“สหรัฐ” เตือน “จีน” อย่าตอบโต้ต่างชาติลงทุนอุตฯสำคัญ หลังคว่ำบาตรบริษัทเกาหลีใต้ในอเมริกา
"สหรัฐ" เตือน "จีน" อย่าตอบโต้ต่างชาติลงทุนอุตฯสำคัญ หลังคว่ำบาตรบริษัทเกาหลีใต้ในอเมริกา ชี้เป็นรูปแบบการบีบบังคับทางเศรษฐกิจที่มุ่งควบคุมห่วงโซ่อุปทานโลก
วันที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 06.25 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำเตือนถึงจีนไม่ให้ใช้มาตรการตอบโต้ต่อบริษัทต่างชาติที่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปักกิ่งได้ประกาศคว่ำบาตรหน่วยธุรกิจในสหรัฐของบริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ เนื่องจากมีแผนจะลงทุนในภาคการเดินเรือของอเมริกา
เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า “การตอบโต้ของจีนต่อบริษัทเอกชนทั่วโลกเมื่อไม่นานมานี้ เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการบีบบังคับทางเศรษฐกิจในวงกว้าง เพื่อแทรกแซงการเมืองของสหรัฐและควบคุมห่วงโซ่อุปทานโลก ด้วยการข่มขู่ไม่ให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมสำคัญของสหรัฐ เช่น การต่อเรือ”
คำเตือนของเกรียร์ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในความขัดแย้งทางทะเลที่ดำเนินมายาวนานระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งจีนมีสัดส่วนการต่อเรือมากกว่าครึ่งของทั้งโลก และได้พยายามขยายอิทธิพลในทะเลจีนใต้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งดังกล่าวมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากกว่า 80% ของการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดดำเนินผ่านเส้นทางเดินเรือ
แม้สหรัฐจะมีกองทัพเรือที่ทรงพลังที่สุดในโลก แต่กลับมีขีดความสามารถด้านการต่อเรือค่อนข้างจำกัด ดังนั้นรัฐบาลทรัมป์จึงพยายามฟื้นฟูอุตสาหกรรมต่อเรือในประเทศ ด้วยการเชิญการลงทุนจากเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตเรือรายใหญ่อันดับสองของโลก
อย่างไรก็ตามมาตรการคว่ำบาตรที่จีนประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนถือเป็นการโจมตีโดยตรงต่อความพยายามดังกล่าว โดยสั่งห้ามบุคคลและองค์กรในจีนทำธุรกรรมกับหน่วยธุรกิจของบริษัท Hanwha Ocean Co. ของเกาหลีใต้ในสหรัฐ พร้อมขู่ดำเนินมาตรการตอบโต้เพิ่มเติมในอุตสาหกรรมต่อเรือ
เกรียร์กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความพยายามข่มขู่เหล่านี้จะไม่อาจหยุดยั้งสหรัฐจากการฟื้นฟูฐานอุตสาหกรรมต่อเรือ และการตอบโต้จีนอย่างเหมาะสมต่อการพยายามครอบงำอุตสาหกรรมสำคัญของโลก”
ความขัดแย้งในภาคการเดินเรือไม่ใช่เพียงกรณีเดียวที่เกิดขึ้น ล่าสุดทั้งสองประเทศได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับเรือพาณิชย์ของกันและกัน ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะเดียวกันสหรัฐเตรียมเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 100% สำหรับอุปกรณ์ท่าเรือที่จำเป็นจากจีน และยังพิจารณาเพิ่มภาษีนำเข้า 150% สำหรับอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้าอื่น ๆ โดยรัฐบาลทรัมป์ตั้งเป้าลดบทบาทของบริษัทจีนในการควบคุมท่าเรือสำคัญทั่วโลก รวมถึงบริเวณคลองปานามา
อุตสาหกรรมการเดินเรือเป็นหนึ่งในหลายประเด็นที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ ตึงเครียดมากขึ้นในช่วงไม่กี่วันมานี้ โดยจีนได้เพิ่มการควบคุมการส่งออกแร่หายาก ขณะที่สหรัฐก็ขยายข้อจำกัดต่อการเข้าถึงเทคโนโลยีชิปของจีน และขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้า 100% เพิ่มเติมกับสินค้าจากจีน
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า เขาคาดว่าจะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เกี่ยวกับข้อเรียกร้องด้านดินแดนของจีนต่อไต้หวัน ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย–แปซิฟิก (APEC) ที่จะจัดขึ้นในเกาหลีใต้สัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตามทรัมป์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่า เขาคาดว่าจีนจะเชื่อมโยงประเด็นการค้ากับประเด็นไต้หวันในการเจรจาหรือไม่
อ้างอิง : www.bloomberg.com