โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

CPN อัด 2.1 หมื่นล้าน ผุด ‘The Central พหลโยธิน’ เชื่อมพลังคู่ ‘เซ็นทรัล ลาดพร้าว’ปั้น Next CBD กรุงเทพฯเหนือ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ต.ค. 2568 เวลา 13.05 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 06.05 น.

เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่มเม็ดเงิน 21,000 ล้านบาท พัฒนา 'The Central พหลโยธิน’ เมกะโปรเจกต์พื้นที่ 4.5 แสน ตร.ม. คาดแล้วเสร็จปลายปี 2569 พร้อมซินเนอร์จี้กับ “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” วางตำแหน่งเป็น 'The Landmark of Northern Bangkok' ชิงกำลังซื้อกลุ่ม Wealth Segment ที่สูงกว่ากทม. 2.3 เท่า หนุนราคาที่ดินพหลโยธินตอนต้นพุ่งติด Top 10 ประเทศโต 5% แซงหน้าทำเล CBD หลัก เชื่อเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่

หลังจากเปิดตัวเมกะโปรเจกต์ Dusit central park ตอกหมุดคอร์ CBD สีลมไม่นาน ล่าสุดบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาประกาศแผนการลงทุนเมกะโปรเจกต์ "The Central พหลโยธิน" มูลค่าโครงการสูงถึง 21,000 ล้านบาท บนพื้นที่รวมกว่า 450,000 ตร.ม. ที่มีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ CPN ตั้งใจสร้าง 'The Landmark of Northern Bangkok' และยกระดับพื้นที่พหลโยธินให้เป็น 'New CBD' แห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร

เน้นกลยุทธ์คู่Dual Flagship ผนึกกำลังลาดพร้าวปั้น New CBD

นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและกลุ่มงานพัฒนาโครงการ CPN เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดความสำเร็จของ CPN ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบ Mixed-Use และการยกระดับย่านเศรษฐกิจ โดยอ้างอิงจากความสำเร็จของโครงการเดิมในพื้นที่อย่าง 'เซ็นทรัล ลาดพร้าว' ซึ่งเป็น Mixed-Use แห่งแรกของไทย โดยโครงการใหม่นี้จะผลักดันศักยภาพของย่านพหลโยธินให้ก้าวสู่ระดับสูงสุด

ทำเลที่ตั้งของโครงการ The Central พหลโยธิน ถูกจัดอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ หรือ Location Power โดยตั้งอยู่บนถนนสายหลักสองสาย ได้แก่ ถนนวิภาวดีรังสิตและถนนพหลโยธิน ข้อมูลปัจจุบันแสดงให้เห็นถึงความหนาแน่นของการสัญจรในพื้นที่ โดยมีปริมาณรถยนต์ที่ผ่านในแต่ละวันสูงถึง 337,000 คัน

“ The Central พหลโยธิน แฟล็กชิพเรือธงมูลค่าลงทุน 21,000 ล้านบาท โดยจะซินเนอร์จี้กับเซ็นทรัลลาดพร้าว เพื่อยกพหลโยธิน-ลาดพร้าวให้เป็น 'The Next CBD' ตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569”

นอกจากนี้ ทำเลดังกล่าวยังเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของระบบขนส่งมวลชน โดยโครงการตั้งอยู่บนแนว Transit-Oriented Development (TOD) ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางสำคัญ :

  • รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน มีจำนวนผู้โดยสาร 15,600 คนต่อวัน
  • รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว มีจำนวนผู้โดยสาร 35,100 คนต่อวัน

หลังจากการเปิดให้บริการของศูนย์การค้าแห่งใหม่ จะสามารถดึงดูดจำนวนผู้ใช้บริการระบบขนส่งมวลชนในย่านนี้ให้เพิ่มขึ้นอีก 30% นอกจากนี้ โครงการยังมีการเชื่อมโยงกับโครงข่ายคมนาคมที่นำไปสู่สนามบินดอนเมือง ซึ่งปัจจุบันรองรับผู้โดยสารประมาณ 30 ล้านคนต่อปี และมีแผนการขยายศักยภาพของสนามบินในอนาคต ซึ่งจะส่งผลให้มีการดึงดูดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาในพื้นที่ลาดพร้าว-พหลโยธินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

กำลังซื้อทะลุเป้า : เจาะ Wealth Segment สูงกว่า กทม. 2.3 เท่า รับย่าน TOD โตต่อเนื่อง

การทุ่มเม็ดเงินกว่า 21,000 ล้านบาท ในโครงการ GBA ขนาด 457,409 ตร.ม. สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเซ็นทรัลพัฒนาในศักยภาพการเติบโตของพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ โดยโครงการนี้ถูกออกแบบให้มี Convention Hall ขนาดใหญ่กว่า 6,700 ตร.ม. เพื่อรองรับกิจกรรมระดับโลก ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดึงดูดทราฟฟิกและยกระดับสถานะของย่านให้ทัดเทียมมหานครชั้นนำโดยมีแรงหนุนจาก

