โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เลือก ส.ส.ร.ทางอ้อม ย้อนศรสูตรศาลรัฐธรรมนูญ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.ย 2568 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2568 เวลา 04.01 น.

คอลัมน์ : Politics policy people forum

วาระใหญ่-ดีลใหญ่ ระหว่างพรรคภูมิใจไทย กับพรรคประชาชน ผ่านนวัตกรรมการเมือง ข้อตกลง MOA

คือ วาระอยู่ 4 เดือน ทำประชามติ-ยกเครื่องรัฐธรรมนูญใหม่

ที่สุดแล้ว วาระนี้อาจเป็นวาระใหญ่ ที่พรรคการเมืองไม่อาจตกขบวน

ด้านหนึ่ง หากพรรคภูมิใจไทย ไม่เบี้ยวดีล MOA ก็จะได้ทั้งกล่อง ทั้งแต้มการเมือง ตุนเครดิตลงสนามเลือกตั้ง ต่อยอดจากทุน+การเมืองบ้านใหญ่ ที่ล็อกตัวเอาตายในพื้นที่เป้าหมายไว้แล้ว

ขณะที่พรรคประชาชน ในฐานะ “ผู้เปิดดีล” ย่อมได้วาระใหญ่ ไปต่อยอดหาเสียงเลือกตั้งในฐานะพรรคกระแสอันดับหนึ่ง

ส่วนพรรคเพื่อไทย ที่ต้องสูญเสียอำนาจทางการเมืองครั้งใหญ่ในรอบทศวรรษ เมื่อแบรนดิ้งที่เคยแข็งแกร่งในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเสื่อมมนต์ขลังหลังจากบริหารประเทศมา 2 ปี เครดิตความเป็นประชาธิปไตยก็เสียไป ตั้งแต่ตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว

วาระแก้รัฐธรรมนูญ อาจเป็น “ไฟต์บังคับ” ให้พรรคเพื่อไทย กระโดดร่วมวงล่มหัวจมท้าย เป็นร่มชูชีพ เพื่อก้าวผ่านช่วงเวลาขาลง

ฝุ่นตลบ สูตร ส.ส.ร.

อย่างไรก็ตาม วาระยกเครื่องรัฐธรรมนูญ ผ่านการมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ตาม MOA ของพรรคประชาชน ที่ทำไว้กับพรรคภูมิใจไทย จะถูกล้อมกรอบด้วยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดวิธีการแก้ไข ผ่านเงื่อนไขประชามติ 3 ครั้ง แต่มีปิดช่อง ไม่ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

“ซึ่งรัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ แต่รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ระบุ

ดังนั้น 3 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย 3 พรรคใหญ่ในสมการอำนาจ ต้องหาสูตรแก้รัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาล

“สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะทำงานเตรียมการพิจารณาการจัดทำประชามติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ของพรรคภูมิใจไทย ระบุถึง “สูตร” การมี ส.ส.ร. ว่ามีหลายแนวทางที่จะเป็นไปได้

1.อาจจะมีการเสนอรายชื่อ ส.ส.ร.เข้ามา เพื่อให้รัฐสภาเป็นผู้เลือก

2.หากจะให้มีการเลือกตั้งก็เป็นการเลือกตั้งเข้ามา และให้กลุ่มดังกล่าวทำหน้าที่เลือก ส.ส.ร. อีกชั้นหนึ่ง

“มีหลายสูตร แต่ยังไม่ได้ตกผลึก จะต้องคุยกัน ช่วงนี้เป็นช่วงที่พรรคการเมืองต่างก็ไปทำการบ้านของตัวเอง ว่าต้องการจะเสนอแนวทางใด”

เพื่อไทยชงตั้ง กมธ. 50 คน

ด้านพรรคเพื่อไทย “ชูศักดิ์ ศิรินิล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และมือกฎหมายพรรคเพื่อไทย ชงสูตร ส.ส.ร. เบื้องต้นของพรรคว่า แถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยก่อนหน้านี้มีแนวทางในการเลือก ส.ส.ร.โดยอ้อม เช่น ให้รัฐสภาเลือก ส.ส.ร. หรือให้รัฐสภา ตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยเห็นว่า เรื่อง ส.ส.ร. หากเป็นลักษณะทางการก็จะต้องเป็นคณะใหญ่ อาจจะมีจำนวน 100-200 คน ซึ่งต้องมีรองประธานสภา หรือประธานสภา โดยที่ประธานรัฐสภา ต้องมีการทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ซึ่งอาจจะดูอุ้ยอ้าย

ดังนั้น รัฐสภาอาจจะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 47 หรือ 50 คน ก็แล้วแต่จะตกลง ขณะเดียวกันเพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ควรมีตัวแทนจากหลายภาคส่วน อาทิ คณบดีคณะนิติศาสตร์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ทั้งของมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนตามจำนวนที่ตกลง ตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศาล องค์กรอิสระ สภาทนายความ และตัวแทนจากวิชาชีพทั้งหลาย

