โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์สั่งตัดงบเพิ่ม 160,000 ล้านบาท ท่ามกลางคำเตือนภาวะ ‘ชัตดาวน์’

เดลินิวส์

อัพเดต 30 ส.ค. 2568 เวลา 19.16 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2568 เวลา 12.16 น. • เดลินิวส์
ทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ตัดลดความช่วยเหลือต่างประเทศมูลค่าเกือบ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 161,400 ล้านบาท) ซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาลกลาง เนื่องจากฝ่ายค้านจากพรรคเดโมแครตคัดค้านนโยบายดังกล่าว

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่าทรัมป์ส่งหนังสือถึงนายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า การตัดลดงบประมาณ 4,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 158,172 ล้านบาท) เป็นโครงการเป้าหมายของกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ (ยูเอสเอด) ขณะที่สำนักงานบริหารและงบประมาณของทำเนียบขาวระบุบนโซเชียลมีเดีย ว่า ประธานาธิบดี “จะให้ความสำคัญกับอเมริกาก่อนเสมอ”

พรรคเดโมแครตเตือนว่า ความพยายามใด ๆ ที่จะเพิกถอนงบประมาณที่สภาคองเกรสอนุมัติไปแล้ว อาจส่งผลต่อการเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะอัมพาตทางงบประมาณ หรือ “ภาวะชัตดาวน์” ปลายปีนี้ ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ที่การดำเนินงานของหน่วยงานรัฐบาลกลาง “ต้องยุติลงชั่วคราว” เนื่องจากไม่มีการอนุมัติงบประมาณ หรือให้หน่วยงานดำเนินการต่อไป

ด้านนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภาสหรัฐ อธิบายว่า กลยุทธ์การออกกฎหมาย “ที่ไม่ค่อยมีผู้ใดรู้จัก” ของทรัมป์ ที่เรียกกันในทางเทคนิคว่า “pocket rescission” หรือการสั่งยกเลิกงบประมาณใกล้กับช่วงเวลาสิ้นสุดปีงบประมาณ ถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย

ขณะเดียวกัน สมาชิกพรรครีพับลิกันสายกลางบางคนยังแสดงจุดยืนคัดค้านความพยายามของทรัมป์ ที่ได้รับการอนุมัติจากสมาชิกสภาคองเกรสแล้ว

ด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนหนึ่งระบุว่า รัฐบาลมี “พื้นฐานทางกฎหมายที่มั่นคง” สำหรับแผนการของทรัมป์ และการโต้แย้งใด ๆ ในศาลจะล้มเหลว

เอกสารศาลที่เอเอฟพีได้เห็นระบุว่า การตัดงบประมาณรอบใหม่นี้อยู่ที่ 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 103,296 ล้านบาท) ซึ่งจะเป็นเงินทุนสนับสนุนหน่วยงานยูเอสเอด ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ คือภารกิจรักษาสันติภาพจำนวน 838 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 27,050 ล้านบาท) ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อสภาพคล่องของสหประชาชาติ (ยูเอ็น).

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...