ศักยภาพของทำเล (Location Power) :

  • การเติบโตของราคาที่ดิน: ข้อมูลชี้ว่าย่านพหลโยธินช่วงต้นมีอัตราการเติบโตของราคาที่ดินสูงถึง 5% แซงหน้าย่าน CBD หลักหลายแห่งในกรุงเทพฯ และติดอันดับ Top 10 ของประเทศ โดยมีราคาประเมินอยู่ที่ 1.9 ล้านบาทต่อ ตร.ว. ตัวเลขนี้เป็นเครื่องยืนยันศักยภาพที่ผลักดันให้ทำเลนี้ถูกเทียบชั้นกับย่านเศรษฐกิจสำคัญอย่างราชประสงค์
  • โครงสร้างคมนาคม: โครงการตั้งอยู่บนยุทธศาสตร์ Transit-Oriented Development (TOD) เชื่อมต่อกับถนนสายหลักอย่างพหลโยธินและวิภาวดีรังสิต รวมถึงรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวและ MRT สายสีน้ำเงิน การเชื่อมต่อนี้ครอบคลุม Catchment Area กว้างกว่า 2.5 ล้านคน และยังเชื่อมต่อสู่สนามบินดอนเมือง ซึ่งจะช่วยดึงดูดกลุ่มผู้ใช้บริการทั้งในและต่างประเทศ

จากฐานข้อมูลของเซ็นทรัลพัฒนาพบว่ากำลังซื้อของกลุ่ม Wealth Segment ในย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน มีความแข็งแกร่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนกรุงเทพฯ ถึง 2.3 เท่า นอกจากนี้ ยอดขายต่อพื้นที่ (Sales per GLA) ของศูนย์การค้าในย่านนี้ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกรุงเทพฯ ถึง 45% ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงดีมานด์ที่รอการรองรับและการขยายตัวของกำลังซื้อคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer CPN ให้ข้อมูลเชิงสถิติที่สะท้อนถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของโครงการในฐานะ Market Magnet โดยชี้ว่าโครงการนี้จะทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับย่านให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจและไลฟ์สไตล์แห่งใหม่

  • Catchment Area : พื้นที่ให้บริการโดยรอบครอบคลุมประชากรประมาณ 2.5 ล้านคน
  • กลุ่มกำลังซื้อสูง (Wealth Segment) : ข้อมูลฐานลูกค้าของเซ็นทรัลพัฒนาในย่านนี้พบว่า กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงมีสัดส่วนและกำลังการใช้จ่าย 2.3 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประชากรในกรุงเทพฯ
  • ยอดขายต่อพื้นที่ (Sales per GLA) : ประสิทธิภาพการดำเนินงานของศูนย์การค้าในพื้นที่ใกล้เคียง มีตัวเลขยอดขายต่อพื้นที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ ถึง 45%
  • จำนวนผู้ใช้บริการ : จำนวนผู้ใช้บริการต่อศูนย์การค้าในย่านนี้ สูงกว่าค่าเฉลี่ยศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ โดยเฉลี่ยถึง2.19 เท่า

ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงดีมานด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและฐานกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่

'The Central พหลโยธิน' ถูกวางบทบาทให้เป็นโครงการที่ "ต่อยอด" และ "ผลักดัน" ศักยภาพของย่านที่ 'เซ็นทรัล ลาดพร้าว' ได้บุกเบิกไว้ การพัฒนาโครงการใหม่ในครั้งนี้จึงไม่ใช่การแข่งขันกันเอง แต่เป็นกลยุทธ์การสร้างศูนย์กลางการค้าขนาดใหญ่คู่กัน (Dual Flagship) เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศทางธุรกิจในพื้นที่ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

เป้าหมายหลักของการลงทุนคือการยกระดับพื้นที่พหลโยธินให้เป็น 'The Next CBD' หรือศูนย์กลางธุรกิจและไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ การเพิ่มพื้นที่ Convention Hall และการดึงดูด Flagship Brands ทั้งไทยและระดับโลก เป็นการสร้างแรงดึงดูด (Market Magnet) เพื่อให้ย่านนี้กลายเป็น New Cultural Hub & Business District ที่รองรับการขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัยระดับ Upper Segment และอาคารสำนักงาน Grade A ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เกมเปลี่ยน : 'The Central' ส่งผลกระทบต่อรีเทลเหนือ กทม. ชี้ช่องช่วงชิง Market Share

การเข้ามาของ 'The Central พหลโยธิน' จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ ตอนเหนือและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้ง

