SUS: “ฉันตายแล้ว อย่ากินฉันเลย” รู้จักพฤติกรรมแกล้งตุยของงูฮอกโนส ชักดิ้นชักงอ นอนแลบลิ้น สำรอกของเสียออกมา ให้ตัวเองเน่าเหม็นจนผู้ล่าต้องถอยหนี
ตามธรรมชาติ สัตว์ที่มีสถานะเป็น ‘เหยื่อ’ ในห่วงโซ่อาหาร มักมีวิวัฒนาการบางอย่างติดตัวไว้เป็นอาวุธ มีเขาที่แข็งแรง มีแรงถีบอันทรงพลัง หรือความว่องไวไว้หลบหนี แต่บางชนิดก็พัฒนาตัวเองในทางตรงกันข้าม ไม่สู้ ไม่หนี แกล้งตายตรงหน้าจนผู้ล่างงกันไปเลยก็มี
การแกล้งตายถือเป็นพฤติกรรมทั่วไปที่พบได้ในสัตว์หลายชนิด ในวงการวิทยาศาสตร์ เรียกว่า ‘แธนาโทซิส’ (Thanatosis) หรือภาวะอัมพาตชั่วคราว หรือการแกล้งตาย พบทั้งในกลุ่มตั้งแต่นกไปจนถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมถึงปลา
แต่ที่จะเล่าถึงในตอนนี้ขอยกมาเพียงชนิดเดียว คือ ‘งูฮอกโนส’ (Hognose Snake) หนึ่งในงูที่แกล้งตายแบบเล่นใหญ่กันสุดๆ ชนิดที่ผู้ล่ายังต้องยอมถอยในความสมจริง
แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ขอชวนมาทำความรู้จักงูฮอกโนสอย่างคราวๆ กันก่อน
พื้นเพของงูฮอกโนส เดิมพบได้อาศัยอยู่ในอเมริกาเหนือ ที่มาของชื่อก็มาจากเกล็ดด้านหน้าที่เหินขึ้นไม่เหมือนกับงูชนิดอื่นๆ จนดูเหมือนจมูกหมู (คนไทยเรียกชื่อเล่นว่างูจมูกหมู) ในธรรมชาติกินได้หลายอย่าง ไล่มาตั้งแต่คางคก ปลา จิ้งจก สัตว์ฟันแทะ ซาลาแมนเดอร์ นกขนาดเล็ก ไข่ และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น ไส้เดือน
แต่ในทางกลับกัน นอกจากเป็นนักล่า งูฮอกโนสก็ถือเป็นผู้ใหญ่พลังงาน หรือเป็นเหยื่อให้สัตว์ชนิดอื่นล่าเช่นกัน โดยเฉพาะพวกนก หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกินเนื้อขนาดกลางๆ
และเมื่อไหร่ที่ถูกล่า งูฮอกโนสก็จะแกล้งตายเมื่อนั้น
เหตุที่ต้องแกล้งตายก็ไม่ใช่อื่นใด งูฮอกโนสเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่เคลื่อนไหวช้า ถ้าหนียังไงก็ไม่รอดแน่ๆ หรือครั้นจะสู้กลับ งูฮอกโนสก็มีแต่ท่า พอรู้ว่ากำลังถูกคุกคามแน่ๆ ฮอกโนสจะพองตัวชูคอทำท่าขู่ แล้วชิงลงมือก่อน แต่ก็ไม่อาจเรียกว่าเป็นการโจมตีได้เต็มปาก เพราะเจ้างูตัวนี้ทำได้แค่พุ่งเอาหัวชน ไม่ได้พุ่งเข้าไปกัดหรือปล่อยพิษใส่ (เป็นงูพิษอ่อน แถมพิษยังอยู่เขี้ยวหลังอีกต่างหาก)
แน่นอนว่าทำแค่นั้นผู้ล่าคงไม่สะทกสะท้านเท่าไหร่ อย่างมากก็แค่ตกใจ แล้วกลับมาตั้งท่าเตรียมล่าใหม่ และในเวลานั้นล่ะ งูฮอกโนสก็จำเป็นต้องงัดท่าไม้เด็ด แกล้งตายแบบเล่นใหญ่ ด้วยการม้วนตัวไปมาทำท่าเหมือนกำลังชักดิ้นชักงอ ก่อนจะจบลงที่ท่านอนหงายตัว อ้าปาก แลบลิ้น เหมือนว่าได้ขาดใจตายไปแล้ว
คำเตือนถ้ากำลังกินอาหารอยู่ค่อยกลับมาอ่านใหม่
แต่เท่านั้นยังพอ ถ้าผู้ล่าจะไม่ผละตัวออกไป งูฮอกโนสก็ยังมีก๊อกสองและสามด้วยการสำรอกเหยื่อที่เพิ่งกินเข้าไปออกทางปาก (ถ้ามันยังไม่ย่อยไปเสียหมด) เพื่อทำให้รอบๆ ตัวของมันเองมีกลิ่นเน่าเหม็น ประหนึ่งว่าตัวเองตายมานานแล้ว
และหากนักล่ายังใจสู้ งูฮอกโนสยังมีไม้เด็ดด้วยการขับถ่ายของเสียออกมาซ้ำอีกดอก เพิ่มกลิ่นเน่าเหม็นคูณสองกันให้สุด โดยนักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าในตอนที่งูขับถ่ายออกมาอาจจะมีสารบูโฟท็อกซิน ซึ่งเป็นสารพิษชนิดหนึ่งที่พบในร่างกายคางคกเหยื่อของงูฮอกโนส ช่วยเพิ่มดีกรีของกลิ่นขึ้นมาอีกแรง
เพียงแค่นึกภาพตามก็แย่แล้ว และนึกถึงสัตว์ที่มีจมูกรับกลิ่นไวกว่าเราล่ะ จะขนาดไหน แต่ในทางวิทยาศาสตร์จะอธิบายว่า ซากสัตว์ที่เน่าเหม็นอาจทำให้สัตว์บางชนิดไม่ชอบเพราะมันไม่ปลอดภัยเท่ากับเหยื่อที่เพิ่งล่าได้ใหม่ๆ
อย่างไรก็ตาม การแกล้งตายของงูฮอกโนสใช่จะได้ผลทุกครั้ง แม้บางบันทึกระบุว่างูฮอกโนสสามารถแกล้งตายได้นานถึง 10 นาที วัดความอดทนกันกับเหยื่อ (พอเหยื่อไม่สนใจก็ค่อยเลื้อยหนี) แต่ก็มีหลายเหตุการณ์ที่งูจำเป็นต้องผลิกตัวขึ้นมาเลื้อยหนีเพราะผู้ล่าไม่ยอมล่าถอยไปเหมือนกัน แต่ก็นับเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่งูจะเลือกทำแล้วจริงๆ
เรื่องราวของงูฮอกโนสหรือการแกล้งตายของสัตว์ยังมีอีกหลายรูปแบบและแตกต่างกันไปตามแต่ชนิดของสัตว์ เคยมีการทำวิจัยศึกษาติดตามพฤติกรรมของสัตว์หลายชนิด โดยรวมๆ อาจสรุปคร่าวๆ ได้ว่า ใครแกล้งตายได้นานกว่า มีโอกาสรอดมากกว่า
แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจยืนยันได้ชัดเจน คือพฤติกรรมแกล้งป่วยไม่อยากไปทำงานของมนุษย์มาจากการเลียนแบบพฤติกรรมของสัตว์หรือเกิดจากนิสัยส่วนตัวกันแน่ (แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า)