โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฉีกหน้ากาก บุดดาบอย จาก มหาศาสดา สู่ ผู้ต้องหา ล่วงละเมิด

อีจัน

อัพเดต 20 ต.ค. 2568 เวลา 19.00 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2568 เวลา 11.36 น. • อีจัน

จากเรื่องราว ปาฎิหาริย์แห่งศรัทธา การกลับมาของพระพุทธเจ้า ในร่างมนุษย์ สู่คดีอื้อฉาว ล่วงละเมิด-อุ้มหาย ที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว ทำลายสิ้นทุกความศรัทธา ด้วยคราบน้ำตาของครอบครัวเหยื่อทุกคน

การเริ่มต้นของลัทธิ
“ปฏิบัติ” สู่ “ศรัทธา”

ในปี 2005 ท่ามกลางป่าทึบของประเทศเนปาล ประเทศที่ลมหายใจผูกพันอยู่กับศาสนาพุทธ เรื่องเล่าอันน่าอัศจรรย์ได้เริ่มต้นขึ้น เด็กหนุ่มคนหนึ่งนามว่า ราม บาฮาดูร์ บอมจัน ได้ปรากฏตัว เขาไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความร่ำรวย แต่เกิดมาพร้อมกับมรดกทางจิตวิญญาณอันเข้มข้น ครอบครัวของเขาเป็นเพียงชาวนาธรรมดา แต่เด็กชายรามคนนี้กลับมีบางสิ่งที่พิเศษ เขามักจะใช้เวลาอยู่คนเดียว ปลีกตัวจากเพื่อนฝูง และทำสมาธิในที่เงียบสงบ สิ่งนั้นทำให้คนรอบข้างมองว่า เด็กคนนี้แตกต่าง บางทีเขาอาจจะเป็นผู้ที่ถูกเลือก

ในวัยเพียง 15 ปี ราม บาฮาดูร์ บอมจัน ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญที่พลิกชีวิตเขาไปตลอดกาล เขาหายตัวไปจากบ้าน และปรากฏตัวอีกครั้งใต้ต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ในป่า การกระทำของเขาในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การบำเพ็ญเพียรธรรมดา บอมจันเริ่มนั่งสมาธิอย่างตั้งใจ ไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่พูดจา นั่นทำให้ความศรัทธาของผู้ที่พบเห็น ได้ถือกำเนิดขึ้น สิ่งที่ผู้คนมองเห็น คือร่างที่นั่งนิ่งราวกับรูปปั้น ร่างกายของเขาไม่ตอบสนองต่อความหิว ความกระหาย หรือแม้แต่อันตรายจากสัตว์ป่า เพียงแค่นี้หัวใจของผู้คนที่แห้งแล้ง ก็เปียกชุ่มด้วยความหวัง

ข่าวแพร่สะพัดออกไปราวกับไฟป่า เด็กหนุ่มชาวเนปาลผู้บำเพ็ญเพียร กลายเป็นที่สนใจของโลก ดินแดนแห่งความสงบเงียบในป่าทาเพอร์ กลายเป็นศูนย์รวมศรัทธาที่เต็มไปด้วยผู้คนหลายพันคน

สิ่งที่ผู้คนเห็น ไม่ใช่แค่ความอดทน แต่เป็น ปาฏิหาริย์ ท่ามกลางประเทศที่ยึดมั่นในศาสนาพุทธ ผู้คนหลั่งไหลมาจากทั่วโลก หลายพันคนต่อวัน พวกเขาเชื่อว่านี่คือการกลับมาของ พระพุทธเจ้า หรือไม่ก็เป็น พระโพธิสัตว์ ที่จะมาโปรดสัตว์โลก บอมจันจึงได้รับฉายาใหม่ทันทีว่า “บุดดาบอย”

เมื่อเริ่มมีชื่อเสียง เหล่าผู้ศรัทธาก็เริ่มอยากจะมีส่วนร่วมกับการบำเพ็ญเพียรครั้งนี้ เงินบริจาคหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อปกป้องเขา และเพื่อสร้างเครือข่ายคำสอนใหม่ ความรู้สึกของการเป็นที่รักและศรัทธาอย่างสูงสุด ได้หล่อหลอมให้ราม บาฮาดูร์ บอมจัน กลายเป็นบุคคลที่มีอำนาจเหนือมนุษย์ธรรมด

