โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมโสโปเตเมีย อารยธรรมเก่าแก่แห่งโลกตะวันตก ออกสอบบ่อย

Dek-D.com

อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 10.23 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2568 เวลา 02.09 น. • DEK-D.com
มารู้จัก! เมโสโปเตเมีย อารยธรรมเก่าแก่แห่งโลกตะวันตก ออกสอบบ่อย

ถ้าพูดถึงดินแดนแห่งอารยธรรม หลายคนอาจนึกถึงอียิปต์โบราณ กรีก โรมัน แต่รู้หรือไม่ว่า… มีอีกหนึ่งอารยธรรมที่เก่าแก่ของโลกตะวันตกในดินแดนที่เรียกว่าเมโสโปเตเมีย หรือ “ดินแดนพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์”ต้นกำเนิดทั้งตัวอักษร กฎหมาย และความรู้สำคัญมากมาย วันนี้คอลัมน์ “รู้ไว้เผื่อออกสอบ” จะพาไปทำความรู้จักเส้นทางแห่งอารยธรรมเมโสโปเตเมียกัน ว่าแต่ละชนเผ่าได้สร้างความยิ่งใหญ่และทิ้งมรดกอะไรไว้ให้กับโลกตะวันตกบ้าง

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

อารยธรรมเมโสโปเตเมียเป็นอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดของโลกสมัยโบราณ คำว่า เมโสโปเตเมีย แปลว่า “ดินแดนระหว่างแม่น้ำสองสาย” และมีอีกชื่อเรียกว่า “ดินแดนพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์”เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ท่ามกลางทะเลทรายและภูเขา โดยมีที่ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำไทกริส และยูเฟรทีสปัจจุบันอยู่ในเขตแดนประเทศอิรัก แม่น้ำทั้ง 2 สาย มีต้นน้ำที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็งบนที่ราบสูงอาร์เมเนียน และไหลลงสู่ทะเลที่อ่าวเปอร์เซีย บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำไทกรีส และยูเฟรทีส ตอนล่างเรียกว่า “บาบิโลเนีย” ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ดินแดนนี้มีอาณาเขตตั้งแต่อ่าวเปอร์เซียทางตะวันออก ไปจนถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ต้นกำเนิดแม่น้ำไทกริส และยูเฟรทีส

แม่น้ำไทกริส (Tigris) มีต้นน้ำอยู่ในเทือกเขาทางตะวันออกของประเทศตุรกี ยาวประมาณ 1,900 กิโลเมตร ไหลผ่านชายแดนประเทศซีเรีย เข้าดินแดนอารยธรรมเมโสโปเตเมียเดิมมารวมกับแม่น้ำยูเฟรทีสใกล้เมืองบัสรา

แม่น้ำยูเฟรทีส (Euphrates)มีต้นน้ำอยู่ในเทือกเขาทางตะวันออกของประเทศตุรเกีย ยาวประมาณ 2,300 กิโลเมตร ไหลเข้าประเทศซีเรีย เข้าดินแดนอารยธรรมเมโสโปเตเมียเดิท หรือประเทศอิรักปัจจุบัน แล้วมารวมกับแม่น้ำไทกริสใกบ้เมืองบัสรา เกิดเป็นแม่น้ำใหม่ชื่อ “ชัฏฏุลอะร็อบ (Shatt al-Arab)” ยาวประมาณ 200 กิโลเมตร ก่อนไหลลงสู่อ่าวเปอร์เซีย

โดยดินแดนเมโสโปเตเมียจะมีชนเผ่าต่าง ๆ เข้ามาทำสงครามเพื่อแย่งชิงอำนาจอยู่เสมอ ซึ่งแบ่งย่อยตามยุคสมัยและชนเผ่าต่าง ๆ ดังนี้

