Teyana Taylor หญิงแกร่งแห่งภาพยนตร์ One Battle After Another ที่ชีวิตจริงก็โหดหินไม่แพ้ในภาพยนตร์
ว่ากันตามตรงแล้ว หนึ่งในตัวละครที่ตราตรึงและทรงพลังมากที่สุดใน One Battle After Another (2025) หนังยาวลำดับล่าสุดของ พอล โธมัส แอนเดอร์สัน (Paul Thomas Anderson) คือ เพอร์ฟีเดีย ซึ่งรับบทโดย เทยานา เทย์เลอร์ (Teyana Taylor) นักร้องนักดนตรีที่หลายคนรัก โดยในหนัง ตัวละครของเธอเป็นนักปฏิวัติหญิง (กับฉากสุดจำของหนังที่เธอถือปืนยาวทั้งที่อุ้มท้องแก่) และการตัดสินใจเลือกระหว่างชีวิตส่วนตัวกับอุดมการณ์ทางการเมืองอันเด็ดขาดของตัวละคร ทั้งหมดทั้งมวลนี้ พ้นไปจากฝีมือการเขียนบทอันเฉียบคมของแอนเดอร์สันแล้ว ก็เป็นผลมาจากการแสดงที่แสนจะมีมิติของเทย์เลอร์นี่เอง
"เธอทั้งซับซ้อน งดงาม และเป็นผู้หญิงที่ต้องเห็นแก่ตนเองในโหมดเอาตัวรอด เธอถูกผลักไปจนสุดขอบ หลังถูกเพิกเฉยในภาวะซึมเศร้าหลังคลอด” เทย์เลอร์บอกเล่าถึงตัวละครของเธอ และขยายความว่า เพอร์ฟีเดียกับเธอมีทั้งส่วนที่เหมือนกันและต่างกันแบบสุดขั้ว
ส่วนเหมือนที่ว่านั้นก็เป็นช่วงที่เธอให้กำเนิดลูก ที่ส่งผลให้ต้องเผชิญภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postnatal depression) ครั้งใหญ่ และหากใครได้ดูหนัง ก็น่าจะพบว่าความเครียดเขม็งหลังคลอด ส่งผลต่อการตัดสินใจของเพอร์ฟีเดียอย่างไรบ้าง
"ฉันรู้ดีเลยว่ามันเป็นยังไง ตอนที่ทุกคนไม่ค่อยแสดงความแยแสหรือเห็นอกเห็นใจคุณนักเพราะคิดว่าคุณแข็งแกร่งสุดๆ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นผู้หญิงผิวดำ" เทย์เลอร์ว่า "คนมักจะบอกว่า 'คุณเป็นผู้หญิงผิวดำที่แกร่งสุดๆ ไม่เป็นอะไรหรอกน่ะ' คำพูดพวกนั้นมันหมายความว่ายังไงกัน คือแค่เพราะฉันเป็นคนเข้มแข็งก็ไม่ได้แปลว่าฉันจะไม่มีช่วงเวลาที่อ่อนไหว หรือช่วงเวลาที่ต้องการการรับฟังหรือถูกมองเห็นสักหน่อยนี่นา
"เพราะงั้น ฉันจึงคิดว่าผู้กำกับของเรา ถ่ายทอดเรื่องภาวะซึมเศร้าหลังคลอดให้คนได้ตระหนักเรื่องนี้ได้ดีทีเดียว"
เทย์เลอร์เป็นที่รู้จักทั้งในฐานะนักเต้น, นักร้อง, นักแต่งเพลงและนักแสดง เธอเริ่มจากการเป็นนักเต้นและเริ่มมีชื่อเสียงก็ตั้งแต่อายุ 15 ปี ฟังดูแล้วเป็นชีวิตที่ประสบความสำเร็จเร็ว แต่สำหรับเทย์เลอร์ อีกด้านหนึ่งแล้วมันทำให้ชีวิตบางส่วนเสี้ยวของเธอหายไปด้วย
