โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิทย์จีนพัฒนาระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะ มุ่งควบคุมโรค ‘ยุง’ เป็นพาหะ

สวพ.FM91

อัพเดต 12 ส.ค. 2568 เวลา 07.42 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2568 เวลา 07.42 น.

กว่างโจว, 11 ส.ค. (ซินหัว) — คณะนักวิทยาศาสตร์ของจีน นำโดยเฉินเสี่ยวกวง อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ตอนใต้ในมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ได้สร้างความคืบหน้าในการป้องกันโรคที่มียุงเป็นพาหะด้วยการพัฒนาระบบเฝ้าระวังยุงพาหะเชิงอัจฉริยะ ซึ่งถูกปรับใช้ตามชุมชนหลายแห่งในมณฑลกว่างตง

เทคโนโลยีการเฝ้าระวังแบบแม่นยำนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งหลังจากโรคไข้ชิคุนกุนยาหรือโรคไข้ปวดข้อยุงลายแพร่ระบาดในมณฑลกว่างตงเมื่อไม่นานนี้ โดยชุดอุปกรณ์คู่ของระบบเฝ้าระวังจะทำงานตรวจสอบแบบเรียลไทม์ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่ากับดักไข่ยุงแบบดั้งเดิมถึง 4 เท่า

เฉินอธิบายว่าเครื่องเฝ้าติดตามอัตโนมัติจะใช้สารล่อที่มีลักษณะเหมือนสารเคมีในร่างกายมนุษย์มาดักจับยุงที่ไม่ได้กินเลือด ส่วนถังวางไข่ยุงเชิงอัจฉริยะจะใช้ประโยชน์จากถังน้ำขนาดเล็กคล้ายตู้คอนเทนเนอร์มาตรวจจับยุงลายสวนที่ตั้งท้องและกินเลือด

ผลการทดสอบภาคสนามพบประสิทธิภาพอันโดดเด่นของระบบเฝ้าระวังยุงพาหะเชิงอัจฉริยะนี้ โดยช่วงสัปดาห์แรก ระบบแจ้งเตือนอย่างทันท่วงทีเมื่อตรวจพบความหนาแน่นของยุงในหลายพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ และกำหนดระเบียบวิธีการจัดการแบบมุ่งเป้า

การดักจับยุงด้วยตัวดักจับหรือตาข่ายแบบดั้งเดิมทำให้รวบรวมข้อมูลได้ช้า แต่การแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ใหม่นี้ได้เร่งการฆ่าเชื้อในระดับรากฐานอย่างฉับไว โดยหลังจากใช้ระบบเฝ้าระวังนี้แล้ว พบยุงโตเต็มวัยที่ดักจับได้ในพื้นที่หลักลดลงเกือบร้อยละ 40

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการปรับใช้ระบบเฝ้าระวังยุงพาหะเชิงอัจฉริยะนี้ในหลายพื้นที่ของเมืองโฝซานในมณฑลกว่างตง ซึ่งตรวจพบการระบาดของโรคไข้ชิคุนกุนยาหรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...