ธปท.เผยใช้ทุนสำรองฯ ทำกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติ ต้องมีธรรมาภิบาลโปร่งใส เพราะเป็นเงินของประเทศ
โฆษก ธปท. ระบุ แนวคิดดึง ทุนสำรองประเทศตั้งกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติ ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่ต้องมีธรรมาภิบาลและโปร่งใส เพราะเป็นเงินของประเทศ สะท้อนความมั่นคง หากไม่ระวังกระทบความเชื่อมั่นและเครดิตประเทศ
30 ก.ย. 2568 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยกรณีข้อเสนอให้ นำทุนสำรองมาทำกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund : SWF) ว่า ประเด็นเกี่ยวกับทุนสำรองประเทศได้พูดคุยมาอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งเรื่องทุนสำรองนั้นแต่ละประเทศจะมีโครงสร้างของทุนสำรองที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของรายได้และรูปแบบเศรษฐกิจ บางประเทศอาจมีทุนสำรองในรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับภาระผูกพันทางการเงิน และทุนสำรองที่มาจากการค้าการขาย ซึ่งบางประเทศอาจจะมีการค้าขายทรัพยากรธรรมชาติเช่น น้ำมัน หรือบางประเทศเช่น สิงคโปร์มีรายได้จากธุรกิจด้านการเงิน
โดยทุนสำรองที่มีภาระผูกพันทางการเงิน ในประเทศที่มีการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนจะต้องมีทุนสำรองรองรับในกรณีที่นักลงทุนจะนำเงินออกไป เพื่อให้มั่นใจว่ามีเงินตราไว้เพียงพอ ซึ่งทุนสำรองเป็นหนึ่งในการสร้างความเชื่อมั่นเพราะหากทุนสำรองไม่เพียงพอก็อาจจะกระทบต่อเรื่องเครดิตเรตติ้งประเทศ
อย่างไรก็ดีแนวคิดการจัดตั้งกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund : SWF) ไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งไม่ดี แต่ต้องดูในโครงสร้างการจัดตั้ง ต้องมีธรรมาภิบาลหากจะนำเงินสำรองส่วนนี้ออกไปต้องทำด้วยความระมัดระวังเพราะเป็นเงินของประเทศ ต้องมีการบริการจัดการที่ดีและโปร่งใสมากๆ
“เรื่องกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติ ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่ต้องดูขนาดและการบริหารจัดการที่โปร่งใส การที่มีทุนสำรองที่เยอะเป็นหนึ่งในพื้นฐานที่แข็งแกร่งของประเทศไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศ สามารถรองรับความเสี่ยงต่างๆได้ดี มีการถกเถียงเรื่องความเหมาะสมของขนาดทุนสำรองอยู่ตลอดเวลา และเรื่องนี้ด้วย ซึ่งต้องศึกษาเพิ่มเติมต่อไป”