สมัยอาณาจักรสุเมเรียน หรือซูเมอร์

ชาวสุเมเรียน

ชาวสุเมเรียน (Sumerians)เป็นชนกลุ่มแรกที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ตอนล่างของลุ่มแม่น้ำไทกริสและยูเฟรติส เมื่อประมาณ 5,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช และได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองในพื้นที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น

  • การประดิษฐ์ตัวอักษร “คูนิฟอร์ม (Cuneiform)” หรือ “อักษรลิ่ม” คิดค้นโดยชาวสุเมเรียน ซึ่งถูกจารึกลงบนแผ่นดินเหนียวด้วยไม้หรือเหล็กแหลม ซึ่งนักประวัติศาสตร์ใช้เป็นเกณฑ์แบ่ง “ยุคประวัติศาสตร์”

  • สร้างสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นคือ “วิหารซิกกูแรต” ก่อสร้างด้วยอิฐตากแห้ง มีฐานเป็นสี่เหลี่ยมเช่นเดียวกับพีระมิดของอียิปต์โบราณ ซึ่งเป็นสถานที่บูชาเทพเจ้าเพราะชาวสุเมเรียนยกย่องและเกรงกลัวเทพเจ้า

  • มหากาพย์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกคือ “มหากาพย์กิลกาเมช” เป็นมหากาพย์ที่แต่งขึ้นว่าด้วยน้ำท่วมโลกและวีรบุรุษ เขียนบนแผ่นดินเผาขนาดใหญ่ 12 แผ่น ทั้งหมด 3,000 บรรทัด

  • คิดค้นวิธีการคำนวณทางคณิตศาสตร์ การคิดเลขบวก ลบ คูณ เพื่อเก็บบันทึกสินค้าทางพืชพันธุ์และการค้าขาย และสร้างระบบชั่ง ตวง วัด รวมถึงพัฒนา “ระบบเลขฐาน 60” แบ่ง 1 ชั่วโมงเป็น 60 นาที / 1 นาทีเป็น 60 วินาที และมุม 360 องศา เพื่อหาพื้นที่ของวงกลม

  • การทำปฏิทินโดยยึดหลักจันทรคติ 1 ปี มี 360 วัน

  • ด้านสังคมของอาณาจักรสุเมเรียน มีการแบ่งชนชั้นของคนในสังคมเป็น 3 ระดับ ดังนี้

  • ชนชั้นสูง คือ พระซึ่งเป็นผู้นำด้านศาสนาและการปกครองในช่วงต้น

    • ชนชั้นกลาง คือ พ่อค้า, ช่างฝีมือ และทหาร เป็นต้น
    • ชนชั้นล่าง คือ ชาวนา, เกษตรกร
  • มีการจัดตั้งนครรัฐ แต่ละนครรัฐประกอบด้วยบริเวณเมือง พื้นที่เกษตรกรรม สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และหมู่บ้านที่อยู่รอบๆ โดยมีการติดต่อค้าขายระหว่างนครรัฐด้วยกัน

  • สิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นในยุคแรก คือคันไถเพื่อช่วยเกษตรกรในการทำนา และล้อรถ ที่ประกอบติดกับเพลา เพื่อใช้กับเกวียนขนส่งสินค้า หรือรถศึกสำหรับการออกรบ

  • มีการประดิษฐ์จานหมุน เพื่อให้ชาวสุเมเรียนสามารถผลิตเครื่องปั้นดินเผามีคุณภาพดีได้เร็วขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องกลชนิดแรกของโลก

ชาวอัคคาเดียน

จากความมั่งคั่งและเจริญรุ่งเรืองของเมโสโปเตเมียได้ดึงดูดชาวอัคคาเดียน (Akkadian)เป็นพวกเร่ร่อนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณซีเรีย ซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ในคาบสมุทรอารเบีย (Arabia) โดยพระเจ้าซาร์กอนที่ 1 (Sargon) เผ่าซีไมต์ (Semite) แห่งอาณาจักรอัคคาเดียน ได้เข้ามารุกรานยึดครองพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมโสโปเตเมียไป

