โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลุ่มบริษัทเอไอเอ เปิดผลงานครึ่งปีแรกสร้างสถิติใหม่ดันมูลค่าธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 25%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ส.ค. 2567 เวลา 15.48 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2567 เวลา 08.48 น.

กลุ่มบริษัทเอไอเอ แถลงผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2567 มีมูลค่าธุรกิจใหม่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี และมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ผลตอบแทนผู้ถือหุ้น 3.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ และเงินปันผลระหว่างกาลต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2

นายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ เปิดเผยถึง ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 ว่า กลุ่มบริษัทเอไอเอ มีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 ถือเป็นสถิติใหม่ คิดเป็นมูลค่า 2,455 ล้านเหรียญสหรัฐ ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 คิดเป็น 4,546 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) กำไรของธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 3.3 จุด เป็นร้อยละ 53.9 โดยเป็นกำไรจากการดำเนินงานบนมูลค่าพื้นฐานของกิจการ (EV operating profit) อยู่ที่ 5,350 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 29 ต่อหุ้น ขณะที่ อัตราผลตอบแทนจากการดำเนินงานบนมูลค่าธุรกิจประกันภัย (ROEV) อยู่ที่ร้อยละ 16.5 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12.9 ในช่วงตลอดปี 2566 ที่ผ่านมา

สำหรับผลการดำเนินงานและการลงทุนเป็นไปในทิศทางที่ดีในช่วงครึ่งปีแรก

โดยในส่วนทุนตามมูลค่าธุรกิจประกันภัย (EV Equity) อยู่ที่ 70.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ หลังการคืนทุนให้แก่ผู้ถือหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อหุ้นในช่วงครึ่งปีแรก โดยมีกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) อยู่ที่ 3,386 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อหุ้น

อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ร้อยละ 15.3 เพิ่มขึ้นมาจากร้อยละ 13.5 ในปี 2566 ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) ต่อหุ้นตามเป้าหมายอัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อปี (CAGR) จากร้อยละ 9 เป็นร้อยละ 11 ตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2569

โดยมีมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน (UFSG) อยู่ที่ 3,391 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อหุ้น เงินกองทุนส่วนเกินสุทธิ (Net FSG)(3) อยู่ที่ 2,243 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังการลงทุนซ้ำในกรณีการเติบโตภายในของธุรกิจใหม่ อัตราส่วนทุนของผู้ถือหุ้น (4) อยู่ที่ร้อยละ 242 ตามหลักของฐานงบการเงินล่วงหน้า (pro forma basis)

ส่วนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในช่วงครึ่งปีแรก จำนวน 3.4 พันล้านเหรียญสหรัฐผ่านการจ่ายเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน อีกทั้งการเพิ่มมูลค่า 2.0 พันล้านเหรียญสหรัฐสำหรับโครงการซื้อหุ้นคืนที่ประกาศในเดือนเมษายน ส่งผลให้ยอดรวมอยู่ที่ 12.0 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีเงินปันผลระหว่างกาลอยู่ที่ 44.50 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2

นายหลี่ กล่าวว่า เอไอเอได้แสดงผลงานอันยอดเยี่ยมในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 โดยประสบความสำเร็จในการสร้างผลกำไรทางธุรกิจใหม่ การเติบโตของกำไรอย่างมีนัยสำคัญ การสร้างเงินกองทุนส่วนเกินที่แข็งแกร่ง และคืนผลตอบแทนจำนวนมากให้แก่ถือหุ้น

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ประกาศกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) ต่อหุ้น และเป้าหมายอัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อปี (CAGR) จากร้อยละ 9 ไปเป็นร้อยละ 11 ตั้งแต่ปี 2566 ถึง 2569 โดยมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 เป็นผลโดยตรงมาจากความสามารถของเอไอเอในการส่งมอบธุรกิจใหม่ที่ทำกำไรได้หลายครั้งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะสมอยู่ในตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาเพื่อรักษาการเติบโตของรายได้และกระแสเงินสด

ขณะเดียวกัน ในช่วงช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 บริษัทได้ให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น จำนวน 3.4 พันล้านเหรียญสหรัฐผ่านการจ่ายเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน

อีกทั้งคณะกรรมการได้ประกาศเพิ่มโครงการซื้อหุ้นคืนของบริษัทอีก 2.0 พันล้านเหรียญสหรัฐในเดือนเมษายน ส่งผลให้ยอดรวมอยู่ที่ 12.0 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคณะกรรมการได้ประกาศเพิ่มเงินปันผลระหว่างกาลอีกร้อยละ 5.2 เป็น 44.50 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งอย่างมากของเอไอเอ ตลอดจนความเชื่อมั่นในการดำเนินงานและทางการเงินในอนาคตของบริษัท

“ทั้งนี้ เอไอเอ ยังอยู่ในตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมกับการใช้ประโยชน์จากโอกาสการเติบโตเชิงโครงสร้างระยะยาวในเอเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่น่าดึงดูดใจที่สุดในโลกธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ จึงมั่นใจว่าด้วยการดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ที่ชัดเจนและมีเป้าหมายที่แน่วแน่ของเราอย่างต่อเนื่อง จะยังคงสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่เอไอเอมีอยู่อย่างมากมายได้ต่อไป เพื่อคว้าโอกาสในการสร้างมูลค่าผู้ถือหุ้นที่ยั่งยืนในระยะยาว”

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงประกันภัย ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...