โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรรพสามิตยัน คุมตัวผู้ต้องหาไม่ถึง 12 ชม. ไม่ได้อุ้มหาย โชว์หลักฐาน การโอนเงินค่าปรับ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 ส.ค. 2567 เวลา 06.05 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2567 เวลา 05.21 น.

สรรพสามิตยัน คุมตัวผู้ต้องหาไม่ถึง 12 ชม. ไม่ได้อุ้มหาย โชว์หลักฐาน โอนเงินค่าปรับ เข้าบัญชีสรรพสามิตถูกต้อง

วันที่ 22 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายอัมรินทร์ ยี่เฮง เลขาธิการเครือข่ายภาคประชาชน จังหวัดสระแก้ว ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายหิรัญ ไชยกันยา ผู้อำนวยการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ประจำจังหวัดสระแก้ว

เพื่อให้ไต่สวนพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่สรรพสามิตฝ่ายปราบปราม สาขาอรัญประเทศ ฐานทุจริตและประพฤติมิชอบต่อหน้าที่ราชการ โดยมีหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงินจำนวน 3,000 บาท จากธนาคารกสิกรไทยเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นบัญชีส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามคนหนึ่ง

คาดว่า น่าจะเป็นติดเงินสินบนเจ้าหน้าที่ หรือไม่ก็มีการเจรจาลดจำนวนบุหรี่ที่ถูกจับกุมลง เพื่อให้จ่ายค่าปรับน้อยลง เหลือเพียง 3,000 บาท โดยผู้ร้องจึงต้องการให้ ผอ.ป.ป.ช.สระแก้ว ตั้งกรรมการสอบสวน และไต่สวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ที่อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และหากพบว่าเข้าข่ายการกระทำผิด ป.ป.ช.จะต้องชี้มูลความผิด และพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

ล่าสุด กรมสรรพสามิต พื้นที่สระแก้ว ยืนยันคุมตัวผู้ต้องหาขนบุหรี่เถื่อนไม่ถึง 12 ชั่วโมง เป็นไปตามที่กฎหมายอนุญาต ไม่ได้อุ้มหาย พร้อมโชว์หลักฐานการโอนเงินค่าปรับที่ได้รับมา เข้าบัญชีสำนักงานสรรพสามิตถูกต้อง ครบถ้วน

ระบุว่า “ตามที่มีข่าวปรากฏ กรณีที่ประชาชนมายื่นหนังสือร้องเรียนกรมสรรพสามิต ขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สระแก้ว โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่กระทำผิดกฎหมายและส่อไปในทางทุจริตจำนวน 2 กรณี ประกอบด้วย

1.เจ้าหน้าที่กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 (พ.ร.บ.อุ้มหาย) โดยอ้างว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 เวลา 04.00 น. ที่ อ.คลองหาด จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ได้จับรถกระบะลักลอบขนบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมาย จำนวน 50 ลัง พร้อมผู้ต้องหา 1 ราย และได้ควบคุมผู้ต้องหาไปที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สระแก้ว สาขาอรัญประเทศ เป็นเวลานาน 15 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 (พ.ร.บ.อุ้มหาย) ก่อนนำไปบันทึกการจับกุม ที่ สภ.คลองน้ำใส ซึ่งเป็นคนละพื้นที่รับผิดชอบกับ อ.คลองหาด สถานที่จับกุม

2.เจ้าหน้าที่ทุจริตและประพฤติมิชอบ โอนเงินค่าปรับเข้าบัญชีตัวเอง โดยอ้างว่าเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เจ้าหน้าที่แจ้งให้ญาติผู้ต้องหาชาวกัมพูชาที่ถูกจับ พร้อมของกลางยาสูบที่มิชอบด้วยกฎหมาย ดำเนินการโอนเงินค่าปรับเข้าบัญชีของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริตและประพฤติมิชอบ

กรมสรรพสามิต ขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ซึ่งก่อให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อกรมสรรพสามิตและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จึงข้อให้ข้อมูลที่ถูกต้องพร้อมเอกสารประกอบดังนี้

กรณีที่ 1 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 เวลา 04.00 น. เจ้าหน้าที่สรรพสามิตได้บูรณาการกับกรมทหารราบที่ 2 และกองกำลังบูรพา ร่วมกันจับยาสูบที่ลักลอบนำเข้ามาในประเทศ จำนวน 50 ลัง หรือ 25,000 ซอง พร้อมผู้ต้องหา 1 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดตามผู้ต้องหามาจากบ้านเขาสารภี

ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.คลองน้ำใส แต่สามารถสกัดจับได้ที่ อ.คลองหาด ซึ่งพื้นที่ทั้งสองเป็นเขตพื้นที่ที่ต่อเนื่องกันในเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สระแก้ว สาขาอรัญประเทศและได้ทำการเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหาไม่ยอมจ่ายค่าปรับ ต่อมามีบุคคลติดต่อมาที่สรรพสามิตพื้นที่สระแก้ว แจ้งว่าจะขอพบผู้ต้องหาและจะทำการจ่ายค่าปรับให้

