โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วันนี้เมื่อ 28 ปีที่แล้ว 4 ส.ค.2539 นาทีประวัติศาสตร์ สมรักษ์ คำสิงห์ คว้าเหรียญทองโอลิมปิก

Khaosod

อัพเดต 04 ส.ค. 2567 เวลา 03.45 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2567 เวลา 03.45 น.
วันนี้เมื่อ 28 ปีที่แล้ว 4 ส.ค.2539 นาทีประวัติศาสตร์ สมรักษ์ คำสิงห์ คว้าเหรียญทองโอลิมปิก

วันนี้เมื่อ 28 ปีที่แล้ว 4 ส.ค.2539 นาทีประวัติศาสตร์ สมรักษ์ คำสิงห์ คว้าเหรียญทองโอลิมปิก การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่แอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา

วันที่ 4 สิงหาคม 2539 (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังจากส่งทีมนักกีฬาไทย เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกครั้งแรก ในปีพ.ศ.2495 ที่เฮลชิงกิ ประเทศฟินแลนด์ คนไทยต้องรออีกถึง 44 ปี ถึงมีโอกาสได้สัมผัสและชื่นชมกับชัยชนะของสมรักษ์ คำสิงห์ ที่สามารถคว้าเหรียญทองมวยสากลสมัครเล่น รุ่นเฟเธอร์เวท ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่แอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา นับเป็นนักกีฬาคนแรกของไทย ที่ได้เหรียญทองโอลิมปิก

ปรีชา สุขสวัสดิ์ ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานนาทีประวัติศาสตร์ ในครั้งนั้น ดังนี้

ยกหนึ่งประเดิมคะแนนแรกการชกยกแรก สมรักษ์เป็นฝ่ายตั้งรับชิงดักต่อยจังหวะสอง ขณะที่ เซอราทิม โตโดรอฟ คู่ชกจากบัลแกเรียพยายามออกหมัดเข้าบริเวณใบหน้าให้ได้ แต่ไม่เป็นผลนักชกไทยคะแนนนำไปก่อน 2-1 ขึ้นยกที่ 2 สมรักษ์ ยังคงเป็นฝ่ายตั้งรับ เน้นการออกหมัดให้แน่นอน กลางยกนักชกจากบัลแกเรียพลาดท่าโดนหมัดตรงนักชกไทยเข้าไปหลายขนาน ทำเอาโอนเอนหลบไม่ทัน ทำให้คะแนน ในยกนี้ สมรักษ์ นำห่างไปเป็น 5-2

ยกสุดท้าย นักชกไทยยงคงรักษาสไตล์การชกเดิม ไม่เข้าทำ ปล่อยให้ โตโดรอฟเป็นฝ่ายบี้เนื่องจากสมรักษ์ทราบดีว่าคะแนนนำ ทำเอาบรรยากาศในเวทีของกองเชียร์ไทยหวาดเสียวเกือบทั้งยก เมื่อเห็นนักชกไทยเล่นเอาแต่หลบหลีก แถมคะแนนก็ยังหนีไม่ห่าง ถึงกลางยก สมรักษ์อาศัยความสดชิงจังหวะชกเก็บคะแนนได้อีก ก่อนที่จะถูกตามมาอีก ดีว่าในช่วงท้ายยกต่อยมาได้อีก 1 หมัดครบยกเลยชนะคะแนนไป 8-5

หลังการชกสมรักษ์พอรู้ว่าชนะแน่ก็เลยวิ่งรอบเวที ชูภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนที่จะมาหยุดกลางเวทีเพื่อรอให้กรรมการชูมือ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของชาวไทยและชาวต่างประเทศ กระทั่งกรรมการชูมือให้เป็นผู้ชนะ จนทำเอานักชกจากเมืองขอนแก่นร้องไห้อีกมือหนึ่งชูภาพพระบรมฉายาลักษณ์ อีกมือชูกำปั้น