  • หลังจากนั้นพระเจ้าการ์ซอนที่ 1 ได้ก่อตั้งจักรวรรดิสุเมโรอัคคาเดียน (The Sumero-Akkadian Empire) ขึ้น ซึ่งจัดว่าเป็นจักรวรรดิแรกในเมโสโปเตเมีย และเป็นจักรวรรดิแรกของโลก โดยมีชื่อเมืองหลวงว่า “อัคคัด (Akkad)”
  • ด้วยความที่พระเจ้าการ์ซอนที่ 1 เป็นผู้นำที่เข้มแข็ง จึงสามารถขยายอาณาเขตการปกครองจากดินแดนเปอร์เซียถึงชายฝั่งทะเลตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

สมัยจักรวรรดิบาบิโลน (เก่า)

ชาวอมอไรต์

ชนชาติถัดมาที่เข้ายึดครองดินแดนเมโสโปเตเมีย คือ ชาวอมอไรต์ (Amorite) เป็นชนเผ่าที่อพยพจากทะเลทรายอาระเบีย เข้ามายึดครองนครรัฐของชาวสุเมเรียน และสถาปนาจักรวรรดิบาบิโลเนีย (เก่า) ขึ้นเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช

  • มี “นครบาบิโลน” เป็นศูนย์กลางการปกครองซึ่งมีกษัตริย์ที่สำคัญคือ“พระเจ้าฮัมมูราบี” อาณาจักรมีลักษณะเป็นรัฐสวัสดิการที่รัฐดูแลพลเมืองอย่างใกล้ชิด โดยชาวอะมอไรต์ใช้ภาษาตระกูลเซมิติก
  • สมัยนี้มีมรดกทางอารยธรรมที่สำคัญ คือ “ประมวลกฎหมายของพระเจ้าฮัมบูราบี (Code of Hammurabi)” ถือเป็นกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรฉบับแรกของโลก และเป็นกฎหมายฉบับแรกที่คำนึงถึงสิทธิสตรี และสิทธิในการฟ้องหย่าสามีได้
  • ประมวลกฎหมายของพระเจ้าฮัมบูราบี เป็นประมวลกฎหมายที่เข้มงวด กฎหมายนี้มีลักษณะการลงโทษแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” จารึกด้วยอักษรคูนิฟอร์ม
  • มีการสืบทอดความเจริญต่างๆ ของชาวสุเมเรียนวไว้ เช่น การบูชาเทพเจ้า แบ่งกลุ่มชนชั้นในสังคม การปกครอง การผลิตสินค้ากับดินแดนอื่นๆ

ชาวฮิตไทต์

หลังจากกษัตริย์ฮัมมูราบีสิ้นอำนาจลงก็มีชนเผ่าฮิตไทต์ เข้ามาในดินแดนเมโสโปเตเมียต่อ โดยชาวฮิตไทต์ (Hittites)เป็นพวกอินโด-ยูโรเปียน ที่อพยพมาจากทางเหนือของทะเลดำ และได้ขยายอิทธิพลเข้ามาในเขตจักรวรรดิบาบิโลนและเข้าครอบครองดินแดนซีเรีย

  • จุดเด่นของชนเผ่าฮิตไทต์ คือ มีความสามารถในการรบมากโดยฮิตไทต์เป็นชนเผ่าแรกที่นำ “เหล็ก” มาใช้ในการทำอาวุธ
  • รู้จักใช้ “รถศึกเทียมม้า” ในการสู้รบทำให้กองทัพเข้มแข็ง และเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว
  • จัดทำประมวลกฎหมาย เพื่อใช้ควบคุมสังคม โดยเน้นลดการใช้ความรุนแรงตอบโต้ผู้ที่กระทำความผิด เช่น ให้จ่ายค่าปรับแทนการลงโทษที่รุนแรง