  • การยกระดับมาตรฐานรีเทล : โครงการใหม่นี้จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจรีเทลในพื้นที่ ด้วยการออกแบบที่มุ่งเน้นการสร้าง Curated Community สำหรับคนรุ่นใหม่และครอบครัว (เช่น Urban Sport Community, Immersive Art Destination) ซึ่งเป็นการปรับตัวเข้ากับเทรนด์การใช้ชีวิตในอนาคต การสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างนี้จะเพิ่มแรงดึงดูดให้ลูกค้าเดินทางมายังพื้นที่แห่งนี้
  • การช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด : แม้ว่าดีมานด์จะสูง แต่การเพิ่มพื้นที่รีเทลขนาดใหญ่อย่างฉับพลันย่อมนำมาซึ่งการช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ใน Catchment Area 2.5 ล้านคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม การที่ CPN มุ่งเน้นไปที่การสร้าง Collective Social Ground และ Flagship-Reimagined Destination จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความแตกต่างเชิงคุณภาพ เพื่อดึงดูดทราฟฟิกให้หลีกเลี่ยงจากศูนย์การค้าที่ไม่มีความโดดเด่นในระยะยาว

  • ผลกระทบต่อการพัฒนาพื้นที่: โครงการนี้จะทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กทางเศรษฐกิจ (Economic Magnet) ที่ช่วยผลักดันให้เกิดการขยายตัวของอาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมในพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มความหนาแน่นและคุณภาพของประชากรในย่าน สอดคล้องกับลักษณะการเติบโตของ Central CBD ชั้นนำ

นายจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ Head of Business Development CPN กล่าวว่า โครงการนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่เป็น Curated Community ที่ตอบสนองต่อเทรนด์การออกแบบแห่งอนาคต โดยมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายและสอดคล้องกับวิถีชีวิตยุคใหม่ เช่น การจัดพื้นที่รองรับกิจกรรมที่หลากหลาย (Multi-Cultural Events) รวมถึงการเป็น Collective Social Ground สำหรับคนทุกกลุ่มและทุกเจเนอเรชัน

โครงการ The Central พหลโยธิน จึงถือเป็นหมุดหมายสำคัญภายใต้โมเดลธุรกิจ ‘The Ecosystem for All’ ของ CPN ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่สู่การเป็นมหานครระดับโลก โดยมีเป้าหมายในการสร้าง The Landmark of Northern Bangkok ที่ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางการค้า แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจและการใช้ชีวิตในอนาคตของเมือง

ดีดราคาที่ดิน : พหลโยธินติด Top 10 แซง CBD หลัก ด้วยอัตราเติบโต 5% เทียบชั้นย่านราชประสงค์

นายอิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Leasing – Fashion & Luxury CPN ระบุว่า ศักยภาพการเติบโตของย่านพหลโยธินอยู่ในระดับที่สามารถเทียบชั้นย่านศูนย์กลางธุรกิจหลักอย่างราชประสงค์ โดยปัจจุบัน พหลโยธินได้ยกระดับสู่การเป็น Commercial & Business District ที่สำคัญ
ข้อมูลด้านราคาที่ดินและการเติบโต:

  • ราคาที่ดินสูงสุด: ข้อมูลราคาที่ดินประจำปีล่าสุดระบุว่า ที่ดินบริเวณพหลโยธินช่วงต้นติดอันดับ Top 10 ทำเลที่มีราคาสูงที่สุดในประเทศไทย
  • มูลค่าประเมิน: ราคาประเมินอยู่ที่ 1.9 ล้านบาทต่อตารางวา
  • อัตราการเติบโตของราคา: มีอัตราการเติบโตสูงถึง 5% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าอัตราการเติบโตของราคาที่ดินในย่าน CBD ดั้งเดิมอย่างเพลินจิต-ชิดลม, สุขุมวิท, สีลม, และสาทร ตัวเลขการเติบโตนี้เป็นการยืนยันถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของทำเล
    การขยายตัวของโครงการอสังหาริมทรัพย์:
  • โครงการที่อยู่อาศัย: บริเวณโดยรอบโครงการ The Central พหลโยธิน มีโครงการที่อยู่อาศัยมากถึง 472 โครงการ โดยกว่า50 % เป็นโครงการในระดับ Upper Segment ขึ้นไป ซึ่งเป็นฐานของดีมานด์คุณภาพสูง
  • อาคารสำนักงาน: พื้นที่นี้มีการขยายตัวของอาคารสำนักงานอย่างต่อเนื่องในแนว North Corridor โดยมีอาคารสำนักงานตั้งอยู่รอบโครงการถึง 52 แห่ง และในจำนวนนี้ 15 แห่งเป็นอาคารสำนักงานเกรด A สะท้อนถึงการเป็นศูนย์กลางของ Workplace แห่งอนาคตของกรุงเทพฯ

ปัจจัยเหล่านี้ตอกย้ำแนวคิด High-Density & Mixed Demand ซึ่งหมายถึงการรวมกันของความต้องการคุณภาพสูงทั้งจากกลุ่มผู้อยู่อาศัยระดับบน, พนักงานในอาคารสำนักงาน, โรงแรม, และสถาบันการศึกษาในบริเวณใกล้เคียง

การพัฒนา The Central พหลโยธิน มุ่งเน้นการเป็น Anchor of Flagship Brands ที่จะดึงดูดแบรนด์ชั้นนำทั้งในประเทศและระดับโลกให้มาเปิดร้านแฟล็กชิพในรูปแบบ Flagship-Reimagined Destination ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของรีเทลในกรุงเทพฯ ตอนเหนือ

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...