ภาพที่ 'สมรักษ์ คำสิงห์' ได้รับการชูมือชนะ แชมป์โลก 3 สมัยจากบัลแกเรีย ในขณะที่มืออีกข้างชูพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขึ้น เหนือศีรษะนั้น ทำเอาผู้ชมชาวไทยทั้งในสนามอเล็กซานเดอร์ เมโมเรี่ยล โคลีเซียม และที่ติดตามชมการถ่ายทอดสดอยู่ทางเมืองไทยเกิดอาการขนลุกซู่ด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกเหมือนกันหมด

มาจนถึงช่วงก่อนการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ได้ไม่นาน สมรักษ์เผยว่าเขาต้องพบกับความเสียใจมากที่สุดครั้ง หนึ่งในชีวิต เมื่อ 'น้องอ้อย“เสาวนีย์ คำสิงห์ ภรรยาสาว แท้งลูกระหว่างที่เขาเก็บตัวอยู่ที่เมืองเฟสโน สหรัฐอเมริกา

"ตอนนั้นยอมรับว่าเสียใจมาก แต่ภาระที่ต้องการฝึก เพื่อเอาเหรียญทองกลับบ้าน ประกอบกับอ้อยแฟนผมกำลังใจเขาดีมาก เลยมีความมุ่งมั่นที่จะพบความสำเร็จและผมเองคิดอยู่เสมอว่าตัวเองพบโชคร้ายก่อนเมื่อไรโชคดีจะตามมาทุกครั้งไป"สมรักษ์ หรือ “เจ้าบาส” ให้สัมภาษณ์ “ข่าวสด”

อย่างเช่นก่อนการแข่งขันฮิโรชิม่าเกมส์เขาเคยสูญเสียรถปิกอัพ เพราะโดนขโมยก่อนคว้าเหรียญทองมาครองได้

ก่อนเข้าสู่วงการมวยสากลสมัครเล่น สมรักษ์ ชกมวยไทย ในนาม "พิมพ์อรัญเล็ก ศิษย์อรัญ" “โดยมีสถิติการชกมวยไทยราว 200 ครั้ง แพ้เพียง 16 ครั้ง และน้อยครั้งนักที่จะถูกน้อกเอาต์ เป็นนักมวยที่ไม่ค่อยมีริ้วรอยบาดแผลบนใบหน้ามากนัก เพราะลีลาการชกที่แคล่วคล่องและชาญฉลาดนั้นเอง

ในส่วนของมวยสมัครเล่นนั้น สมรักษ์พัฒนาเชิงชกขึ้นมาอย่างเร็วมาก ความที่เจ้าตัวเป็นนักชกที่มีสายตาดี การออกหมัดแคล่วคล่องทำให้เขาเป็นความหวังลึกๆของสมาคมมวยสมัครเล่นที่ตั้งเป้าหมายจะสร้างนักชกคว้าเหรียญทองในโอลิมบิกเกมส์ให้ได้ และ ฮวน ฟอนตาเนียล โค้ชขาวคิวบามีส่วนช่วยขัดเกลาฝีมือของเขาชนิดดีขึ้นผิดหูผิดตา

"เอาเป็นว่าความฝันในชีวิตของผมไม่มีอะไรอื่นนอกจากชกมวย"

"ถ้าพูดกันที่จริงๆแล้วชีวิตผมเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมา ได้ก็เพราะการชกมวยนี่แหล่ะครับ.."
.
#โอลิมปิก #เหรียญทอง #สมรักคำสิงห์ #Olympic #วันนี้ในอดีต #OnThisDay #ศูนย์ข้อมูลมติชน #MatichonMIC

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วันนี้เมื่อ 28 ปีที่แล้ว 4 ส.ค.2539 นาทีประวัติศาสตร์ สมรักษ์ คำสิงห์ คว้าเหรียญทองโอลิมปิก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...