"ฉันรู้สึกเหมือนต้องโตให้เร็วมากๆ ต้องสละชีวิตสนุกๆ อย่างการไปโรงเรียนกับเพื่อนๆ ไปงานพร็อม เรียนจบ อะไรต่ออะไร" เธอว่า "แน่ล่ะว่าฉันเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากการทำงานได้เยอะมาก แต่ของแบบนี้ก็มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนในตัวมันเองน่ะ"
หลายคนอาจคุ้นหน้าเธอจากมิวสิกวิดีโอ Blue Magic ของ เจย์-ซี (Jay-Z) หรือจากเอ็มวี Woman ของแม่แมวสาว โดจา แคต (Doja Cat) หรือบางคนอาจรู้จักเธอจากผลงานเพลงของเทย์เลอร์เอง ตั้งแต่อัลบั้ม VII (2014) ที่ได้รับคำชมแง่บวกล้นหลามถึงแนวเพลงอาร์แอนด์บีและการหวนกลับไปใช้ซาวด์แบบยุค 90s หรือจากอัลบั้มล่าสุดของเธอเพิ่งปล่อยมาในปีนี้อย่าง Escape Room (2025) ซึ่งสำรวจบาดแผลด้านความสัมพันธ์อันแสนเป็นเรื่องส่วนตัวได้อย่างมีหัวจิตหัวใจสุดๆ
ขณะที่งานด้านภาพยนตร์กับซีรีส์ เทย์เลอร์ก็เคยปรากฏตัวใน A Thousand and One (2023) หนังของผู้กำกับหญิง เอ วี ร็อคเวลล์ (A.V. Rockwell) ที่สำรวจความเป็นแม่ของผู้หญิงผิวดำคนหนึ่ง, นักสืบสาวใน Straw (2025) รวมทั้งนักปฏิวัติสุดระห่ำแห่ง One Battle After Another
ตัวเทย์เลอร์เองเคยประกาศลาขาดจากวงการเพลงในปี 2020 สาเหตุหลักมาจากความเครียดเขม็งจากการทำงาน ข้อจำกัดด้านการทำเพลงที่บีบให้ศิลปินต้องทำเพลงเพื่อให้ติดตลาด ไม่ใช่เพื่อถ่ายทอดสิ่งที่เธออยากเล่า ทั้งชีวิตส่วนตัวของเธอก็หนักหนาเมื่อต้องหย่าขาดจากสามี ที่ทำให้เทย์เลอร์ตัดสินใจหยุดพักงานเพลงในที่สุด กระทั่งเมื่อเธอได้รับแรงใจมหาศาลจากลูกสาวที่ทำให้เธอหวนกลับมาสบตากันงานดนตรีอีกครั้ง และเชื่อว่าการทำเพลงคือวิธีการเยียวยาความเจ็บปวดรูปแบบหนึ่ง ก่อกำเนิดเป็นอัลบั้ม Escape Room ที่ถ่ายทอดมวลความรู้สึกของเธอในช่วงเวลาเหล่านั้นอย่างถึงแก่น
อันที่จริง ไม่ว่าจะจากอัลบั้มใด เพลงของเทย์เลอร์ก็มักพูดถึงความเข้มแข็ง เท่ากันกับแง่มุมที่อ่อนไหวและเป็นมนุษย์ "ฉันอยากถ่ายทอดความเข้มแข็งและทรงพลังของผู้หญิงคนดำ รวมทั้งวัฒนธรรมที่ฉันเติบโตมาด้วย"
"สมัยฉันทำเพลงแรกๆ ฉันยังเด็กมาก รู้จักแค่จักรยานกับสเก็ตบอร์ดเองมั้ง" เธอว่า "และจากนั้น ฉันก็เติบโตจากเด็กสาวมาสู่การเป็นผู้หญิง จากผู้หญิงมาสู่การเป็นแม่ เป็นเมีย สำหรับฉันแล้วการทำเพลงจึงเป็นเสมือนการบันทึกการเดินทางของตัวเองน่ะ ฉันอยากเป็นศิลปินที่จริงใจต่อสิ่งที่ตัวเองถ่ายทอด และนี่แหละเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันจึงบอกเล่าเรื่องความรู้สึกต่างๆ มากมายนัก เพราะความรู้สึกเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ฉันกำลังเผชิญ แต่เป็นสิ่งที่ฉันผ่านมาได้แล้วต่างหาก"
