ตีความแนวคิดบิวตี้ของคนรุ่นใหม่ ไปกับ หมอกลาง – นายแพทย์ณัฐณกัณฑ์ พิชยะวงศ์ภัค และ หมอต่อ – นายแพทย์ภาณุพงศ์ ภัทรกุลทวี แห่ง Dermatige Aesthetics
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 18 ส.ค. 2568 เวลา 12.58 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2568 เวลา 05.58 น. • HELLO! Magazine Thailandหลายคนอาจจะรู้สึกว่าการเข้าคลินิกเสริมความงามเป็นเรื่องไกลตัวหรือเรื่องที่ค่อนข้างน่ากังวล แต่สำหรับ หมอกลาง – นายแพทย์ณัฐณกัณฑ์ พิชยะวงศ์ภัค (ว.44236) และหมอต่อ – นายแพทย์ภาณุพงศ์ ภัทรกุลทวี (ว.53464) ผู้ก่อตั้ง Dermatige Aesthetics พวกเขามองว่าที่นี่คือสถานที่ที่ควรเป็นเหมือนเพื่อนสนิทที่พร้อมรับฟังและให้คำแนะนำอย่างจริงใจ
“เราอยากสร้างพื้นที่ที่คนไข้จะรู้สึกสบายใจ เป็นกันเอง และยังเป็น Safe zone ที่สามารถถามทุกเรื่องเกี่ยวกับความงามได้โดยไม่ต้องกลัวการถูกขายของ” คุณหมอกลางกล่าวเปิดใจถึงจุดเริ่มต้นที่เกิดจากความตั้งใจร่วมกันที่จะสร้างสรรค์สถานที่แห่งนี้ขึ้นมา
ความงามที่เข้าใจรสนิยมคนเมือง
หมอต่อ ได้เล่าถึงวิสัยทัศน์ที่อยากให้ Dermatige เป็นมากกว่าคลินิกทั่วไป “ผมอยากให้เราเป็นเหมือนสถานที่ที่เข้าใจรสนิยมของคนกรุงเทพฯ ครับ” เขาเปรียบเทียบ “เราไม่ได้ยึดติดกับเทคนิคใดเทคนิคหนึ่ง แต่จะเลือกใช้หลายวิธีมาผสมผสานกันเพื่อออกแบบผลลัพธ์ที่เหมาะกับแต่ละคนมากที่สุด” ซึ่งนั่นคือหัวใจสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่ ทั้ง Gen Y และ Gen Z ต่างมอบความไว้วางใจให้ Dermatige เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยกว่า 50% ของคนไข้เป็นกลุ่มที่ไม่เคยทำหัตถการใดๆ มาก่อนเลย
“ผมเชื่อว่าความงามที่แท้จริงคือการที่คนรอบข้างมองแล้วรู้สึกว่า ‘ดูดีขึ้น แต่ยังเป็นเธออยู่’ นั่นแหละคือความสวยที่ไม่ฝืนตัวตน”
สิ่งที่ทำให้ Dermatige แตกต่าง…คือความจริงใจ
หลักการสำคัญที่ทีมแพทย์ยึดถือมาตลอดคือ “สิ่งที่ดี เราทดลองเองก่อน” คุณหมอต่อเผยว่าทุกหัตถการที่นำมาใช้กับคนไข้จะต้องผ่านการทดลองจากตัวหมอเองก่อนเสมอ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้คนไข้รู้สึกถึงความปลอดภัยและไว้วางใจ “ถ้าคนไข้มาแบบมีความเข้าใจผิด เช่น อยากทำเครื่อง แต่จริงๆ แล้วควรเติม ผมก็จะบอกตรงๆ เลยครับ” การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้เองที่ทำให้ Dermatige ได้รับความเชื่อมั่นอย่างแท้จริง เพราะเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่การขายของ แต่คือการมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุด“เราพยายามไม่เป็นคลินิกที่ขายของแรง ๆ หรือใช้แค่โปรแกรมเดียวจบ แต่จะเลือกใช้หลายเทคนิคมาผสมกันตามเคส ผมไม่ได้อินกับการยึดติดเครื่องใดเครื่องหนึ่ง แต่จะสนใจว่าอะไรที่เหมาะกับเขา และจะออกแบบยังไงให้สวยขึ้นในแบบที่ยังเป็นตัวเองอยู่”
การลงทุนในความงาม…คือการลงทุนในตัวเอง
คุณหมอกลางมองว่าแนวคิดของคนรุ่นใหม่เกี่ยวกับการดูแลตัวเองเปลี่ยนไปจากอดีต “Gen Z เป็นเจนที่เข้าถึงข้อมูลได้เร็ว และเข้าใจว่าการดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องสิ้นเปลือง แต่คือการลงทุนในตัวเอง” นี่คือทัศนคติที่ Dermatige ให้ความสำคัญ โดยการทำงานของทีมแพทย์ไม่ใช่การออกคำสั่ง
“หมอจะมองคนไข้เหมือนเพื่อนครับ เราจะคุยกันเพื่อหาแนวทางที่ใช่ร่วมกัน เพราะความสวยงามที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อทั้งแพทย์และคนไข้มีความเข้าใจในแนวทางที่ตรงกันและเคารพซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง”
มากกว่าความสวยงาม…คือมิตรภาพ
บรรยากาศที่สบายๆ และเป็นกันเองภายในคลินิก ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลาย “ทีมงานของเราน่ารักและคัดสรรมาอย่างดีครับ” คุณหมอกลางเล่า “บรรยากาศในคลินิกจึงมีความเฮฮาเป็นกันเอง ทำให้คนไข้รู้สึกเหมือนมาหาเพื่อนมากกว่ามาหาหมอ” ซึ่งความสัมพันธ์ที่อบอุ่นเช่นนี้ส่งผลให้คนไข้กล้าที่จะเปิดใจและได้รับคำปรึกษาที่ตรงไปตรงมามากที่สุด
ในท้ายที่สุด ภาพจำที่ทั้งสองคุณหมออยากให้คนไข้นึกถึง Dermatige Clinic ไม่ได้เป็นเพียงคลินิกที่โดดเด่นในเรื่องของนวัตกรรมหรือหัตถการที่ล้ำสมัย “แต่เราอยากให้คนจำได้ว่าที่นี่คือสถานที่ที่มาแล้วรู้สึกได้เพื่อนเพิ่มอีกคนครับ” คุณหมอต่อกล่าว “เป็นเพื่อนที่จริงใจและพร้อมจะช่วยให้คุณดูดีขึ้นในแบบที่อยากเป็น” การมาที่ Dermatige จึงเป็นมากกว่าแค่การเข้ารับบริการ แต่คือการเดินทางเพื่อค้นพบความมั่นใจและตัวตนที่ดีที่สุดของตัวเอง พร้อมกับความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและจริงใจที่เกิดขึ้นในทุกครั้งที่มาเยือน