สมัยจักรวรรดิอัสซีเรีย

ชาวอัสซีเรียน

ชาวอัสซีเรียน (Assyrian) เป็นชนเผ่าเซมิติกอีกกลุ่มหนึ่ง ในระยะแรกได้เริ่มต้นตั้งถิ่นฐานและสร้างอารยธรรมในบริเวณภาคเหนือของแม่น้ำไทกริส และเริ่มทำการขยายอาณาเขตจนมีอำนาจครอบคลุมทางเหนือของหุบเขาทั้งหมด

  • จากการเข้ายึดครองดินแดนทั้งหมดของเมโสโปเตเมียรวมถึงอียิปต์เหนือ ทำให้ชาวอัสซีเรียนเป็นเจ้าแห่งดินแดนวงพระจันทร์เสี้ยวที่ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่อ่าวเปอร์เซียจนถึงริมฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และอียิปต์
  • มีศูนย์กลางการปกครอง ณ เมืองนิเนเวห์โดยชาวอัสซีเรียนมีความเชื่อว่า กษัตริย์เป็นสมมติเทพ หรือผู้แทนของพระเจ้า
  • มีความเก่งในด้านการรบ ทำให้สามารถขยายจักรวรรดิไปอย่างกว้างขวางและนับว่าเป็นจักรวรรดิแรกที่เจริญขึ้นในยุคเหล็ก โดยมีอนุสรณ์ที่บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของยุคถูกสร้างเป็น “ประติมากรรมนูนต่ำ”ภาพที่กษัตริย์อัสซูร์บานิปาลกำลังแทงหอกใส่สิงโต แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของกษัตริย์อัสซีเรีย
  • นิยมสร้างวังแทนวัด เพื่อเป็นที่ประทับและศูนย์กลางการปกครอง สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูกษัตริย์ในฐานะนักรบ และนักล่า
  • กษัตริย์อัสซูร์บานิปาลได้รวบรวมแผ่นดินเผาที่เขียนด้วยอักษรคูนิฟอร์มซึ่งเป็นมรดกจากชาวสุเมเรียน และบาบิโลนเก่าเป็นจำนวน 20,000 แผ่น รวมถึงมหากาพย์กิลลาเมซไว้ใน “ห้องสมุดนิเนเวห์”ซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิ

สมัยอาณาจักรคาลเดียน หรือบาบิโลนใหม่

ชาวคาลเดียน

ชาวคาลเดียน (Chaldean) เป็นชนเผ่าฮีบรูทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของลุ่มแม่น้ำไทกริส-ยูเฟรทีสก็สามารถเข้ายึดกรุงนิเนเวห์ และสถาปนาบาบิโลนเป็นเมืองหลวงอีกครั้ง และจัดตั้งอาณาจักรบาบิโลนใหม่

  • กษัตริย์องค์สำคัญ คือพระเจ้าเนบูคัดเนซซาร์ สามารถพิชิตกรุงเยรูซาเล็มและกวาดต้อนเชลยชาวยิวคนใหม่มีการก่อสร้างและขยายอาณาจักรบาบิโลนจนใหญ่โตและมีกำแพงขนาดใหญ่ล้อมรอบ
  • มีการสร้างพระราชวังหลายชั้น แต่ละชั้นปลูต้นไม้นานาพันธุ์ จนได้ชื่อว่า“สวนลอยแห่งบาบิโลน” เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ สร้างโดยพระเจ้าเนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 สร้างให้แก่มเหสีของพระองค์ชื่อ “พระนางอมิทิส” มีระบบชลประทานชักน้ำจากแม่น้ำยูเฟรทีสไปทำเป็นน้ำตก และนำไปเลี้ยงต้นไม้ตลอดทั้งปี
  • มีการสร้างซิกกูแรตขนาดใหญ่ ที่รู้จักกันในชื่อว่า “หอคอยแห่งบาเบล”ซึ่งปรากฏเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิลเชื่อว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีจุดมุ่งหมายให้สูงไปถึงสวรรค์ เกิดจากความสามัคคีของมนุษย์
  • ด้านดาราศาสตร์ มีการแบ่งสัปดาห์ออกเป็น 7 วัน วันละ 12 คาบ คาบละ 120 นาที สามารถพยากรณ์สุริยุปราคา และเวลาการโคจรของดวงอาทิตย์ได้ถูกต้อง และให้ความสำคัญแก่วิชาโหราศาสตร์
  • 539 ปีก่อนคริสต์ศักราช อาณาจักรบาบิโลนใหม่ถูกกองทัพของพระเจ้าไซรัสมหาราชแห่งเปอร์เซียบุกเข้ายึดครองอาณาจักร และถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเปอร์เซีย นับเป็นการสิ้นสุดประวัติศาสตร์ของดินแดนเมโสโปเตเมียยุคโบราณ

