WASH เตรียมเข้าซื้อขาย ในตลาด mai 3 พ.ย. นี้
WASH หนึ่งในผู้นำธุรกิจร้านสะดวกซักครบวงจร ภายใต้แบรนด์ “WashXpress” เริ่มซื้อขายใน mai ภายใต้กลุ่มบริการ 3 พ.ย. 2568 โดยนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปขยายจำนวนสาขา และปรับปรุงยกระดับสาขาเดิม
31 ตุลาคม 2568 - นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ mai ยินดีต้อนรับ บมจ. ลอนดรี้ ยู เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายใน mai ภายใต้กลุ่มบริการ โดยใช้ชื่อย่อ “WASH” ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568
WASH เป็นผู้ให้บริการร้านสะดวกซักครบวงจรด้วยเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าอุตสาหกรรมคุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ “WashXpress” รวมถึงให้สิทธิบุคคลอื่นในการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ และจำหน่ายเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้าอุตสาหกรรม โดยร้านสะดวกซัก WashXpress มีทั้งรูปแบบบริการตนเอง (Self-service) และบริการครบวงจร (Full service) ได้แก่ บริการซักอบพับ บริการรับรีด รวมถึงการให้บริการรับจ้างซักอบรีดในปริมาณมากสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ
ทั้งนี้ บริษัทพัฒนาแอปพลิเคชัน “WashXpress” เพื่อเพิ่มความสะดวกในการค้นหาสาขาและการชำระเงิน ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2568 มีร้านสะดวกซักทั้งหมด 548 สาขา ครอบคลุม 21 จังหวัด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงเมืองรองและจังหวัดใหญ่ แบ่งเป็นสาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของ 469 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 79 สาขาสำหรับงวด 6 เดือน 2568 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการให้บริการ : จำหน่ายสินค้า : แฟรนไชส์ : จำหน่ายเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า และรายได้อื่นในสัดส่วน 94 : 3 : 1 : 2
นายกวิน กลองกระโทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ลอนดรี้ ยู (WASH) กล่าวว่า บริษัทพัฒนาธุรกิจร้านสะดวกซักครบวงจรในคอนเซปต์ “สะอาด-สะดวก-สบาย” โดยมีผู้รับผิดชอบดูแลสาขาอย่างน้อย 1 คนพร้อมบริการล้างถังซักด้วยน้ำร้อนฟรีก่อนใช้ ร้านตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก ใกล้แหล่งชุมชน มีที่จอดรถ และเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ทั้งยังมีเครื่องแลกเหรียญ เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติสำหรับการซักผ้า รวมถึงบริการ Call Center ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ จะนำไปใช้เพื่อการลงทุนเพิ่มจำนวนสาขา ปรับปรุงและยกระดับร้านสะดวกซัก WashXpress ของสาขาที่มีอยู่เดิม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน
ข้อมูลการเสนอขาย : WASH มีทุนชำระแล้วหลัง IPO176.47 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 300 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 52.94 ล้านหุ้น และมีการจัดสรรหุ้นสามัญเดิมโดย Holistic Impact Pte. Ltd. อีกจำนวน 52.94 ล้านหุ้น เสนอขายต่อบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์และนักลงทุนสถาบัน ไม่น้อยกว่า 79.41ล้านหุ้น ผู้มีอุปการคุณของบริษัทไม่เกิน 15.88 ล้านหุ้น พนักงานของบริษัทไม่เกิน 10.59 ล้านหุ้น โดยเสนอขายผู้ลงทุนทุกประเภทระหว่างวันที่ 24-28 ตุลาคม2568 ในราคาหุ้นละ 7.5 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน397.06 ล้านบาท และมูลค่าที่เสนอขาย 794.12 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 2,647.06 ล้านบาท
ทั้งนี้ การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ประมาณ 24.51 เท่า คำนวณจากกำไรสุทธิ 4 ไตรมาสล่าสุด (1 ก.ค. 2567-30 มิ.ย. 2568) ซึ่งเท่ากับ 107.99ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.31 บาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ
ผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO :
- นายชิษณุพันธ์ ตั้งเฉลิมกุลถือหุ้น 21.61%
- นายกวิน กลองกระโทก และนางสาวอุไรวรรณ อ่อนเจริญ (คู่สมรส) ถือหุ้นรวม 16.30%
- Holistic Impact Pte. Ltd. ถือหุ้น 12.84%
โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินของบริษัท หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและหลังหักสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามกฎหมายและตามที่บริษัทกำหนดไว้