ถ่ายทอดศาสตร์ความงามจากท้องทะเล สู่ผิวมีชีวิตด้วย Polynucleotide และเทคโนโลยี DNA Optimizing”พลังแห่งวิทยาศาสตร์เพื่อการฟื้นคืนชีวิตให้ผิว
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 31 ต.ค. 2568 เวลา 14.28 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2548 เวลา 07.28 น. • HELLO! Magazine Thailandในโลกแห่งศาสตร์ความงามอันกว้างไกล ท้องทะเลคือแหล่งวัตถุดิบทรงคุณค่าที่หล่อเลี้ยงความงามในระดับเซลล์ หนึ่งในนั้นคือ ปลาแซลมอนจากมหาสมุทรธรรมชาติ ซึ่งมีโครงสร้างดีเอ็นเอที่มีความคล้ายคลึงกับมนุษย์ในระดับสูงถึง 98 เปอร์เซ็นต์ จึงถูกเลือกให้เป็นแหล่งสกัด Polynucleotide ชั้นเยี่ยม ในการนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และองค์ประกอบที่ช่วยส่งเสริมให้สาร DNA สกัดปลาแซลมอนสามารถคงความบริสุทธิ์และประสิทธิภาพได้ดี คือเทคโนโลยีระดับนวัตกรรมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสถาบันระดับโลก
ดร.พญ.อัจจิมา สุวรรณจินดา (ว.16835) และรศ.พิเศษ พญ.วิไล ธนสารอักษร (ว.14068) สองแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้มาเผยถึงหลากหลายแง่มุมน่าสนใจของ Polynucleotide (PN) และ DNA Optimizing Technology (DOT) สารชีวโมเลกุลและเทคโนโลยีระดับโลกที่บริษัทความงามชั้นนำเลือกใช้ในการคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวพรรณ
“ศาสตร์แห่งความงามยุคใหม่ไม่ใช่เพียงการเติมเต็ม แต่คือการปลุกพลังชีวิตของเซลล์ให้กลับมาทำงานอย่างสมดุลอีกครั้ง — From filling to self-healing.” ” — ดร.แพทย์หญิงอัจจิมา สุวรรณจินดา
ศาสตร์แห่งการฟื้นคืนชีวิตให้ผิว
คุณหมออัจจิมาเริ่มต้นให้ความรู้เกี่ยวกับ Polynucleotide (PN) ว่าเป็นสารชีวโมเลกุลที่มีต้นกำเนิดจากดีเอ็นเอ (DNA) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวตามธรรมชาติ เปรียบเสมือนการ ‘ปลุกพลังชีวิตของผิวให้กลับมาทำงานได้ด้วยตนเองอีกครั้ง’ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือการฟื้นคืนศักยภาพการเยียวยาผิวจากภายในอย่างเป็นธรรมชาติ
คุณสมบัติเด่นของ PN คือโครงสร้างดีเอ็นเอที่ใกล้เคียงกับเซลล์มนุษย์ ร่างกายจึงยอมรับได้โดยไม่ก่อการระคายเคือง เมื่อเข้าสู่ผิว PN จะส่งสัญญาณให้เซลล์ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับไมโคร ไปจนถึงการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ผลลัพธ์คือผิวที่แน่น ยืดหยุ่น และมีชีวิตชีวา
นอกจากนี้ PN ยังส่งเสริมการไหลเวียนของเลือด ซ่อมแซมเซลล์ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ จึงช่วยให้ผิวกลับมาฟื้นฟูตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งการเติมแต่งจากภายนอก
“เราไม่ได้เพียงปรับปรุงผิวให้ดีขึ้นภายนอก แต่เป็นการคืนความสามารถให้เซลล์ผิวสามารถซ่อมแซมและสื่อสารกันได้เหมือนวัยหนุ่มสาวอย่างเป็นธรรมชาติ นี่คือหัวใจของความงามเชิงชีวภาพ หรือ Bioregenerative Aesthetics ศาสตร์แห่งความงามที่ฟื้นคืนชีวิตจากภายใน ที่โลกกำลังให้ความสำคัญ”
ความงามที่มาพร้อมมาตรฐานและความปลอดภัย
“คุณภาพไม่ได้จบแค่ในห้องแล็บ แต่ต้องสะท้อนออกมาที่ผิวของคนไข้ในชีวิตจริง” นี่คือประโยคที่คุณหมออัจจิมาให้นิยามเพิ่มเติมสำหรับเทคโนโลยี DOT“PN ที่มีคุณภาพต้องผ่านการผลิตในสภาพปลอดเชื้อ (Sterile Environment) ด้วยเทคโนโลยีระดับโมเลกุล และต้องมีการทดสอบสารปนเปื้อน เช่น Endotoxin และ Residual DNA อย่างเข้มงวดในทุกล็อตการผลิต จุดนี้เองที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญมั่นใจว่า PN สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยในผู้ป่วยจริงและให้ผลลัพธ์คงที่”
ความแตกต่างและแหล่งที่มาของ Polynucleotide
PN ที่ใช้ในเวชศาสตร์ความงามมีทั้งจากปลาแซลมอนธรรมชาติและเลี้ยงในระบบปิด โดยแหล่งจากธรรมชาติมักได้รับการเลือกใช้มากกว่า เนื่องจากมีโครงสร้างดีเอ็นเอที่สมบูรณ์และสอดคล้องกับร่างกายมนุษย์ในระดับสูง งานด้านจีโนมของปลาแซลมอนยังพบความแตกต่าง