สมัยฟีนิเชีย ฮีบรู และเปอร์เซีย

สำหรับชาวฟีนิเชียน ฮีบรู และเปอร์เซียนั้นถือเป็นกลุ่มอารยธรรมในดินแดนใกล้เคียง เป็นชนชาติสำคัญและทิ้งมรดกอารยธรรมสำคัญไว้ให้แก่โลกโดยสรุปได้ดังนี้

ชาวฟีนิเชียน

ชาวฟีนิเชียน (Choenicians)เป็นชื่อที่ชาวกรีกใช้เรียกพวกแคนาไนต์ อาศัยอยู่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในซีเรีย ปัจจุบันคือเลบานอน

  • มีความสามารถทางการค้า สร้างเรือเดินสมุทรและจัดตั้งอาณานิคมก่อนชาวกรีก
  • สร้างอาณาจักรคาร์เทจทางตอนเหนือของแอฟริกา และอาณาจักรซิซิลี
  • มีการประดิษฐ์นวัตกรรมอักษรที่ใช้แทนเสียง โดยปรับปรุงแก้ไข “อักษรเฮียราติก” และอักษรคูนิฟอร์มจนเกิดเป็นพยัญชนะ 22 ตัวชาติต่างๆ ได้นำไปดัดแปลงจนเป็นตัวอักษรของตน โดยเฉพาะในภาษากรีกและละติน จึงถือว่าเป็นต้นตระกูลของอักษรชาติตะวันตก
  • ชาวฟินิเชียนมีความสามารถในการทำเครื่องเรือน เครื่องแก้ว เครื่องโลหะ และเครื่องประดับ และรู้จักการย้อมผ้าโดยใช้สีจากเปลือกหอย
  • 571 ปีก่อนคริสต์ศักราช ได้ตกเป็นพวกคาลเดียน หรือบาบิโลนใหม่ ส่วนอาณาจักรคาร์เทจได้ถูกกองทัพโรมันทำลายในสงครามพิวนิคเมื่อ 146 ปีก่อนคริสต์ศักราช

ชาวฮิบรู

ชาวฮิบรู (Hebrew) หรือชาวยิวเป็นชนเผ่าเซมิติก เรื่องราวปรากฏในพันธสัญญาเก่า (ไบเบิลเก่า) เชื่อกันว่าบรรพบุรุษชาวฮิบรู คือ อับราฮัม ซึ่งอพยพมาจากเมืองอุร์

  • คยถูกกวาดต้อนไปเป็นทาสในสมัยอาณาจักรบาบิโลนใหม่ต่อมาตกอยู่ในภายใต้การปกครองของเปอร์เซีย กรีก และถูกกองทัพโรมันปราบจนกลายเป็นชนเผ่าเร่ร่อน
  • พวกเขาแสวงหาดินแดนแห่งพันธสัญญา ดินแดนปาเลสไตน์ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีการจัดตั้งประเทศอิสราเอลขึ้นบนดินแดนปาเลสไตน์ ซึ่งกลายเป็นปัญหาการเมืองสำคัญในปัจจุบัน
  • ชาวฮิบรู เป็นชาติที่มีบทบาทสำคัญในด้านศาสนา เพราะเป็นจุดกำเนิดของศาสนาที่นับถือพระเจ้าพระองค์เดียว (เอกเทวนิยม) ซึ่งเป็นที่มาของศาสนาสำคัญของโลก ได้แก่ ศาสนายูดาห์ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม

