โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งานวิจัยพบว่า ‘ผู้หญิง’ เครียดกับเรื่องเงินและงาน มากกว่าผู้ชาย ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ

The MATTER

เผยแพร่ 11 ต.ค. 2567 เวลา 05.52 น. • Brief

งานวิจัยชิ้นใหม่ชี้ให้เห็นว่า ‘ผู้หญิง’ หลายคนต้องดิ้นรนเพื่อที่จะเอาตัวรอดผ่านความยากลำบากในหน้าที่การงานของเธอ อันเนื่องมาจากความเชื่อมั่นทางการเงินระหว่างผู้หญิงและผู้ชายนั้นแตกต่างกันจนเกิดเป็นช่องว่าง

จากการสำรวจผู้หญิงในอังกฤษที่อายุระหว่าง 18 - 30 ปี จำนวน 5,000 คน พบว่า พวกเธอมีความกังวลเรื่องเงิน และมีแนวโน้มที่จะรู้สึกว่าสถานการณ์ทางการเงินของตัวเองแย่ลง และมีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถซื้ออาหารหรือสิ่งจำเป็นอื่นๆ ได้ เมื่อเทียบกับผู้ชายในช่วงวัยเดียวกัน

ตามข้อมูลของทางการ ระบุว่า ปีที่แล้ว (2023) ช่องว่างระหว่างค่าจ้างของผู้ชายและผู้หญิงขยายขึ้นมากที่สุดในหมู่พนักงานที่อายุระหว่าง 30 - 39 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 2.3% เป็น 4.7%

แคลร์ เรนดอร์ป (Claire Reindorp) ผู้อำนวยการบริหารของ Young Women’s Trust ที่ดำเนินการศึกษาเรื่องนี้ บอกว่า ปัญหาสำหรับผู้หญิงช่วงวัยรุ่นคือความไม่มั่นคง พวกเธอจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มงานธุรกิจค้าปลีก การดูแล การบริการ และกลุ่มที่ได้รับค่าจ้างต่ำ และพวกเธอก็ไม่สามารถออกจากกลุ่มนั้นได้

นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบด้วยว่า วัยรุ่นหญิงมีแนวโน้มที่จะก่อหนี้ใหม่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมามากกว่า และออมเงินน้อยกว่าวัยรุ่นชายด้วย

ผลวิจัยชี้ให้เห็นช่องว่างระหว่างเพศในเรื่องงานและการเงินที่ชัดเจนในหลาย ๆ ด้าน เช่น วัยรุ่นหญิง 41% บอกว่า สถานการณ์ทางการเงินของพวกเธอแย่ลงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับวัยรุ่นชาย 27%

ขณะที่วัยรุ่นหญิง 55% รู้สึกหวาดกลัวกับสถานการณ์ทางการเงินในครัวเรือนของพวกเธอ เมื่อเทียบกับวัยรุ่นชายที่รู้สึกเช่นนี้ 43%

วัยรุ่นหญิง 40% ต้องลดรายจ่ายหรือหยุดทำสิ่งที่พวกเธอชอบในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากพวกเธอไม่มีเงินเหลือแล้ว เมื่อเทียบกับวัยรุ่นชายที่ต้องหยุดทำสิ่งที่ชอบ 28%

เรนดอร์ปมองว่าสิ่งนี้มันน่าสิ้นหวังมาก เนื่องจากวิกฤตค่าครองชีพที่ยังไม่หมดไป แม้ว่าจะแสดงให้เห็นบนหน้าข่าวน้อยลงก็ตาม ยังมีกลุ่มคนที่มีปัญหาทางการเงินและไม่มั่นคง ซึ่งวิกฤตนี้กำลังกัดกินพวกเธออย่างหนัก

นอกจากนี้ เรนดอร์ปบอกว่า ยังมีเรื่องของการเหยียดเพศที่เป็นปัจจัยสำคัญ โดยจากการสำรวจผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านทรัพยากรบุคคล เผยให้เห็นว่า บางคนจะไม่จ้างผู้หญิงเพราะความเสี่ยงต่อการมีบุตร และบางคนเชื่อว่าผู้หญิงไม่เหมาะกับงานบริหารระดับสูง

ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ นับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ ช่องว่างค่าจ้างยังคงเท่าเดิมอยู่ที่ประมาณ 7.7% ในสหราชอาณาจักรในปี 2021, 2022 และ 2023

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยววัย 27 ปี บอกกับ The Guardian ว่า อาชีพของเธอถูกจำกัดลงเนื่องจากระบบการดูแลเด็กที่ไม่เพียงพอประกอบราคาที่ไม่แพง เพื่อให้เธอสามารถแข่งขันเพื่อทำงานในระดับเดียวกับผู้ชายได้ และมีความจำเป็นที่จะต้องฝากลูกไว้กับสถานรับเลี้ยงเด็กรายวัน

“ฉันไม่ได้บอกว่าผู้ชายไม่ได้รับผลกระทบ แต่ในทางสถิติแล้ว มันส่งผลกระทบต่อผู้หญิงมากกว่า” เธอกล่าว พร้อมบอกว่า สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าถึงการดูแลเด็กที่ราคาไม่แพงและไม่จำกัดความสามารถในการทำงานของผู้หญิง เธออยากทำงานที่เธอรัก และเธอก็รักในอาชีพของเธอ

อ้างอิงจาก

theguardian.com

inkl.com

ons.gov.uk

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...