เทย์เลอร์ยังเป็นที่ปรึกษาให้ศิลปินรุ่นใหม่ๆ หลายคน เช่น ลัตโต (Latto) แร็ปเปอร์สาวผิวดำ, ซัมเมอร์ วิลเกอร์ (Summer Walker) ศิลปินรุ่นใหม่ที่เทย์เลอร์เคยดูแลและออกแบบคอนเสิร์ตให้ "ฉันชอบเห็นคนชนะ โดยเฉพาะผู้หญิงผิวดำ ฉันอยากเห็นผู้หญิงผิวดำชนะเยอะๆ" เธอว่าอย่างคนที่เข้าใจความยากลำบากของการเป็นนักดนตรี โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมดนตรีอเมริกัน ที่นักดนตรีชายยังกินพื้นที่ราว 65 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ผู้หญิงอยู่ที่ 35 เปอร์เซ็นต์
"เหมือนฉันเป็นคุณป้าใจดีของครอบครัวน่ะ เวลาใครอยากได้ความช่วยเหลืออะไรก็ขอให้บอก ฉันจะไปกอดพวกเธอแล้วบอกว่า 'ไม่เป็นไรน่ะ พวกเราเอาอยู่ อย่าท้อเพราะเรื่องนี้เชียวนะ' แล้วฉันก็จะคิดว่าเราจะไปทางไหนต่อ ทางแก้คืออะไร เราจะทำให้สถานการณ์กลายเป็นบวกได้ยังไงบ้าง"
อันที่จริง ปี 2025 ก็ดูจะเป็นปีที่งดงามของเทย์เลอร์ เมื่อหนัง One Battle After Another ออกฉายในเวลาไล่เลี่ยกับที่เธอปล่อยอัลบั้มลำดับล่าสุด Escape Room และน่าสนใจที่จุดร่วมของงานทั้งสอง คือต่างเล่าถึงความเข้มแข็งของผู้หญิงทั้งสิ้น ไม่ว่าจะตัวละครเพอร์ฟีเดีย หรือจากบทเพลงของเธอที่ถ่ายทอดความเจ็บปวดและการหยัดยืนลุกขึ้นกลับมาได้อีกครั้งของเทย์เลอร์เอง
“เมื่อไรที่ผู้หญิงหลุดพ้นจากโหมดเอาตัวรอด เมื่อนั้น พวกเธอจึงจะเบ่งบาน”
เทย์เลอร์บอก และจริงดั่งเธอว่า เพราะเมื่อพิจารณาจากคลื่นลมมรสุมที่เธอฝ่ามาอย่างยาวนาน ในปีนี้ เธอก็ผงาดขึ้นใหม่ มอบผลงานทั้งภาพยนตร์และบทเพลงอันโดดเด่นโดยไม่อาจปฏิเสธได้เลย
อ้างอิง
https://i-d.co/article/teyana-taylor-the-album-interview-id-magazine/
https://www.youtube.com/watch?v=3Ib0GacxRPk
https://www.nytimes.com/2023/03/30/movies/teyana-taylor-interview-a-thousand-and-one.html
https://i-d.co/article/teyana-taylor-interview-issue-375/
บทความต้นฉบับได้ที่ : Teyana Taylor หญิงแกร่งแห่งภาพยนตร์ One Battle After Another ที่ชีวิตจริงก็โหดหินไม่แพ้ในภาพยนตร์
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com