โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สนง.สลาก เตรียมเคาะเพดานคืนเงิน คนซื้อหวยดิจิทัล L6 ไม่ถูกรางวัล สัปดาหน้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 10.28 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2568 เวลา 09.48 น.
พันโท หนุน ศันสนาคม

สำนักงานสลากฯ เผยเตรียมสรุปเพดานคืนเงินสัปดาห์หน้า ซื้อสลากดิจิทัล (L6) ไม่ถูกรางวัลได้คืนเป็นเงินออม เริ่มได้ภายใน 4 เดือน ยันไม่ได้เปิดแข่ง “หวยเกษียณ” เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการส่งเสริมการออม

พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยถึงแนวคิดการเดินหน้า “สลากเพื่อการออม” ว่าเป็นการนำสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบดิจิทัล (L6) ที่ขายผ่านแอปเป๋าตัง ราคา 80 บาท มาปรับรูปแบบ โดยผู้ซื้อที่ไม่ถูกรางวัลจะได้รับเงินคืน (Cashback) จากสัดส่วน 17% ซึ่งตาม พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาลกำหนดไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารและการจำหน่าย

สำหรับสัดส่วนเงินคืนที่แน่นอน เช่น คืนใบละกี่บาทหรือคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานสลากฯ และกระทรวงการคลัง โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ก่อนเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอนุมัติ โดยจะมีการสรุปกำหนดสัดส่วนเพดานการคืนเงินต่อฉบับในสัปดาห์หน้า

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อสรุปการกำหนดเพดานและรูปแบบการคืนเงินต่อฉบับที่เหมาะสม โดยยืนยันว่าการดำเนินโครงการนี้จะไม่กระทบต่อรายได้หรือการดำเนินงานของสำนักงานอย่างแน่นอน” พันโทหนุนกล่าว

พันโทหนุนกล่าวว่า สำหรับการคืนเงินให้กับประชาชนนั้นจะมาจากสัดส่วน 17% ของรายได้สลากกินแบ่งรัฐบาล แบ่งเป็น

1.เป็นเงินรางวัล 60%
2.นำรายได้ส่งเข้ารัฐ 23%
3.ค่าบริหารจัดการและจำหน่าย 17%

สำหรับ 17% ที่เป็นค่าใช้จ่าย จะแบ่งเป็นส่วนลดตัวแทนจำหน่าย 12-14% และค่าใช้จ่ายสำนักงาน 3-5% ที่เป็นค่าบริหาร สนง.สลากฯ เช่น การจ่ายเงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟ เป็นต้น ซึ่งแนวคิดใหม่จะนำบางส่วนของ 17% มาคืนให้ผู้ซื้อสลากที่ไม่ถูกรางวัล เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาออมเงินผ่านการซื้อสลากดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าจากจำนวน 17% นั้น มีตัวชี้วัดกำหนดว่า สนง.สลากฯ จะต้องนำเงินคืนส่งรัฐอีกรอบ โดยแต่ละปี สนง.สลากฯ มีรายได้จากสัดส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท และนำส่งรัฐอีก 7,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ก็จะเข้าไปดูรายละเอียดว่าสามารถแบ่งสัดส่วนอย่างไรได้บ้าง เพื่อคืนเงินให้กับประชาชน

“พ.ร.บ.สลากฯ กำหนดไว้ชัดเจนว่า 23% ที่ส่งรายได้เข้ารัฐ ไม่สามารถนำไปใช้ส่วนอื่นได้ ฉะนั้น เราจึงจะเข้าไปดูรายละเอียดใน 17% สำหรับการบริหารจัดการ ว่าสามารถแบ่งสัดส่วนออกมาได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งปัจจุบันยอดขายต่องวดของสลากดิจิทัลอยู่ที่ 27 ล้านใบ/งวด”

ส่วนหากดำเนินโครงการดังกล่าวแล้ว มีความจำเป็นที่ต้องเพิ่มราคาสลาก เพื่อเพิ่มสัดส่วนการบริหารจัดการหรือไม่ พันโทหนุนกล่าวว่า ที่ผ่านมา สนง.สลากฯ เคยทำแบบสอบถามไปแล้ว หากมีการเพิ่มราคาสลากจาก 80 บาท เป็น 100 บาท เงินรางวัลก็จะเพิ่มขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจุบันราคาสลากยังเกิน 80 บาทอยู่ เราจึงยังไม่ควรขยายราคาสลากขึ้นไป

ทั้งนี้ ยืนยันว่าโครงการคืนเงินสำหรับการซื้อสลากดิจิทัล แล้วไม่ถูกรางวัลนั้น เป็นการส่งเสริมการออมอีกช่องทางหนึ่ง ไม่ได้เป็นการเปิดมาเพื่อแข่งกับหวยเกษียณของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ซึ่งจะเป็นทางเลือกให้ประชาชนสามารถออมได้ทั้ง 2 ช่องทาง และการคืนเงินของ สนง.สลากฯนั้น หลักการเบื้องต้นจะสามารถถอนเงินคืนได้เมื่ออายุ 55 ปี ส่วนคนที่อายุ 56 ปีขึ้นไป จะสามารถออมได้อีก 5 ปี

ส่วนกรณีจะมีการเพิ่มสลากดิจิทัล (L6) เพื่อจูงใจการออมหรือ ๆ หรือไม่นั้น พันโทหนุนระบุว่า ทิศทางในอนาคต สำนักงานสลากฯมีเป้าหมายลดจำนวนสลากแบบกระดาษ และเพิ่มสัดส่วนสลากดิจิทัลอยู่แล้ว เพื่อสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคอยู่แล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สนง.สลาก เตรียมเคาะเพดานคืนเงิน คนซื้อหวยดิจิทัล L6 ไม่ถูกรางวัล สัปดาหน้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...