นเอาทองมาวางจำนำเป็นหลัก โดยเฉพาะในช่วงขาขึ้นตั้งแต่ 60,000 บาท และเกือบจะแตะ 70,000 บาท ประกอบกับระยะนี้โรงเรียนใกล้จะเปิดเทอม และส่วนหนึ่งนำไปลงทุนประกอบธุรกิจ ตอนนี้สถานธนานุบาลเฉพาะในเขตย่านเมืองเศรษฐกิจทั้งของรัฐและเอกชน ค่อนข้างจะเข้มข้นเชิงการแข่งขันกัน”

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS) กล่าวว่า ยังมองเป้าหมายราคาทองคำสิ้นปี 2568 นี้ จะขึ้นไปถึง 4,400-4,500 เหรียญได้ หรือทองไทยประมาณ 67,000-68,000 บาท ซึ่งปัจจัยสำคัญอยู่ที่เรื่องการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน หากไม่คืบหน้า ราคาทองก็สามารถขึ้นไปต่อได้ อย่างไรก็ดี ราคาทองคำช่วงนี้เป็นช่วงการปรับฐาน แนวโน้มข้างหน้าคงค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปใหม่ โดยปัจจัยกระทบต่อราคา คงต้องขึ้นอยู่กับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งทุกอย่างต้องรอ ดังนั้น ราคาทองอาจจะไม่ได้พุ่งร้อนแรงเหมือนที่ผ่านมา

“เป็นการปรับฐาน ดังนั้นคงไม่ได้ดีดกลับไปรวดเร็ว ซึ่งที่ปรับลงแรง ก็เกิดจากแรงเทขาย ทำกำไรปกติของพวกกองทุน โดยคนที่ติดดอย ซื้อตอนราคาขึ้นไปสูง ก็คงต้องรอ 1-2 เดือน ก็น่าจะหลุด”

สำหรับการรับจำนำทองคำนั้น นพ.กฤชรัตน์กล่าวว่า แม่ทองสุกเองก็มีการรับจำนำทองเป็นปกติ ซึ่งที่ผ่านมาแม้ราคาพุ่งขึ้นสูง ก็ไม่ได้มีลูกค้ามาขอวงเงินเพิ่มแต่อย่างใด อย่างช่วงที่ราคาปรับตัวลงมาอย่างช่วงนี้ ลูกค้าที่จำนำทองไว้ก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยไปตามปกติ

“ตอนนี้ทองลงมาแล้ว ฉะนั้นแนวโน้มการมาจำนำทองก็น่าจะน้อยลง คือพอราคาลดลงมาแรง ๆ คนที่จำนำไว้ก็ต้องจ่ายดอกเบี้ย” ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS) กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทองขึ้นพรวดโรงรับจำนำวุ่น หมุนเงินจ่ายลูกค้ากินส่วนต่างกำไรค่าตึ๊ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...