โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“แฉสนั่นวอลล์สตรีท” ธนาคารสหรัฐฯ ฟอกเงิน 312 พันล้านดอลลาร์ การเมืองยังโยนบาปให้คริปโต

Manager Online

เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 10.12 น. • MGR Online

รายงานล่าสุดชี้ธนาคารยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงินโดยเครือข่ายจีน–เม็กซิโก มูลค่ากว่า 312 พันล้านดอลลาร์ในรอบ 4 ปี ขณะที่ฝ่ายการเมืองยังคงโยนบาปให้คริปโตว่าเป็นต้นเหตุอาชญากรรมเศรษฐกิจ

รายงานของ FinCEN (Financial Crimes Enforcement Network) เปิดเผยว่า ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 ธนาคารสหรัฐฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโอนถ่ายเงินต้องสงสัยกว่า 312 พันล้านดอลลาร์ โดยเป็นเงินที่มาจากเครือข่ายฟอกเงินจีน ซึ่งมีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับแก๊งค้ายาเสพติดเม็กซิโก

การวิเคราะห์รายงานกว่า 137,000 ฉบับ ตามกฎหมาย Bank Secrecy Act เผยว่าในแต่ละปี มีเงินเฉลี่ยกว่า 62 พันล้านดอลลาร์ โอนเงินผ่านระบบธนาคารสหรัฐฯ โดยตรงจากเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึง “ระบบคู่ขนาน” ที่โลกใต้ดินใช้บริการธนาคารดั้งเดิมเป็นเครื่องมือ

แอนเดรีย กาคกิ (Andrea Gacki) ผู้อำนวยการ FinCEN ระบุชัดว่า “เครือข่ายเหล่านี้ทำหน้าที่ฟอกเงินให้กับแก๊งค้ายาเม็กซิโก และยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเคลื่อนย้ายเงินใต้ดินที่ซับซ้อนทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลก”

รายงานยังชี้ว่า นอกเหนือจากการฟอกเงินยาเสพติด แก๊งจีนยังเข้าไปพัวพันกับอาชญากรรมหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การค้ามนุษย์ การลักลอบนำเข้า การฉ้อโกงด้านสาธารณสุข การโกงผู้สูงอายุ ตลอดจนการฟอกเงินผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งพบธุรกรรมต้องสงสัยสูงถึง 53.7 พันล้านดอลลาร์

การเมืองโยนบาปให้คริปโต

แม้ข้อมูลจะชัดเจนว่าธนาคารสหรัฐฯ เป็นช่องทางหลัก แต่เสียงวิจารณ์จากนักการเมืองสายธนาคารยังคงพุ่งเป้าไปที่คริปโต โดยเฉพาะ เอลิซาเบธ วอร์เรน (Elizabeth Warren) สมาชิกอาวุโสคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภา ที่เคยกล่าวว่า “อาชญากรหันมาใช้คริปโตมากขึ้นเพื่อฟอกเงิน” พร้อมเรียกร้องให้เข้มงวดกฎระเบียบ

แต่หากเทียบข้อมูลตามรายงานของ UNODC (United Nations Office on Drugs and Crime) พบว่า การฟอกเงินทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะที่ธุรกรรมผิดกฎหมายในโลกคริปโตมีมูลค่ารวมเพียง 189 พันล้านดอลลาร์ในรอบ 5 ปี ตามข้อมูลจาก Chainalysis

ขณะที่ แองเจลา อัง (Angela Ang) หัวหน้าฝ่ายนโยบายและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ TRM Labs ให้ความเห็นว่า “กิจกรรมผิดกฎหมายในคริปโตมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของธุรกรรมทั้งหมด” พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ FinCEN เปิดเผยคือการสะท้อนความจริงว่าเครือข่ายการเงินใต้ดินทั่วโลกยังคงอาศัย ระบบธนาคารแบบดั้งเดิมเป็นเครื่องมือหลักมากกว่าคริปโต

อย่างไรก็ดี รายงานฉบับนี้ไม่เพียงแต่สั่นสะเทือนความน่าเชื่อถือของธนาคารสหรัฐฯ แต่ยังท้าทายการเมืองที่พยายามชี้นิ้วไปที่คริปโตเพียงด้านเดียว ภาพที่ชัดเจนคือ “การฟอกเงินขนาดใหญ่ยังเกิดขึ้นในระบบการเงินที่ถูกควบคุมเข้มงวด” คำถามที่ถูกทิ้งไว้คือ สหรัฐฯ จะจริงจังกับการปฏิรูประบบธนาคารเพื่อตัดเส้นทางฟอกเงินมหาศาลนี้จริงหรือไม่ หรือยังคงเลือกใช้การโจมตีคริปโตเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อปกป้องสถานะของสถาบันการเงินดั้งเดิมที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนมหาศาล

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...