ชาวเปอร์เซีย

ชาวเปอร์เซีย (Persian)เป็นชนเผ่าอินโด-ยูโรเปียน อพยพมาจากบริเวณตอนเหนือของทะเลดำ เข้ามาตั้งถิ่นฐานแถบที่ราบสูงอิหร่าน โดยมีกษัตริย์ผู้มีชื่อเสียงคือ “พระเจ้าไซรัสมหาราช”

  • ในสมัยพระเจ้าไซรัสมหาราช ได้ขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง และได้ปลดปล่อยชาวฮีบรูเป็นอิสระจากการเป็นเชลยของบาบิโลเนีย
  • จักรวรรดิเปอร์เซียล่มสลายลงจากการยึดครองของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งมาซิโดเนีย

มาทดสอบความรู้กัน

หลังจากทำความรู้จักกับอารยธรรมเมโสโปเตเมียกันไปแล้ว มาทดสอบความรู้กันดีกว่าค่ะ วันนี้พี่แป้งมีแบบฝึกหัดมาให้น้องๆ ลองทำกันถึง 2 ข้อ ด้วยกัน ถ้าพร้อมแล้วลงมือทำได้เลย!

เหตุผลข้อใดสนับสนุนคำกล่าวที่ว่า “สมัยประวัติศาสตร์ตะวันตกเริ่มขึ้นที่อาณาจักรซูเมอร์” (แนวข้อสอบสังคมศึกษา)

1. ชาวอัสซีเรียประดิษฐ์ตัวอักษรเฮียราติกได้เป็นชนกลุ่มแรก

2. ชาวอัสซีเรียประดิษฐ์ตัวอักษรรูปลิ่มหรืออักษรคูนิฟอร์มได้เป็นชนกลุ่มแรก

3. ชาวสุเมเรียนประดิษฐ์ตัวอักษรรูปลิ่มหรืออักษรคูนิฟอร์มได้เป็นชนกลุ่มแรก

4. ชาวสุเมเรียนประดิษฐ์ตัวอักษรไฮโรกลิฟิกได้เป็นชนกลุ่มแรก


ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง (ข้อสอบสังคมศึกษาฯ ONET ปี 2562)

1. ชาวสุเมเรียนคิดประดิษฐ์อักษรคูนิฟอร์ม หรืออักษรลิ่ม

2. กฎหมายฮัมมูราบีของจักรวรรดิบาบิโลเนียมีรากฐานส่วนหนึ่งจากกฎหมายของพวกสุเมเรียน

3. “คัมภีร์มรณะ” นับเป็นวรรณกรรมชิ้นสำคัญของอารยธรรมไมซินี

4. ชาวฟินีเชียอาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และมีความสามารถทางการค้าและการเดินเรือ

5. ชาวอมอไรต์เป็นผู้สถาปนาจักรวรรดิบาบิโลเนียขึ้นเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช

น้องๆ ชาว Dek-D คิดว่าแต่ละข้อตอบอะไรบ้าง มาคอมเมนต์คำตอบด้านล่างได้เลย!

สำหรับคอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ วิชาสังคมบทความต่อไปจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ถ้าน้อง ๆ มีประเด็นที่น่าสนใจ หรือความรู้จากวิชาอะไร ที่อยากให้นำมาเล่า หรือแจกทริคการจำ ก็สามารถคอมเมนต์เอาไว้ด้านล่างได้เลย!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...