โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ห่านในคูเมืองเชียงใหม่หลุด วิ่งลงถนน เจ้าหน้าที่ไล่ต้อนวุ่น

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 22 ส.ค. 2568 เวลา 03.47 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 03.52 น.

โซเชียลเสียงแตกเลี้ยงห่านในคูเมืองดีหรือไม่ หลังห่านหลุด เจ้าหน้าที่ต้องไล่ต้อนกลับเข้าคอกหวั่นถูกรถทับ ซึ่งในคลิปภาพแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ของเทศบาล 4-5 คน ต่างก็พยายามต้อนฝูงห่านเพื่อให้เข้าเล้าไม้ไผ่ที่สร้างขึ้นริมคูเมืองในจุดดังกล่าว แต่ฝูงห่านแตกตื่นวิ่งลงไปบน และมีช่วงหนึ่งเกือบเกิดอุบัติเหตุกับรถที่สัญจรไปมา ฝูงห่านยังแตกตื่นลงน้ำหนีเจ้าหน้าที่ที่ไล่ต้อนจับเข้าเล้า จนต้องกระโดดลงน้ำคูเมือง ปาหินปาข้าวของเพื่อไล่ต้อนฝูงห่านนานเป็นชั่วโมงกว่าจะจับเข้ากรงได้ทั้งหมด

หลังโพสต์นี้ถูกแชร์ออกไปหลายคนส่วนใหญ่แสดงความไม่เห็นด้วยกับการนำฝูงห่านมาเลี้ยง เพียงเพื่อเหตุผลให้มาช่วยกำจัดจอกแหน แม้จะนำมาทดลอง 1 สัปดาห์ แต่ตอนนี้เริ่มวุ่นวายหนักขึ้น ทั้งอันตรายกับฝูงห่านเองที่จะถูกรถชน อันตรายกับผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งพฤติกรรมของห่านจะดุ เพื่อถูกรบกวนก็จะวิ่งเข้าใส่ และจิกกัด ห่วงว่าจะเกิดขึ้นกับชาวบ้านหรือนักท่องเที่ยว นอกจากนี้เรื่องสุขอนามัยเองธรรมชาติของห่านก็จะถ่ายของเสียเรี่ยราดและมีกลิ่นเหม็น ก็อาจจะส่งผลให้เกิดผลกระทบตามมากับน้ำคูเมือง หรือพื้นที่โดยรอบที่ห่านอยู่อาศัย

นายธีรวุฒิ แก้วฟอง อดีตผู้สมัครนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่จากพรรคประชาชน เองก็เกาะติดเรื่องนี้อยู่ และตั้งข้อสังเกตว่า “เทศบาลมีไอเดียเลี้ยงห่านในคูเมืองเชียงใหม่ บอกว่าจะช่วยกินจอก แหน ลดสาหร่าย ฟังดูน่ารักดี แต่ถามจริง…นี่คือการแก้ปัญหาน้ำเสียจริง ๆ หรือไม่? ข้อเท็จจริงคือ ห่านกินได้แค่จอก แหน แต่ไม่แตะสาหร่ายสีเขียวที่ทำให้น้ำเขียวขุ่น มูลห่านคือปุ๋ย เพิ่มไนโตรเจน ฟอสฟอรัสให้น้ำเน่าเสียหนักกว่าเดิม ถ้าห่านเดินขึ้นถนน เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ ทั้งสัตว์และคนก็เดือดร้อน การแก้ปัญหาน้ำเสียต้องเริ่มที่ บำบัดน้ำจากตลาดและชุมชน ไม่ใช่ฝากความหวังไว้กับห่าน สิ่งที่เมืองเชียงใหม่ต้องการ ไม่ใช่ห่านมาว่ายในคูเมือง แต่คือนโยบายบำบัดน้ำเสียที่จริงจังและยั่งยืน มากกว่าครับ“

อย่างไรก็ตามเพียงแค่วันเดียว ที่เริ่มทดลองนำห่านมาเลี้ยงริมคูเมืองก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง จึงอยากให้เทศบาลนครเชียงใหม่เองทบทวนเรื่องนี้ก่อนที่จะเกิดปัญหา และความเสียหายขึ้น หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้เป็นแนวคิดของใคร ท่านผู้บริหารหรือฝ่ายไหน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...