ทางพันธุกรรมระหว่างปลาป่าและปลาที่เลี้ยงในระบบปิด ซึ่งแม้จะมีข้อดีในด้านการควบคุมกระบวนการผลิตและปริมาณ แต่บางครั้งอาจมีความแปรปรวนทางพันธุกรรมจากอาหารหรือสภาพแวดล้อมของการเลี้ยง ซึ่งอาจกระทบต่อความบริสุทธิ์และความเสถียรของโมเลกุล DNA
เทคโนโลยี DOT™ (DNA Optimizing Technology) ใช้ DNA จาก Wild Chum Salmon ที่อาศัยในทะเลน่านน้ำสะอาดของเกาหลี ผลิตภายใต้มาตรฐาน GMP และผ่านระบบกรองปลอดเชื้อ ทำให้ได้ DNA ที่มีความบริสุทธิ์มากกว่า 98% ปราศจาก endotoxin และโลหะหนัก จึงมีความเข้ากันได้ทางชีวภาพที่ดีเยี่ยม และคงไว้ซึ่งพลังการฟื้นฟูระดับเซลล์ นี่คือรากฐานของแนวคิด Bioregenerative Aesthetics ความงามที่เริ่มจากการเยียวยาในระดับเซลล์
การผสมผสานระหว่าง “ความบริสุทธ์” และ “ประสิทธิภาพ”
ด้านคุณหมอวิไลได้กล่าวเสริมจากคุณหมออัจจิมา ถึงจุดเด่นของ PN และ DOT ว่า “สำหรับ PN มีความสามารถในการฟื้นฟูผิวจากระดับเซลล์ได้อย่างแท้จริง ส่วน DOT เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ได้ชิ้นส่วน DNA ขนาดที่ต้องการในปริมาณความเข้มข้นสูง ด้วยโครงสร้างของ PN ที่เกาะเกี่ยวกันแบบ 3 มิติ (3D Scaffold) ทำให้โมเลกุลของ PN มีความเสถียรสูงขึ้น ที่สำคัญสามารถกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง”
PN ได้รับการยืนยันคุณสมบัติในระดับวิชาการมากว่า 25 ปี “ปัจจุบันมีงานวิจัยทั้งในยุโรปและเอเชียที่ยืนยันว่า PN มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและแก้ไขผิวหนังที่มีปัญหา ในการทดลองทางคลินิกพบว่า ผิวมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น ความหนาของชั้นหนังแท้ดีขึ้น และลดการสร้างเม็ดสีส่วนเกินได้จริง“สิ่งที่สำคัญคือ ผลิตภัณฑ์ DOT PN มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากผ่านการทำให้บริสุทธิ์จากดีเอ็นเอธรรมชาติและผ่านการทดสอบความเข้ากันทางชีวภาพ (Biocompatibility) ตามมาตรฐาน GMP ของเอเชียและยุโรป ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า การใช้ PN ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ แต่เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีรากฐานจากหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง” คุณหมอวิไลกล่าว พร้อมย้ำว่า “ในทุกการวิจัย จุดหมายไม่ใช่แค่ผิวสวย แต่คือผิวที่มีสุขภาพและศักยภาพในการฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน”
เบื้องหลังกระแสโมเลกุลแห่งการฟื้นฟูยุคใหม่
คุณหมอวิไลยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึง PN ในแง่การยอมรับในระดับสากล และยังเป็นสารชีวโมเลกุลที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก “เพราะ PN เป็นจุดบรรจบระหว่างวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัย และความเป็นธรรมชาติ ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ดูเป็นตัวเองมากขึ้น PN ตอบโจทย์ได้ครบ ให้ความเปล่งปลั่ง ความเรียบเนียน และผิวที่มีชีวิตชีวาโดยไม่เปลี่ยนลักษณะเฉพาะของใบหน้า นี่จึงเป็นเหตุผลที่ PN ได้รับการยอมรับในกลุ่มแพทย์ทั่วโลกว่าเป็นโมเลกุลแห่งการฟื้นฟูยุคใหม่”
การดูแลเชิงป้องกัน คือเทรนด์แห่งอนาคต
“ส่วนตัวเชื่อว่า อนาคตของวงการความงามจะมุ่งสู่การดูแลเชิงป้องกัน (Preventive Regeneration) หมายถึงการดูแลผิวตั้งแต่ก่อนที่สัญญาณแห่งวัยจะปรากฏ PN เป็นตัวอย่างของแนวทางใหม่นี้ เพราะช่วยปรับสมดุลไมโครเอนไวรอนเมนต์ของผิว (Skin Microenvironment) ทำให้เซลล์ผิวสามารถฟื้นฟูตัวเองอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายแล้ว ความงามที่แท้จริง คือการที่ผิวเราไม่ต้องพยายามจะดูเด็ก แต่คงคุณภาพของความมีชีวิตชีวาไว้ได้ตลอดเวลา” คุณหมอวิไลกล่าวปิดท้าย