รวมถึงองค์กรเอกชนตามสัดส่วน และรัฐสภาอาจจะแต่งตั้งคณะกรรมาธิการจากตัวแทนสภาของตน เช่น ตามสัดส่วนพรรคการเมืองในสภา และวุฒิสภา ซึ่งในจำนวนนี้รวมแล้วประมาณ 47-50 คน โดยที่จะทำให้องค์กรกะทัดรัด ซึ่งจะให้การทำงานเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

ปชน.ให้ยึดโยงกับประชาชน

ขณะที่พรรคประชาชน เคยชงร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ให้มี ส.ส.ร.มาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยการเลือกตั้ง 2 ส่วน แบบแบ่งเขตตามจังหวัด 100 คน แบบบัญชีรายชื่อโดยใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง 100 คน

แต่เมื่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญชี้ชัดว่า ไม่ให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง พรรคประชาชนก็ต้องปรับแท็กติก

“พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวว่า แม้ว่า MOA จะเขียนเรื่องกลไกของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง ทุกพรรคคงยึดเจตนารมณ์ ออกแบบกลไกให้มีความยึดโยงกับประชาชนให้ได้มากที่สุด เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยมากที่สุด คงต้องรอดูว่าเนื้อหาที่แต่ละฝ่ายจะนำเสนอในที่ประชุมจะเป็นเช่นใด

ย้อนอดีต ส.ส.ร.

ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย มีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับ แต่สำหรับ ส.ส.ร. มีเพียง 4 คณะเท่านั้น ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ

ส.ส.ร.คณะแรก แต่งตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2491 เพื่อ “ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2492” มี“มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ” หรือ “จิตร ณ สงขลา” ประธานวุฒิสภา เป็น “ประธาน ส.ส.ร.คนแรก”

มี ส.ส.ร.จำนวน 40 คน แบ่งออกเป็น ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 10 คน และผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกสภาผู้แทนฯ จำนวน 10 คน

ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากผู้สมัครประเภท 1 จำนวน 5 คน ผู้ได้รับเลือกตั้งจากผู้สมัครประเภท 2 จำนวน 5 คน ผู้ได้รับเลือกตั้งจากผู้สมัครประเภท 3 จำนวน 5 คน และผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากผู้สมัครประเภทที่ 4 จำนวน 5 คน

ส.ส.ร.คณะที่ 2 มาจาก “ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11” ยุคจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ โดยประกาศแต่งตั้ง ส.ส.ร. อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2502 จำนวน 240 คน มี “พล.อ.สุทธิ์ สุทธิสารรณกร” เป็นประธาน ส.ส.ร. 240 คน

ส.ส.ร.คณะที่ 3 เกิดขึ้นในรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปะอาชา จำนวน 99 คน มีนายอุทัย พิมพ์ใจชน เป็นประธาน

โดยสัดส่วน ส.ส.ร. 99 คน แบ่งออกเป็น ตัวแทนจากนักวิชาการ เสนอรายชื่อโดยสถาบันศึกษา จำนวน 23 คน ตัวแทนจากการเลือกตั้งของประชาชน “ทางอ้อม” 76 จังหวัด

ส.ส.ร.คณะที่ 4 ประกาศแต่งตั้ง ณ วันที่ 1 มกราคม 2550 โดยสมัชชาแห่งชาติ ที่มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติ เป็นประธานสมัชชาแห่งชาติในยุคคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) จำนวน 100 คน มี“นรนิติ เศรษฐบุตร” เป็นประธาน เพื่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550

นอกจาก ส.ส.ร.จำนวน 100 คน มีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน มาจาก ส.ส.ร.คัดเลือกกันเอง 25 คน และมาจาก คมช.คัดเลือก 10 คน มี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เป็นประธาน

ส่วนรัฐธรรมนูญไม่มีการตั้ง ส.ส.ร. โดยคณะที่ทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ คือ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ประธานชื่อ “มีชัย ฤชุพันธุ์”

ในนาทีนี้ยังมีสารพัดสูตร ในการตั้ง ส.ส.ร. เพื่อหนีกับดักคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

โดยเฉพาะวิธีการที่จะ “Hack” คำวินิจฉัยของศาล ที่กำหนดตายตัวว่า “ไม่อาจให้ประชาชนเลือก ส.ส.ร.ได้โดยตรง”
เมื่อพรรคการเมือง ต้องการให้ ส.ส.ร.ยึดโยงกับประชาชน อาจเห็นสูตรเลือกโดยอ้อม

วิธีที่เป็นไปได้มากที่สุด คือ เปิดให้ประชาชนเลือกผู้ที่จะมาเป็น ส.ส.ร. เมื่อได้แล้ว ก็ให้รัฐสภาเลือกจาก ส.ส.ร. ที่จะมาทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญอีกทีหนึ่ง

อาจเป็นต้นทาง ส.ส.ร. คณะที่ 5 ภายใต้ MOA พรรคภูมิใจไทย-พรรคประชาชน โดยมีพรรคเพื่อไทยร่วมขบวน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลือก ส.ส.ร.ทางอ้อม ย้อนศรสูตรศาลรัฐธรรมนูญ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...