ตากใบ : เข้าใจข้อเท็จจริง ไม่ใช่ถูกชักจูงด้วยข้อเท็จจริงที่บิดเบือนของ BRN
ทุกครั้งที่ใกล้ถึงวันที่25 ตุลาคม กลุ่มแบ่งแยกดินแดนแนวหน้าเพื่อปฏิวัติแห่งชาติ(BRN) จะ“ฉลอง” เพราะพวกเขามี“ทุนใหญ่” ในการยุยงชาวมุสลิมให้เกลียดรัฐบาลไทย ซึ่งเป็นวันครบรอบเหตุการณ์ตากใบ
“ทุนใหญ่” นั้นยังถูกใช้เพื่อทำการโจมตีและสังหารเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและประชาชนที่เข้าข้างรัฐบาล โดยการอ้างว่าเพื่อแก้แค้นการเสียชีวิตของชาวไทยมุสลิม86 คนผ่านข้อเท็จจริงที่บิดเบือน มาตั้งแต่21 ปีที่แล้ว นับจากวันที่25 ตุลาคม2547 เหตุการณ์นั้นถูกใช้เป็น“ทุนใหญ่” สำหรับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนก่อเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย เพื่อให้ชาวบ้านยังคงรำลึกถึงโศกนาฏกรรมนั้น โดยไม่บอกความจริงว่าอะไรที่เกิดขึ้น
ซึ่งข้อเท็จจริง เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจากการโฆษณาชวนเชื่อและเล่ห์เหลี่ยมของBRN ที่ได้วางแผนใช้ชีวิตประชาชนเป็นเดิมพัน โดยเฉพาะเยาวชน มีการบอกพวกเขาว่าจะมีการแจกขนมเพื่อช่วยเหลือในช่วงเดือนรอมฎอน
ผู้ที่เป็นเหยื่อทั้งหมดไม่รู้เลยว่าการเชิญชวนที่จะ“ให้ความช่วยเหลือ” เป็นกลอุบายชั่วร้ายของกลุ่มBRN ที่ต้องการรวบรวมคนจำนวนมาก เพื่อให้พวกเขา(BRN) ทำการยั่วยุและกดดันเจ้าหน้าที่รัฐให้ปล่อยตัวผู้นำBRN จำนวน6 คน ที่ถูกตำรวจควบคุมตัว
โดยทำการยั่วยุจนเกิดสถานการณ์ที่ตรึงเครียด จนทำให้ตำรวจและทหารต้องเข้าล้อมผู้ชุมนุมในขณะนั้นมีประมาณ1,500 คน… ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน จะเชื่อหรือไม่ว่าผู้ที่ถูกจับคุมหรือเสียชีวิต ไม่มีผู้นำของกลุ่มBRN หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับBRN แม้แต่คนเดียว
ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อคือ เยาวชนที่มารวมตัวในสถานที่เกิดเหตุในขณะที่ถือศีลอด เพื่อรับความช่วยเหลือในเดือนรอมฎอน ตามที่มีการเผยแพร่ข่าว เนื่องจากความโหดร้ายของBRN กลุ่มนั้นถูกใช้ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง จนถึงวันนี้ชาวไทยมุสลิมยังเชื่อว่ารัฐบาลไทยต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
ในที่สุดมันกลายเป็นความแค้นที่ไม่อาจลบเลือนได้ ตราบใดที่ยังมีชีวิต และต่อมาได้กลายเป็น“ทุนใหญ่” ของBRN ในการจุดความรู้สึกเพื่อปลุกความเกลียดชังต่อรัฐบาลทุกครั้งเมื่อใกล้ถึงวันที่25 ตุลาคม
นั้นยังไม่พอ พวกเขายังใช้โอกาสโดยการยกประเด็นเงินค่าชดเชยที่รัฐบาลไทยมอบให้นั้น ไม่เพียงพอต่อครอบครัวของเหยื่อที่ถูกฆ่าและผู้ที่บาดเจ็บ ตามบันทึกจนถึงวันนี้รัฐบาลไทยได้จ่ายค่าชดเชยรวมทั้งหมดเป็นจำนวน641.4 ล้านบาท(83.232 ล้านริงกิต)
แยกการจ่ายค่าชดเชยสำหรับครอบครัวผู้เสียชีวิต7.5 ล้านบาท(973,252 ริงกิตต่อคน)บาดเจ็บ225,000 บาท(29,197 ริงกิตต่อคน)ทุพพลภาพถาวร4.5 ล้านบาท(583,951 ริงกิตต่อคน) ถูกควบคุมตัวและปล่อยตัว30,000 บาท(3,891 ริงกิตต่อคน)
จากตัวเลขเหล่านั้นแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลไทยได้จัดสรรงบประมาณจำนวนมากให้กับครอบ ครัวหรือเหยื่อที่เกี่ยวข้อง เป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดจากความประมาทของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ขอโทษอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เขายอมรับถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นต่อชาวไทยมุสลิมในจังหวัดนราธิวาสเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมหมู่ในพื้นที่อำเภอตากใบ
“หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นจนทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจ ผมต้องการขออภัยเพื่อช่วยแก้ไขปัญหานี้” เขากล่าว
ในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อครูและเจ้าหน้าที่ ที่โรงเรียนสัมพันธ์วิทยา ที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ทักษิณกล่าวว่า เขามีเจตนาดีและห่วงใยต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแกนภาคใต้ของประเทศไทย“อย่างไรก็ตาม มีความผิดพลาดที่เกิดขึ้น”