บุดดาบอยก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต เขาไม่ใช่แค่เด็กหนุ่มใต้ต้นไม้ แต่เป็นผู้นำลัทธิที่มีสาวกผู้ภักดีเป็นทัพหน้า เขาจัดตั้งอาศรมขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความมั่งคั่งและมีระเบียบวินัยที่เข้มงวด

จุดสูงสุดและเงามืด
ที่เริ่มคืบคลาน

จากเด็กหนุ่มในชนบท บอมจันกลายเป็น ผู้นำทางจิตวิญญาณ เขาเริ่มเทศนาคำสอน จัดตั้งเครือข่ายอาศรมและสถานที่ปฏิบัติธรรมทั่วประเทศเนปาล เขามีผู้ติดตามที่จงรักภักดี และเงินทองมากมาย ความโด่งดังระดับโลกทำให้เขามีอำนาจที่คนธรรมดาไม่อาจเข้าถึงได้

แต่ท่ามกลางความศรัทธาอันเจิดจ้า แสงสว่างนี้ก็เริ่มมีเงาดำทอดลงมา ความรู้สึกไม่พอใจ เริ่มก่อตัวขึ้นในหมู่ผู้ติดตามบางคน พวกเขาเริ่มพูดถึง กฎที่แปลกประหลาด การลงโทษที่โหดร้าย และ บรรยากาศที่เปลี่ยนไป ในอาศรม

ราม บาฮาดูร์ บอมจัน ได้รับทุกสิ่งที่เขาต้องการ ชื่อเสียง อำนาจ และความจงรักภักดีที่ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม แต่ในความมืดมิดของอาศรมแห่งนี้ มีเสียงของเหยื่อที่กำลังกรีดร้อง และโลกภายนอกยังไม่รู้ว่า ภายใต้ความศรัทธาในฐานะของ “บุดดาบอย” แท้จริงแล้วซ่อนปีศาจร้ายตนใดไว้

ในช่วงที่บอมจันเริ่มบำเพ็ญเพียรใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ และอ้างว่า นั่งสมาธิโดยไม่กินไม่ดื่มนานนับเดือนนั้น ข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นและเป็นรอยร้าวแรกคือ การถูกจับตาดู และ การถูกถ่ายคลิปวิดีโอ มีความพยายามของสื่อและผู้ไม่เชื่อที่จะพิสูจน์ “ปาฏิหาริย์” ของเขา โดยมีรายงานข่าวและคลิปวิดีโอที่ถูกนำเสนอว่า บอมจันไม่ได้นั่งสมาธินิ่งตลอด 24 ชั่วโมง และมีการแอบพักผ่อน หรือ แอบรับประทานอาหาร ในช่วงกลางคืน หรือในช่วงที่ถูกปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้สาธารณชนเข้าใกล้ นี่คือ ความผิดหวังระลอกแรก สำหรับคนที่ศรัทธาอย่างหมดใจ หลายคนรู้สึกว่าถูกล้อเล่นกับความเชื่อทางศาสนา แต่ผู้ศรัทธาหลักยังคงปกป้องเขาอย่างสุดตัว โดยอ้างว่าคลิปเหล่านั้นเป็นของปลอม หรือเป็นช่วงเวลาที่เขา “ต้องชดเชยร่างกาย” เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการบำเพ็ญเพียรครั้งถัดไป

ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเริ่มผุดขึ้นจากเงามืด ข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกายผู้ติดตาม เกิดขึ้นมานับสิบครั้ง ตั้งแต่ปี 2010 แต่ใครจะกล้ากล่าวโทษผู้ที่ถูกเชื่อว่าเป็นพระพุทธเจ้า?

คำแก้ตัว และจุดล่มสลาย
ลัทธิ “บุดดาบอย”

ตั้งแต่ราวปี 2010 เริ่มมีการแจ้งความหลายสิบคดี เกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายผู้ติดตามของบอมจันเอง โดยมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ออกมาเปิดเผยเรื่องราวการถูกทุบตีและลงโทษภายในอาศรม ข่าวเหล่านี้เกิดขึ้นในขณะที่บอมจันยังคงได้รับการยกย่องว่าเป็น “ลามะหนุ่ม” ผู้ศักดิ์สิทธิ์ แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์นั้น เป็นสิ่งที่ผู้คนจำนวนหนึ่งเริ่มไม่สามารถยอมรับได้ ความศรัทธาที่เคยบริสุทธิ์เริ่มถูก กัดกร่อนด้วยความสับสน ผู้คนเริ่มถามตัวเองว่า “พระโพธิสัตว์จะทำร้ายผู้ศรัทธาได้อย่างไร?”

