โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

หุ้น 88TH เข้าเทรดวันแรกราคาเปิดที่ 12.00 บาท จาก IPO หุ้นละ 5.45 บาท

ทันหุ้น

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 03.11 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2568 เวลา 03.11 น.

หุ้น 88TH เข้าเทรดวันแรกราคาเปิดที่ 12.00 บาท จาก IPO หุ้นละ 5.45 บาท

#88TH #ทันหุ้น-หุ้นบริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด(มหาชน) หรือ 88TH เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai) เป็นวันแรก ราคาเปิดอยู่ที่ 12.00 บาท เพิ่มขึ้น 120.18%

จากราคาหุ้น IPO ที่หุ้นละ 5.45 บาท

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น 88TH ราคาเปิดอยู่ที่ 12.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.55 บาท หรือ 120.18% จากราคา IPO ที่หุ้นละ 5.45 บาท โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 57.55 ล้านบาท

88TH ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงาม แบ่งเป็น 1) ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ ลดผมร่วง ปิดผมขาว ผลิตภัณฑ์จากสารสกัดสมุนไพร “ไลโอ” 2)ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว “โฮน” และ 3) เครื่องสำอาง “เวอร์.88” โดยจัดหาผลิตภัณฑ์ผ่านการว่าจ้างบริษัทย่อยและผู้รับจ้างผลิตรายอื่น

ทั้งนี้ บริษัทย่อยที่ 88TH ถือหุ้น100% มีโรงงานตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ดำเนินธุรกิจสนับสนุนการผลิตผลิตภัณฑ์ให้บริษัทตลอดจนรับจ้างผลิตแก่ลูกค้าภายนอก บริษัทมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งผ่านตัวแทนจำหน่ายกว่า 80 ราย ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ 14 ราย กว่า 10,000 สาขาทั่วประเทศ โฮมชอปปิ้ง และช่องทางออนไลน์

สำหรับครึ่งแรกปี 2568 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม : ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว :เครื่องสำอางและอื่นๆ ในสัดส่วน 91 : 6 : 3 ตามลำดับ โดยมีสัดส่วนการจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่าย :

ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ : โฮมชอปปิ้ง : ช่องทางออนไลน์ ในสัดส่วน 44 : 30 : 4 : 22

88TH มีทุนชำระแล้วหลัง IPO 212.5 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 170 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 42.5 ล้านหุ้น โดยมีหุ้นจัดจำหน่ายรวม 59.5 ล้านหุ้นจากหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว และหุ้นเดิม 17 ล้านหุ้นโดยเสนอขายต่อบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และผู้ลงทุนสถาบัน ไม่น้อยกว่า 48.875ล้านหุ้น ผู้มีอุปการคุณของบริษัทไม่เกิน 6.375 ล้านหุ้น

กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย ไม่เกิน 4.25 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5.45 บาท คิดเป็นมูลค่าการเสนอขาย IPO 324.275 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,158.125 ล้านบาท

โดยมีบริษัท ไพโอเนีย แอดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และมีบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัดเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุน บริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนตามแผนในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิม พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศตลอดจนใช้เป็นค่าใช้จ่ายการตลาด การประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ

โบรกเกอร์ 4 แห่ง ให้ราคาเป้าหมายปี 2569 อยู่ที่ 10-13 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด ประเมินราคาเหมาะสม หุ้นใหม่แกะกล่อง “88TH” อยู่ที่ 13.00 บาท คาดกำไรสุทธิ ปีนี้ และ 2569 เพิ่มขึ้น 83.5% YoY และ 33.5% YoY อยู่ที่ 102 ล้านบาท และ 137 ล้านบาท ตามลำดับ สะท้อนจากความสำเร็จของการเติบโตของยอดขายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ แถมได้แรงหนุนจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ประเมินราคาเป้าหมายที่ 10 บาท คาดรายได้และกำไรสุทธิเติบโต 29% และ 41% CAGR ในช่วงปี 2568-2570 จากความแข็งแกร่งของกลุ่ม Hair Care การรับรู้รายได้เต็มปีจาก LYO Herbal และการออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม Skincare และ Cosmetics แม้จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคู่แข่ง แต่สะท้อนศักยภาพการเติบโตและความแข็งแรงของแบรนด์ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแรงและแบรนด์ชั้นนำ 88TH อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการเติบโตระยะยาวในตลาดสุขภาพและและความงามของไทย

บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จํากัด (มหาชน) ประเมินราคาเหมาะสมของ 88TH ที่ราคา 11.70 บาท ด้วยวิธี DCF พร้อมการเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 40% CAGR คาดการเติบโตของ 88TH หลัง IPO บริษัทมีแผนนำเงินระดมทุนไปใช้ในการขยายฐานลูกค้าโดยเน้นกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ ด้วยแบรนด์ “LYO” ไปยังกลุ่มใหม่ๆเกี่ยวกับเส้นผมต่อยอดความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ Hair Color และ Hair Herbal ที่สร้างยอดขายของบริษัทให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาและยังเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอให้กับบริษัทต่อไปในอนาคต

บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ได้ประเมินมูลค่าเหมาะสมสำหรับ 88TH ไว้ที่ ไว้ที่ 10.10 บาท คาดการณ์รายได้เติบโต CAGR 27% และกำไรสุทธิเติบโต CAGR 42% ระหว่างปี 2567-2570 โดยปัจจัยเติบโตของกำไรสุทธิหลักมาจากการขยายผลิตภัณฑ์เก่าและใหม่ รวมถึงลดค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...