ก่อนที่เขาจะทำเช่นนั้น เมื่อวันที่25 ตุลาคมปีที่แล้ว ลูกของทักษิณ นางสาวแพทองธารซึ่งในขณะนั้นยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย แสดงความเสียใจและขอโทษเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมตากใบ การขอโทษดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ20 ปีของเหตุการณ์นั้น
“ระยะเวลา20 ปีนั้น เป็นข้อกำหนดระยะเวลาในการบังคับคดีที่สามารถสืบสวนและฟ้องร้องผู้ที่เกี่ยวข้องได้ แต่ไม่มีบุคคลใดถูกดำเนินคดีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ20 ปีที่แล้ว และฉันได้ตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ มันเป็นเหตุการณ์ที่น่าเสียใจมาก และฉันเห็นใจทุกคนที่ได้รับผลกระทบ”
รัฐบาลได้แสดงความเสียใจและขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาตลอด20 ปี ไม่ว่าจะเป็นการบริหารของ นายทักษิณ ชินวัตร หรือ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ รวมถึงอดีตนายกรัฐมนตรีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และได้มีการจัดการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาแล้ว
“ในฐานะนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ ฉันรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์นี้อย่างมาก และในนามของรัฐบาล ฉันขออภัยอย่างจริงใจ เราจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อให้เหตุการณ์เช่นนี้ไม่เกิดขึ้นอีก” แพทองธาร กล่าว
เงินชดเชยเยียวยาหลายสิบล้านริงกิตและคำขอโทษจากอดีตนายกรัฐมนตรีไทยทั้ง4 ท่าน สิ่งนี้ได้พิสูจน์ถึงความจริงใจของรัฐบาลไทยในการรับประกันว่าเหตุการณ์ตากใบจะไม่ส่งผลกระทบต่อความพยายามของรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน แต่BRN ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นเช่นนั้น ดังนั้นตลอด21 ปีที่ผ่านมา กลุ่มแบ่งแยกดินแดนดังกล่าวต้องการใช้เหตุการณ์ตากใบเป็น“ทุนใหญ่” เพื่อบรรลุวาระที่จำกัดและบิดเบี้ยวของพวกเขาสถานการณ์นั้นพิสูจน์ให้เห็นว่าBRN ไม่มีความจริงใจในการต่อสู้เพื่อชะตากรรมของชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย หากพวกเขามีความจริงใจจริง ๆ พวกเขาก็คงจะไม่ยุยงชาวบ้านให้ลุกขึ้นต่อสู้กับรัฐบาล ทุกครั้งที่รำลึกถึงวันครบรอบเหตุการณ์ตากใบ ในฐานะชาวมุสลิม เหตุการณ์ตากใบควรจัดมีการระลึกถึงด้วยการจัดงานทำบุญกุศลให้ผู้ที่เสียชีวิต แต่BRN กลับใช้โศกนาฏกรรมนี้เป็น“อาวุธ” เพื่อ“สังเวย” ชีวิตผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยโดยการก่อเหตุการณ์รุนแรง
สรุปได้ว่า ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องมั่นใจว่าเหตุการณ์ตากใบจะไม่ถูกใช้เป็น“ทุนใหญ่” ให้กับBRN อีกต่อไป พวกเขาควรคิดอย่างมีเหตุผลและประเมินความจริงใจของรัฐบาลไทยในการจัดการกับโศกนาฏกรรมดังกล่าว
ถ้ารัฐบาลไทยไม่จริงใจ แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่ให้ค่าชดเชยเยียวยาใด ๆ แก่เหยื่อที่เกี่ยวข้อง และพวกเขาก็ไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย แต่รัฐบาลไทยไม่ต้องการเดินตามจังหวะของBRN
พวกเขาพยายามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถสร้างความปลอดภัยในพื้นที่นั้นได้ และยังช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยมุสลิม นี่แตกต่างจากBRN ที่พูดโอ้อวดว่าจะปกป้องกลุ่มนั้น แต่ในกระบวนการพูดคุยสันติภาพก็ไม่กล้าแม้แต่จะส่งผู้นำตัวแท้จริงไปพูดคุย
“อยากให้ ประชาชนในพื้นที่ได้เข้าใจว่า เหตุการณ์ตากใบคือความผิดพลาดในอดีต ที่เป็นบทเรียนสำคัญของรัฐบาลไทย โดยปัจจุบันจากการติดตามทราบว่า รัฐบาลไทยได้ใช้บทเรียนดังกล่าว มากำหนดเป็นแนวทาง และแนวปฏิบัติที่เข้มงวดต่อการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน”
“เหตุตากใบเป็นเหตุที่น่าสลดไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนั้นอีก รัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อตัดวงจรดังกล่าวแต่BRN กำลังหลอกเยาวชนให้ไปติดกับเดิมซ้ำ ๆ โดยปลุกระดมเรื่องซ้ำ ๆ ที่จบไปแล้วโดยเพื่อหวังจะให้เยาวชนเป็นโล่มนุษย์แทนแกนนำ และนำประโยชน์มาสู่ตน”