โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หุ้นไทยเปิดตลาดพุ่ง ลุ้น กนง. “ลดดอกเบี้ย” โบรกฯ ชี้ หากลดจริง ดัชนีจะขึ้นได้อีก 50-55 จุด

Thairath Money

อัพเดต 13 ส.ค. 2568 เวลา 04.30 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2568 เวลา 04.30 น.
ภาพไฮไลต์

ตลาดหุ้นไทยเปิดทำการเช้าวันนี้ (13 ส.ค. 2568) ด้วยบรรยากาศที่สดใส โดยดัชนีทะยานขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1,272.15 จุด เพิ่มขึ้น 13.08 จุด แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากความคาดหวังของนักลงทุนต่อผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ให้น้ำหนักว่าอาจมีการ "ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับภาวะเติบโตต่ำ

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง "การลดดอกเบี้ย" กับ "ตลาดหุ้น" นั้น เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลง จะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลดต่ำลง และทำให้บริษัทมีแนวโน้มที่จะมีกำไรสูงขึ้นด้วย

ในขณะเดียวกัน ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ปลอดภัยก็จะลดลง ทำให้นักลงทุนย้ายเงินทุนมาสู่สินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนน่าดึงดูดใจกว่าอย่าง "หุ้น" จึงเป็นสาเหตุที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองการลดดอกเบี้ยเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด

มุมมองของนักวิเคราะห์สอดคล้องกันว่า ตลาดมีปัจจัยหนุนหลายด้าน โดย นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าการลดดอกเบี้ยอาจเปิด Upside ให้กับดัชนีได้อีกถึง 50-55 จุด

โดยระบุในบทวิเคราะห์ว่า ระยะสั้นประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้ แกว่งตัวขึ้น (Sideways/Up) ประเมินจิตวิทยาลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงเป็นบวก ทั้งความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกลดลง จากสหรัฐฯ-จีนขยายระยะเวลาผ่อนผันมาตรการค้าถึง 11 พฤศจิกายน 2568

ขณะเดียวกัน เงินเฟ้อทั่วไปสหรัฐฯ กรกฎาคม 2568 ที่ยังต่ำกว่าคาด หนุนตลาดมองโอกาสลดดอกเบี้ยในปี 2568 ช่วยประคองเศรษฐกิจ

ส่วนภายในแรงหนุนมีหลายด้านทั้งนักท่องเที่ยวสัปดาห์ล่าสุดกลับมาสูงสุดใน 19 สัปดาห์ รวมถึงความคาดหวังการเดินหน้าพิจารณางบประมาณปี 2569

และการประชุม กนง. วันนี้ลุ้นลดดอกเบี้ย เปิด Upside ตลาดอีก 50-55 จุด มองหุ้นเด่น 3 ธีม ได้แก่

  • กลุ่มอิงดอกเบี้ยขาลง ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มเช่าซื้อ High Yield และกลุ่มหนี้สูง
  • หุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจจีน (China Plays)
  • หุ้นอิงภาคบริการ ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มค้าปลีก และโรงพยาบาล เป็นต้น

ด้านบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปัจจัยในประเทศวันนี้นักลงทุนจะไปให้น้ำหนักกับประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินที่จะทราบผลทางการในช่วง 14.00 ข้อมูลจาก Bloomberg Consensus เชื่อว่าที่ประชุมจะปรับลดดอกเบี้ย 0.25%

โดยสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ราว 23 ท่าน พบว่าจำนวนเสียงราว 14 ท่านเชื่อว่าจะปรับลดดอกเบี้ยและอีก 9 ท่าน เชื่อว่าจะคงดอกเบี้ยระดับเดิม

จากข้อมูลข้างต้นพบว่าเสียงค่อนข้างก้ำกึ่งระหว่างลดกับไม่ลด ไม่ไปทางใดทางหนึ่งอย่างมีนัยยะ แต่ความเห็นเราเชื่อว่าจะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% เนื่องด้วยเงินเฟ้อไทยที่ต่ำ (ล่าสุด -0.7% จากปีก่อน) และมีแนวโน้มว่าจะติดลบต่อเนื่องเพราะราคาน้ำมันที่อยู่ระดับต่ำผสานกับค่าไฟฟ้าที่ปรับลง (FT)

ประกอบกับเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่ำและในช่วงถัดไปมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจจะขยายตัวต่ำลงกว่าครึ่งปีแรกเพราะว่าส่งออกได้เร่งไปก่อนหน้าแล้ว

ในขณะที่การท่องเที่ยวยังไม่มีสัญญาณเชิงบวกจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะจีน ข้อมูลล่าสุดพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่ช่วง 1 ม.ค. – 10 ส.ค. สะสมที่ 20.19 ล้านราย (-6.9% จากปีก่อน)

และหากพิจารณาเป็นรายสัปดาห์จะพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมขยายตัวเล็กน้อย 7% จากสัปดาห์ก่อน โดยนักท่องเที่ยวจีนกลับมาขยายตัว 5% จากสัปดาห์ก่อน มาเลเซียขยายตัว 11% จากสัปดาห์ก่อน มองเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้น เพราะหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนยังลดลง แต่อย่างไรก็ตาม การลดดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นปัจจัยหนุนต่อกลุ่มการเงิน ได้แก่ MTC และ SAWAD

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หุ้นไทยเปิดตลาดพุ่ง ลุ้น กนง. “ลดดอกเบี้ย” โบรกฯ ชี้ หากลดจริง ดัชนีจะขึ้นได้อีก 50-55 จุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...