ซึ่งในขณะนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการสืบสวนขยายผลคดี จึงยังไม่สามารถส่งตัวผู้ต้องหาไปยังสถานีตำรวจ กระทั่งในช่วงเวลาประมาณ 14.00-15.00 น. บุคคลที่ได้ทำการติดต่อก่อนหน้าว่าจะทำการจ่ายค่าปรับได้เดินทางมาถึงสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สระแก้ว สาขาอรัญประเทศ และจะทำการจ่ายค่าปรับให้ แต่มีเงินไม่พอจ่าย จึงยังไม่สามารถจ่ายค่าปรับได้

จากนั้นเมื่อมีการดำเนินการสืบสวนและขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วน อีกทั้งรอเวลาให้มีการมาชำระค่าปรับ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการนำส่งตัวผู้ต้องหาไป สภ.คลองน้ำใส ในเวลา 16.30 น.

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ทราบดีถึงกฎระเบียบในการดำเนินการต่างๆ รวมถึงระยะเวลาที่จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาว่ามีการกักตัวเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาตไว้ 12 ชั่วโมง

ดังนั้น จึงได้มีการระมัดระวังในเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัด จะเห็นว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้รอให้มีการมาชำระค่าปรับตามที่มีบุคคลประสานขอมาจ่ายค่าปรับ แต่เมื่อมาแล้วมีเงินไม่พอจ่าย เจ้าหน้าที่ก็ยังคงรอให้มีการมาชำระค่าปรับ แต่เมื่อใกล้ถึงเวลาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่จึงต้องนำตัวผู้ต้องหาไปส่ง สภ.คลองน้ำใส เพื่อไม่ก่อให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ เมื่อมีการนับระยะเวลาตั้งแต่ 05.00 น.ที่ควบคุมผู้ต้องหาไปที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สระแก้ว สาขาอรัญประเทศ จนถึงเวลา 16.30 น.ที่นำตัวผู้ต้องหาไป สภ.คลองน้ำใส

พบว่า ระยะเวลาไม่เกิน 12 ชั่วโมง ตามที่กฎหมายอนุญาตไว้ ดังนั้นจึงไม่เป็นความจริงที่ว่า เจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่สระแก้ว กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 (พ.ร.บ.อุ้มหาย)

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่สระแก้วได้ทำรายงานข้อมูลที่ถูกต้องไปยังที่ว่าการอำเภออรัญประเทศและสำนักงานอัยการ จ.สระแก้ว เรียบร้อยแล้ว

กรณีที่ 2 กรมสรรพสามิตได้รับรายงานข้อเท็จจริงจากสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สระแก้วระบุว่า เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เจ้าหน้าที่ปราบปราม สังกัดสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สระแก้ว ได้จับผู้ต้องหาชาวกัมพูชา พร้อมของกลางยาสูบผิดกฎหมายที่ไม่ได้เสียภาษี จำนวน 180 ซอง ตามความผิดมาตรา 203 มีไว้ในครอบครองสินค้าที่มิได้เสียภาษี โดยมีการนำผู้ต้องหาไปที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สระแก้ว สาขาเมืองสระแก้ว เพื่อเปรียบเทียบปรับ จำนวน 29,944.80 บาท แต่ผู้ต้องหามีเงินสดเพียง 26,944.80 บาท ซึ่งไม่พอสำหรับการชำระค่าปรับ

ผู้ต้องหาจึงได้ทำการติดต่อญาติเพื่อให้โอนเงินค่าปรับส่วนที่ยังขาดอยู่จำนวน 3,000 บาทมาให้ แต่เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นชาวกัมพูชาและไม่มีบัญชีธนาคารในประเทศไทย ผู้ต้องหาจึงได้จัดทำหนังสือและลงนามร้องขอใช้บัญชีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเพื่อให้ญาติโอนเงินค่าปรับส่วนที่ขาดจำนวน 3,000 บาทมาให้

โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ทราบว่ามีเงินโอนเข้าบัญชีของตน จึงได้ดำเนินการโอนเงินจำนวน 3,000 บาทเข้าบัญชีพักสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สระแก้ว สาขาเมืองสระแก้วในทันที โดยทางเจ้าหน้าที่มีเอกสารสำเนาสลิปการโอนทั้งจากทางผู้ต้องหาที่โอนมาให้ และสลิปการโอนที่เจ้าหน้าที่ได้โอนไปให้ยังบัญชีสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สระแก้ว เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ดี จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กรมสรรพสามิตได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อสืบสวน รวบรวมข้อเท็จจริง ทั้งข้อกฎหมายและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความยุติธรรมและชอบธรรมต่อทั้งตัวผู้ต้องหา และเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวพาดพิงถึง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้และมีธรรมาภิบาล

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรรพสามิตยัน คุมตัวผู้ต้องหาไม่ถึง 12 ชม. ไม่ได้อุ้มหาย โชว์หลักฐาน การโอนเงินค่าปรับ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...