โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ลุยแก้ใบด่างมันสำปะหลัง เร่งผลิตท่อนพันธุ์ ปรับสูตรปุ๋ยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต 10%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ส.ค. 2567 เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2567 เวลา 03.39 น.

กรมวิชาการเกษตรผลิตท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง ต้านทานโรคใบด่าง 1 ล้านลำ พร้อมแนะปลูกมันสำปะหลังให้ผลผลิตดี ต้องตรวจวิเคราะห์ดิน พร้อมแนะวิธีการใช้ปุ๋ยช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้ 20% ผลผลิตเพิ่ม 10%

วันที่ 17 สิงหาคม 2567 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร (กวก.) เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรเร่งดำเนินโครงการผลิตท่อนพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง หน่วยงาน สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน เป้าหมาย ปีที่ 1 จำนวนท่อนพันธุ์ 200,000 ลำ ในพื้นที่ 100 ไร่ ในพื้นที่ 13 ศูนย์วิจัย ได้แก่ ศูนย์วิจัยพืช และในปีที่ 2 จำนวนท่อนพันธุ์ 800,000 ลำ รวมเป็น 1 ล้านลำ

โดยดำเนินการภายใต้ 2 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ 1 การขยายท่อนพันธุ์ทันสำปะหลังพันธ์ต้านทานโรคใบด่างพันธ์ และกิจกรรมที่ 2 การศึกษาความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมในแหล่งปลูกของมันสำปะหลังพันธุ์ต้านทานโรค

“ฤดูกาลผลิต 2567/2568 คาดผลผลิตมันสำปะหลังจะมีผลผลิตและผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาหัวมันสดที่เกษตรกรขายได้อยู่ในเกณฑ์ดีและเป็นพืชที่ทนแล้ง จึงจูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น”

ด้านนายอนุสรณ์ เทียนศิริฤกษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา ได้วิจัยร่วมกับหน่วยงานในกรมวิชาการเกษตร โดยออกคำแนะนำการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ให้เป็น 3 เท่า ภายใน 4 ปี ตามนโยบายรัฐบาล

ซึ่งจากการทดลองในแปลงทดลองของเกษตรกร พบว่าหากเกษตรกรมีการวิเคราะห์ดิน มีคำแนะนำการใช้ปุ๋ยแล้วผลผลิตของเกษตรกรส่วนใหญ่จะเพิ่มขึ้นประมาณ 10%ขณะที่ปุ๋ยเป็นต้นทุน 30% ของต้นทุนการผลิตมันสำปะหลังต่อไร่ เมื่อมีการวิเคราะห์ดิน แล้วออกคำแนะนำการใช้ปุ๋ยต้นทุนค่าปุ๋ยจะลดลงอย่างน้อย 20% ของต้นทุนปุ๋ย

“กลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา เหมือนหมอที่จะประเมินอาการของดิน ก่อนที่จะออกคำแนะนำการใช้ปุ๋ย เมื่อเกษตรกรส่งดินมาให้ตรวจสอบดูว่าในดินมีธาตุอาหารอะไรบ้าง พอรู้แล้วก็จะประเมินอาการ หากธาตุอาหารตัวไหนขาดก็จะให้ใส่เพิ่ม แต่หากมีอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องใส่ เพราะปุ๋ยเป็นต้นทุนมากกว่า 30% ของต้นทุนการผลิตด้านการเกษตร หลังจากวิเคราะห์ดินเพื่อทราบถึงแนวทางการจัดการดินและปุ๋ยอย่างเหมาะสม เกษตรกรจะไม่สูญเสียเงินค่าปุ๋ยมากไปในส่วนที่ดินมีธาตุอาหารเพียงพออยู่แล้ว โดยแปลงสาธิตต้นทุนการใช้ปุ๋ยลดลง 20% ของต้นทุนการใช้ปุ๋ย หรือลดลงประมาณ 6% ของต้นทุนการผลิต”

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า มันสำปะหลังสามารถปลูกได้หลากหลาย ตั้งแต่ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ไปถึงสูง เป็นที่ดอน ดินเนื้อหยาบ ได้แก่ ดินทราย ดินร่วน หรือดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำดี ดังนั้น การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินนั้น เป็นการใช้ปุ๋ยให้ตรงกับระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน และความต้องการธาตุอาหารของมันสำปะหลัง ผลวิเคราะห์ดินสามารถบอกถึงปริมาณธาตุอาหาร ที่เป็นประโยชน์กับพืช ว่าอยู่ในระดับใด เพื่อเป็นแนวทางการใช้ปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมตามความต้องการของพืช สามารถใช้ปุ๋ยได้ถูกอัตรา

เกษตรกรควรเก็บตัวอย่างดินหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตมาวิเคราะห์ในทุก ๆ ปี เพื่อทราบระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน การปรับปรุงดิน และการจัดการธาตุอาหารที่เหมาะสมในปีต่อ ๆ ไป โดยสามารถส่งตัวอย่างดินมาวิเคราะห์ได้ที่ กลุ่มวิจัยเกษตรเคมี กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรุงเทพฯ หรือสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1-8 หรือศูนย์วิจัยและพัฒนา การเกษตรทั่วประเทศ

สำหรับวิธีการเก็บตัวอย่างดินทำได้ดังนี้ 1.แบ่งแปลงเก็บตัวอย่างดินตามสภาพของพื้นที่ ชนิดดิน ความลาดเอียงของพื้นที่ เพื่อให้พื้นที่มีความสม่ำเสมอ ขนาดพื้นที่ 5-10 ไร่ต่อแปลง 2.เก็บตัวอย่างดินให้ทั่วพื้นที่อย่างน้อย 5-10 จุดต่อแปลง ที่ความลึก 0-20 เซนติเมตร 3.นำตัวอย่างดินมาคลุกให้เข้ากัน และแบ่งใส่ถุงประมาณ 1 กิโลกรัม พร้อมบันทึกรายละเอียดตัวอย่าง เช่น สถานที่เก็บตัวอย่าง เป็นต้น 4.นำตัวอย่างดินส่งวิเคราะห์ตามหน่วยงานที่รับวิเคราะห์ตัวอย่างดิน

หากเกษตรกรต้องการปรึกษาขั้นตอนการเก็บตัวอย่างดิน หรือปรึกษาปัญหาการใช้ปุ๋ย สามารถติดต่อมาที่ กลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เลขที่ 50 ลาดยาว จตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์ 0-2579-7514 0-2579-4116

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลุยแก้ใบด่างมันสำปะหลัง เร่งผลิตท่อนพันธุ์ ปรับสูตรปุ๋ยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต 10%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...