คำอธิบายของบอมจันในเวลานั้นคือ “เขาลงโทษสาวกเพราะรบกวนการทำสมาธิ” ความศรัทธา ที่แข็งแกร่งของผู้คนทำให้เรื่องราวเหล่านี้ถูกปัดตกไปอย่างง่ายดาย พวกเขาเชื่อว่า “ท่าน” ทำไปเพื่อสั่งสอน เพื่อขัดเกลาจิตวิญญาณ แต่แล้ว ความพลิกผันที่แท้จริง ก็มาถึง

ในปี 2018 ความเงียบถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง แม่ชีสาววัย 18 ปี ที่อาศัยอยู่ในอาศรมในเขต ซาร์ลาฮี ได้รวบรวมความกล้าหาญครั้งสุดท้าย เพื่อออกมาเปิดเผยความจริงอันมืดมิด เธอให้การว่าถูกผู้นำทางจิตวิญญาณที่เธอเคารพศรัทธา ล่วงละเมิดทางเพศอย่างต่อเนื่อง การเปิดเผยครั้งนี้เป็นดั่งฟ้าผ่าลงกลางใจของผู้นับถือ อารมณ์ของประชาชน เริ่มเปลี่ยนจากความศรัทธาสู่ความสงสัยระคนโกรธแค้น

ตำรวจเริ่มสืบสวนอย่างจริงจัง และได้พบกับคดีที่น่ากังวลกว่านั้น นั่นคือ การหายตัวไปอย่างลึกลับ ของผู้ติดตามอย่างน้อย 4 คนที่เข้าไปในอาศรมของบอมจัน บางรายเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน คำถามไม่ได้อยู่แค่ว่า “บอมจันทำร้ายพวกเขาจริงหรือ” แต่คือ “พวกเขาหายไปไหน?” ความเชื่อที่เคยเป็นพลังงานศักดิ์สิทธิ์ ได้ถูกแทนที่ด้วยความกลัวว่าบุตรหลานของตนจะตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

การใช้คำแก้ตัวนี้เองที่ทำให้ความรุนแรงในอาศรมดำเนินต่อไปได้อีกหลายปี ก่อนที่คดีการ ล่วงละเมิดทางเพศ และ การหายตัวไป จะเป็นจุดพลิกผันที่ใหญ่กว่าและนำไปสู่การออกหมายจับในที่สุด

ในขณะที่แรงกดดันจากตำรวจและสื่อมวลชนทั่วโลกเพิ่มขึ้น บอมจันได้ใช้ช่วงเวลานี้ในการหลบซ่อนตัวจากสายตาของสาธารณชน ในที่สุด ศาลเนปาลก็ออก หมายจับ บอมจันในข้อหาสำคัญ คือ ล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์ ซึ่งรวมถึงเหยื่อที่อายุเพียง 14-15 ปี ที่อาศรมในเขตบารา ผู้นำที่เคยนั่งนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ กลายเป็น ผู้ต้องหาที่หลบหนีคดี

ความสูญสิ้นศรัทธา ได้มาถึงจุดที่ไม่สามารถย้อนกลับได้อีกต่อไป ผู้คนที่เคยคุกเข่ากราบไหว้ด้วยน้ำตาแห่งความปิติยินดี บัดนี้ได้แต่นั่งมองข่าวด้วย ความรู้สึกของความโง่เขลาและความเจ็บปวด ราวกับถูกหลอกลวงมานานกว่าสิบปี

