โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อธิบดีกรมอุทยานฯ เผย 'น้องข้าวต้ม' ลูกช้างป่าพลัดหลง อาการดีขึ้นต่อเนื่อง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 ก.ย 2568 เวลา 13.41 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2568 เวลา 13.41 น.

อธิบดีกรมอุทยานฯ เผยความคืบหน้า “ข้าวต้ม” ลูกช้างป่าพลัดหลง อาการดีขึ้นต่อเนื่อง พร้อมเปิด 6 สาเหตุหลักที่ช้างป่าพลัดหลงจากฝูง

เมื่อวันที่ 24 กันยายน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดการดูแล“ข้าวต้ม” ลูกช้างป่าพลัดหลงที่ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศว่า ล่าสุดลูกช้างมีอาการคงที่และดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมสัตวแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง

สัตวแพทย์หญิงณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก พร้อมด้วยสัตวแพทย์หญิงลักษณา ประสิทธิชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ, สัตวแพทย์หญิงกานต์พิชชา หาญอาษา นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ และทีมงานจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้รายงานความคืบหน้าอาการของลูกช้างป่า “ข้าวต้ม” ยังคงกินนมได้ดีและมีระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ตาม ทีมงานยังคงต้องเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนและให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย

ด้าน น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้อธิบายถึงสาเหตุหลักที่ทำให้ลูกช้างพลัดหลงจากฝูง โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ “พลัดหลง” และ “สลัดทิ้ง” ซึ่งแม่ช้างอาจจำใจต้องทิ้งลูกด้วยเหตุผลต่าง ๆ โดยสรุปเป็น 6 สาเหตุหลัก ดังนี้

  • กิจกรรมของมนุษย์: เช่น แรงสั่นสะเทือนจากยานพาหนะ หรือการไล่โดยคนทั่วไปที่ทำให้ฝูงตกใจวิ่งหนี
  • ภัยธรรมชาติ: เช่น น้ำป่า หรือหลุมยุบจากเหมืองเก่าที่กัดเซาะ
  • การเรียนรู้ไม่เพียงพอ: เช่น แม่ช้างมือใหม่ที่ขาดประสบการณ์ หรือลูกช้างซุกซน
  • โรคภัยไข้เจ็บ: โดยเฉพาะโรคเฮอร์ปีส์ไวรัส (EEHV) ที่ทำให้ลูกช้างเสียชีวิตได้ และกลไกธรรมชาติของฝูงที่จะขับลูกช้างป่วยออกเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
  • ปัญหาพันธุกรรม: เช่น โครงสร้างร่างกายผิดปกติ หรือภูมิคุ้มกันต่ำ
  • การบาดเจ็บในป่า: เช่น อุบัติเหตุหรือบาดแผลจากการใช้ชีวิตตามธรรมชาติ

นายสัตวแพทย์ภัทรพล กล่าวเพิ่มเติมว่า การดูแลลูกช้างพลัดหลงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น โอกาสในการส่งคืนฝูงหากไม่มีปัญหาสุขภาพร้ายแรง หรือการพิจารณาการดูแลในระยะยาวหากถูกสลัดทิ้ง การช่วยเหลือ “ข้าวต้ม” ไม่เพียงเป็นการช่วยชีวิตลูกช้างเพียงตัวเดียว แต่ยังเป็นการสร้างองค์ความรู้และพัฒนาแนวทางการอนุรักษ์ช้างป่าของไทยในอนาคต หากไม่มีปัญหาสุขภาพร้ายแรงมีโอกาสส่งคืนฝูงได้หากพบฝูงและฝูงอยู่ใกล้ หากถูกสลัดทิ้ง จะพิจารณาจาก 3 ปัจจัย คือ การติดเชื้อ, อาการบาดเจ็บ, และความผิดปกติทางร่างกาย

ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ จะยังคงติดตามและรายงานความคืบหน้าอาการของ “ข้าวต้ม” อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกช้างน้อยได้กลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างปลอดภัย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อธิบดีกรมอุทยานฯ เผย ‘น้องข้าวต้ม’ ลูกช้างป่าพลัดหลง อาการดีขึ้นต่อเนื่อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...