ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์พร้อมรับมือ ขณะที่หน่วยงานลงพื้นที่ติดตามปัญหาจุดฟันหลอ หวั่นชาวบ้านริมเจ้าพระยาได้รับผลกระทบ
หน่วยงานภาครัฐ และ ส.ส.สมุทรปราการ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อ.พระประแดง ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 เพื่อช่วยระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่อ่าวไทยได้รวดเร็วขึ้น โดยขณะนี้สามารถเปิดระบายน้ำได้เต็มประสิทธิภาพ 4 บานตลอด 24 ชั่วโมง
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม 2568 หน่วยงานปกครอง อ.พระประแดง พร้อมด้วยทีมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นประตูน้ำที่สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริให้พัฒนาใช้คลองลัดโพธิ์ ซึ่งเดิมมีความตื้นเขิน มีความยาวราว 600 เมตร ให้ใช้ระบายน้ำหลาก และน้ำที่ท่วมทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาให้ระบายลงสู่ทะเลทันที ในช่วงก่อนที่น้ำทะเลหนุน และปิดคลองลัดโพธิ์เมื่อน้ำทะเลหนุน เพื่อหน่วงน้ำทะเลไม่ให้ขึ้นลัดเลาะไปตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยาที่คดโค้งถึง 18 กิโลเมตรก่อน ซึ่งใช้เวลามากจนถึงเวลาน้ำลง ทำให้ไม่สามารถขึ้นไปท่วมตัวเมืองเช่น กรุงเทพมหานครได้
ในส่วนการเฝ้าระวังผลกระทบของมวลน้ำจากภาคเหนือ และอาจจะมีน้ำทะเลหนุนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์น้ำ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยทางประตูน้ำคลองลัดโพธิ์ ได้ทำการเปิดประตูระบายน้ำจำนวน 4 บาน ในช่วงที่น้ำทะเลลดลงการระบายน้ำ เป็นไปได้ด้วยดีตามแผนที่วางไว้ และยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ปล่อยมาจากเขื่อนเจ้าพระยา และจากอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนเต็มที่แต่อย่างใด ซึ่งคาดว่า หลังอิทธิพลพายุลูกต่างๆผ่านไปแล้ว สถานการณ์น้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาจะเข้าสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว
นาย วีรภัทร คันธะ สส.เขต 6 จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์สื่อว่าวันนี้ตนเองและทีมงานได้ลงพื้นที่สำรวจ จำนวนสองพื้นที่ ซึ่งเป็นประตูน้ำคลองลัดโพธิ์และ ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลทรงคนอง ซึ่งสถานการณ์น้ำยังไม่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอพระประแดง ทั้งที่เป็นพื้นที่ท้ายแม่น้ำ เพราะจะเป็นพื้นที่ฟลัดน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและลงสู่อ่าวไทยต่อไป
ส่วนในเรื่องของพายุคาดว่าน่าจะเป็นลูกสุดท้ายแล้ว และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับปริมาณน้ำฝนที่จะเกิดขึ้น สิ่งที่ต้องระวังคือช่วงสถานการณ์น้ำหนุน ในช่วงเวลาที่มีฝนตก น้ำเหนือที่ไหลมาอาจจะทำให้น้ำท่วมได้ ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงท้ายฤดูฝนแล้ว คงไม่มีปัญหาอะไร
ส่วนที่ 2 จะไม่มีเขื่อนไว้ป้องกัน ซึ่งเป็นพื้นที่ติดแม่น้ำท้ายชุมชน ไว้ป้องกันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เวลาน้ำหนุนสูงก็จะเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ และเป็นปัญหาของชุมชนขึ้นมา ซึ่งจากการสำรวจทราบว่า พื้นที่แห่งนี้เหลือเพียงพื้นที่เดียวที่นอกการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งตนเองและทีมงาน จะประสานไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ว่าจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างไร