จาก ผู้นำศรัทธา
สู่ผู้ต้องหาหนีคดี

ศาลออกหมายจับบอมจัน ในปี 2020 ด้วยข้อหาล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์ ผู้นำทางจิตวิญญาณที่เคยกล่าวว่าตัวเองเหนือกว่าโลก ก็กลายเป็นเพียง อาชญากรที่ต้องหลบหนี บอมจันหายตัวไปจากอาศรมหลัก ทิ้งไว้เพียงคำถามและความโกรธเกรี้ยวของผู้คนที่เคยเชื่อมั่นในตัวเขา เป็นเวลาหลายปีที่เขาหลบซ่อนตัว ตำรวจเนปาลพยายามติดตามเขาอย่างไม่ลดละ แต่เครือข่ายสาวกผู้ภักดีที่ยังเหลืออยู่ก็ยังคงปกป้องและให้ที่หลบซ่อนแก่เขา ความจงรักภักดีที่ไร้เหตุผล นี้เองที่ทำให้ตำรวจใช้เวลาหลายปีในการตามล่าชายผู้ที่โลกเคยยกย่องให้เป็นดั่งเทพ ความอับอายขายหน้า ได้แผ่ซ่านไปทั่ววงการศาสนาและสังคมเนปาล พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า ผู้ที่ถูกนับถือสูงสุด อาจเป็นเพียงจอมหลอกลวงที่น่ากลัวที่สุด

ในที่สุด ตำนานการหลบหนีก็ถึงจุดสิ้นสุด วันที่ 10 มกราคม 2024 ตามเวลาท้องถิ่น ทีมตำรวจสืบสวนกลางแห่งเนปาล ได้บุกเข้าจับกุม ราม บาฮาดูร์ บอมจัน ได้สำเร็จ เขาซ่อนตัวในบ้านพักแห่งหนึ่งชานเมืองหลวงกาฐมาณฑุ โดยไม่ได้อยู่ในสถานะผู้บำเพ็ญเพียรที่อดอาหารและน้ำอีกต่อไป แต่เป็นผู้ต้องหาที่พยายามหลบหนีคดีสำคัญที่สุดของประเทศ

ในระหว่างการจับกุม ตำรวจยึดหลักฐานสำคัญที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ เงินสดจำนวนมหาศาล มูลค่ารวมหลายล้านบาท ที่สะสมมาจากการบริจาคของผู้ศรัทธา ความจริงได้ปรากฏชัด ว่าการบำเพ็ญเพียรของเขา อาจเป็นเพียงฉากบังหน้าเพื่อสร้างอาณาจักรแห่งความมั่งคั่งและอำนาจ

หลังการจับกุม บอมจันถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทันที ข้อกล่าวหาหลักคือ การล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์ และ การเกี่ยวพันกับการหายตัวไปของสาวกหลายคน ในช่วงกลางปี 2567 ศาลได้พิจารณาตัดสินแล้วว่า ราม บาฮาดูร์ บอมจัน มีความผิดจริงในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์ โดยมีหลักฐานและคำให้การที่หนักแน่นจากเหยื่อ สุดท้ายแล้ว คำพิพากษาต่อการกระทำของเขา คือจำคุก 10 ปี พร้อมสั่งให้จ่ายค่าชดเชยให้กับเหยื่อ ตำนาน “บุดดาบอย” ได้สิ้นสุดลงแล้ว ไม่ใช่ด้วยการบรรลุธรรม แต่ด้วยการเป็นนักโทษในคุก

น้ำตาแห่งความเจ็บปวด
ศรัทธาที่ล่มสลาย

สุดท้ายแล้ว บริบททุกอย่างก็เปลี่ยนไป ผู้คนยังคงจำ บุดดาบอย ได้ แต่ไม่ใช่ในฐานะพระศาสดาผู้เปี่ยมเมตตา กลับกลายเป็นฐานะผู้นำที่ใช้ความเชื่อของมวลชนเป็นเครื่องมือ เพื่อสนองความมืดมิดในใจตนเอง โลกถูกทิ้งไว้กับความจริงอันขมขื่น ว่า ปาฏิหาริย์ที่ผู้คนแสวงหา แท้จริงแล้วคือ การหลอกลวงที่อาศัยความบริสุทธิ์ของศรัทธา เรื่องราวของราม บาฮาดูร์ บอมจัน จึงเป็นเครื่องเตือนใจที่เจ็บปวด ว่าเส้นแบ่งระหว่างผู้ศักดิ์สิทธิ์กับอาชญากรนั้น บางและอันตรายเพียงใด

ฉีกหน้ากาก “บุดดาบอย” จาก มหาศาสดา สู่ผู้ต้องหา ล่วงละเมิดลูกศิษย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...