โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อินโดฯ สั่งเฆี่ยน 2 ชาย “กอดจูบในห้องน้ำ” ละเมิดกฎศาสนา

อีจัน

อัพเดต 27 ส.ค. 2568 เวลา 11.22 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 04.22 น. • อีจัน

ถือเป็นหนึ่งเหตุการณ์สุดสะเทือนใจในอินโดนีเซีย.. หลังจากชาวบ้านนับร้อยคน ยืนมุงดูการลงโทษที่หลายคนไม่คิดว่าจะยังคงเกิดขึ้นในโลกยุคนี้..

(26 ส.ค. 68) สื่อต่างประเทศ เปิดเผยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองบันดาอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย หลังจากเจ้าหน้าที่ศาสนา ได้ทำการลงโทษชายหนุ่มวัย 20 และ 21 ปี รวม 2 คน โดยการเฆี่ยนด้วยไม้หวายจนหลังลาย เลือดซึม ด้วยเหตุเพราะทั้งคู่กอดจูบในห้องน้ำ

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มจากเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่สวนสาธารณะ “ตามันซารี” กลางเมืองบันดาอาเจะห์ หลังมีชาวบ้านพบเห็นชาย 2 คนเดินเข้าห้องน้ำสาธารณะด้วยกัน และมีพฤติกรรมน่าสงสัย ก่อนรีบแจ้งตำรวจศาสนา (Wilayatul Hisbah) ให้เข้าตรวจสอบ เมื่อบุกเข้าไปจึงพบว่าทั้งคู่กำลังกอดและจูบกันในห้องน้ำ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทันที

หลังการสอบสวนและพิจารณาคดี ศาลชารีอะห์ได้ตัดสินว่าการกอดและจูบกันในที่ลับตาเช่นนี้ เข้าข่าย “การกระทำที่นำไปสู่เพศสัมพันธ์ต้องห้าม” ตามกฎหมายอิสลามในอาเจะห์ และตัดสินให้ทั้งคู่รับโทษเฆี่ยนคนละ 80 ครั้ง

ต่อมา การลงโทษจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ณ สวนสาธารณะบัสตานุสซาลาติน มีการตั้งเวทีไม้ และให้ผู้ต้องโทษคุกเข่า พร้อมมีเจ้าหน้าที่สวมชุดคลุมและหน้ากากดำทำการเฆี่ยน ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความหดหู่ ท่ามกลางชาวบ้านนับ 100 คนที่มายืนล้อมดู พร้อมส่งเสียงตลอดเหตุการณ์

อาเจะห์ ถือเป็นจังหวัดเดียวของอินโดนีเซียที่บังคับใช้กฎหมายชารีอะห์เต็มรูปแบบ การเฆี่ยนต่อหน้าสาธารณชนถือเป็นบทลงโทษปกติ ซึ่งความผิดที่ถูกลงโทษมีตั้งแต่การเล่นการพนัน ดื่มแอลกอฮอล์ มีชู้ ไม่ไปละหมาดวันศุกร์ ไปจนถึงการใส่เสื้อผ้ารัดรูปของผู้หญิง และการแสดงออกทางเพศสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน นอกจากชาย 2 คนนี้แล้ว ในวันเดียวกันยังมีผู้ถูกเฆี่ยนอีก 8 ราย ในข้อหาคบชู้และเล่นการพนัน

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรกที่อาเจะห์ลงโทษคดีรักร่วมเพศด้วยการเฆี่ยน เมื่อปี 2558 มีการเฆี่ยนต่อหน้าสาธารณชนมาแล้วอย่างน้อย 4 ครั้ง โดยกฎหมายชารีอะห์ที่ขยายครอบคลุมทั้งชาวมุสลิมและไม่ใช่มุสลิมถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้องค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในและต่างประเทศออกมาประณามอย่างหนัก โดย Amnesty International ระบุว่าเป็น “การละเมิดสิทธิที่โหดร้ายและเป็นการเลือกปฏิบัติที่รัฐอนุญาต” พร้อมชี้ว่า“ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่ที่ยินยอมกัน ไม่ควรถูกทำให้เป็นอาชญากรรม”

ขณะที่ ไมดินา รามาวาตี จากสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอินโดนีเซีย ระบุว่า “การเฆี่ยนต่อหน้าสาธารณชนเป็นการลงโทษที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และยังทำให้ภาพลักษณ์อินโดนีเซียเสียหาย” แต่ในอีกด้านหนึ่ง ชาวบ้านบางส่วนกลับเห็นว่าบทลงโทษนี้จำเป็น อาทิ ชาวบ้านรายหนึ่งให้ความเห็นว่า“โทษนี้จะเป็นอุทาหรณ์ ทำให้คนไม่กล้าทำผิดอีก”

แล้วลูกเพจคิดเห็นอย่าไรกับเรื่องนี้บ้างคะ ? การลงโทษแบบนี้เหมาะสมแล้วจริง ๆ หรือ..

ขอบคุณข้อมูล : CBS News

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...