นายภูมิวิทย์ นารถสกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสมุทรปราการ เผยว่าในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะได้รับผลกระทบมากที่สุด หลังจากที่น้ำเหนือลดต่ำลง ผลกระทบนี้ก็จะลดลง ซึ่งสถานการณ์น้ำในช่วงนี้ ทางกรมชลประทานได้ใช้เครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ เข้าระบบตามศักยภาพที่มี ซึ่งประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ สามารถระบายน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ขอให้ประชาชนเชื่อมั่น การระบายน้ำของเจ้าพระยาออกอ่าวไทย ซึ่งตนเองยืนยันว่า น้ำที่ไหลผ่านจังหวัดสมุทรปราการ ไม่มีทางที่จะท่วมในพื้นที่อย่างแน่นอน ซึ่งในวันนี้เขื่อนเจ้าพระยา ได้ลดการระบายน้ำลง เพื่อที่จะลดผลกระทบ ในช่วง น้ำทะเลหนุนสูงที่จะเกิดขึ้นใน 2-3วันนี้ ส่วนในเรื่องของพายุ ไม่ต้องวิตกกังวลเพราะลมหนาวได้ผลักดันลงมาทำให้ฝนเริ่มอ่อนกำลังลง
น.ส.พรอิศรา ทองเจริญ ปลัดอำเภอพระประแดง ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่มาสำรวจประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กรมชลประทาน ฝ่ายปกครองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง ได้ประชุมและเตรียมความพร้อมในเรื่องที่จะเกิดน้ำทะเลหนุน จากกรณีที่ฝนตกหนัก ซึ่งทางผู้อำนวยการกรมชลประทาน ได้ยืนยันว่า ทางประตูน้ำคลองลัดโพธิ์ สามารถรองรับน้ำเหนือที่จะไหลผ่าน นอกจากนี้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านยังมีน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมาในรอบ10 ปี ซึ่งหากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ก็สามารถแจ้งผู้นำชุมชนได้ตลอดเวลา
นายชูชาติ เทียนทอง กำนันตำบลทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า ผู้นำในชุมชนได้มีมาตรการและวางแผนป้องกันไว้อย่างดี ทำให้ไม่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทะเลหนุน ซึ่งอาจจะมีน้ำท่วมขังเล็กน้อย และสามารถลงได้อย่างรวดเร็วทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือผู้นำชุมชน เตรียมพร้อมรับมือสำหรับสถานการณ์น้ำหนุนที่จะเกิดขึ้น หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา ก็จะมีผู้นำชุมชนลงพื้นที่เข้ามาช่วยได้ทันท่วงที จากการสำรวจการระบายน้ำคลองลัดโพธิ์คาดว่า น่าจะไม่มีสถานการณ์ที่ต้องวิตกกังวล หากไม่มีพายุหรือฝนที่จะตกลงมาอย่างหนัก ซึ่งสถานการณ์นี้ ทางพื้นที่รับรองเอาอยู่และรับมือได้แน่นอน
น.ส.ดาริน สุขลาภ อายุ 55 ปี ชาวบ้านริมแม่น้ำที่ได้รับผลกระทบ เล่าว่า ตนเอง ได้รับผลกระทบ จากช่วงเวลาน้ำทะเลหนุน เนื่องจากน้ำขึ้น ซึ่งเวลามีเรือใหญ่แล่นผ่านก็จะตีซัดเข้าบ้านด้วยความแรง เนื่องจากปริมาณน้ำเยอะ ทำให้เรือใหญ่วิ่งเร็วขึ้น ลักษณะคล้ายคลื่นทะเล ซึ่งเป็นแบบนี้มาระยะเวลาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ที่ตนตนเองมาอยู่ นอกจากนี้ก็จะมีเศษขยะลอยติดมาด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองจะเจอน้ำท่วม ช่วงหน้าหนาวแต่ระยะหลังมา เวลามีน้ำหนุนก็จะเจอปัญหาแบบนี้ตลอด ตนเองก็อยากจะฝากถึงหน่วยงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องอยากจะให้มีเขื่อนเพื่อชะลอคลื่นน้ำที่ซัดเข้ามา เพื่อจะได้รับผลกระทบน้อยลง