24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 17 กันยายน 2567
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 17 กันยายน 2567
>> คุณป้าวัย 60 ปีขี่รถจักรยานยนต์ ชนกับรถพ่วง เสียชีวิตกลางถนน
06.53 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิสยามพะเยา อ.เชียงคำ มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถพ่วง และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บนถนนหมายเลข 1021 เยื้องทางเข้าวัดกิ่วชมภู ในพื้นที่ ม.6 ต.น้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ป้ายทะเบียน พะเยา ล้มคว่ำสภาพพังเสียหายอยู่ที่ท้ายรถพ่วง อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน เชียงใหม่ ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บหญิง 1 ราย มีอาการสาหัสและหมดสติ ทางอาสาสมัครเร่งช่วยเหลือแต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสารทราบชื่อ นางบัวเลย อายุ 60 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงคำ
>> เพลิงไหม้รถยนต์ริมถนน ประชาชนช่วยดับทัน เสียหายเฉพาะห้องเครื่อง
08.00 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ถนนนครราชสีมา บริเวณหน้าโรงเรียนราชวินิต ประถมศึกษา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง ยี่ห้อแลนด์โรเวอร์ สีแดง หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง สาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟภายในห้องเครื่องยนต์ เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะห้องเครื่องยนต์ ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำช่วยระบายความร้อน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
>> คนร้ายลอบวางระเบิด บันนังสตา ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 4 นาย
10.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนลอบวางระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ทหารพราน ชุดเฉพาะกิจ (ฉก.33) ขณะลาดตระเวนในพื้นที่และรักษาความปลอดภัยเส้นทาง ในพื้นที่บ้านบาเจาะ หมู่ที่ 2 ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา
แรงระเบิดทำให้รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ทหาร พลิกคว่ำตกข้างทาง ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 4 นาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลบันนังสตา
จากการสอบสวนทราบว่า เหตุเกิดขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพราน ฉก.ทพ.33 ขับรถยนต์กระบะ 4 ประตู ของทางราชการ พร้อมด้วย กำลังพล ออกทำการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ระหว่างทางคนร้ายได้กดชวนระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนเป็นเหตุทำให้รถยนต์ของหน่วย พลิกคว่ำตกข้างทาง ได้รับความเสียหาย และมีเจ้าหน้าที่ทหารพราน ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
>> รถไฟชนกับรถกระบะ จุดตัดทางรถไฟ อ.ละแม จ.ชุมพร เสียชีวิต 3 ศพ
10.30.น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ละแม จ.ชุมพร ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุรถไฟชนกับรถยนต์กระบะเบื้องต้นทราบว่า มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนทางตัดข้ามทางรถไฟบ้านหัวมาด ม.5 ตำบลทุ่งหลวง อ.ละแม จ.ชุมพร
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่บริเวณทางลักผ่าน บริเวณทางตัดกับทางรถไฟบ้านหัวหมาด ม.5 ต.ทุ่งหลวง อ.ละแม จ.ชุมพร ระหว่างละแม-คลองขนาน พบรถกระบะถูกขบวนรถไฟลากไปไกลจากจุดเกิดเหตุเกือบ 1 กิโลเมตร เป็นรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ ตอนครึ่ง สีขาว ทะเบียน จังหวัดชุมพร สภาพถูกรถไฟชนเสียหายทั้งคัน อยู่ริมทางรถไฟ ห่างจากซากรถกระบะออกไปประมาณ 50 เมตร พบรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 40 สุราษฎร์ธานี-สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยมีพนักงานการรถไฟยืนอยู่ท้ายขบวน มีร่องร่อยเสียหายที่หัวจักร
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตจำนวน 3 คน เป็นหญิงไทย 2 ราย อายุ 44 ปี และอายุ 51 ปี, ชายไทย อายุ 57 ปี ทั้งสามศพร่างกระเด็นออกจากตัวรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าชันสูตรพลิกศพ ก่อนให้กู้ภัยลำเลียงร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดส่งชันสูตรโรงพยาบาลละแม อย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนต่อไป
>> นายกฯ เผย ครม.อนุมัติงบกลาง จำนวน 3,045 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2567
11.50 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอหลักเกณฑ์ การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2567 และขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำงบประจำปีงบประมาณประจำปี 2567 งบกลาง เป็นจำนวน 3,045 ล้านบาท โดยให้กระทรวงมหาดไทยเร่งขั้นตอนและกระบวนการตรวจสอบความเหมาะสมกับสถานการณ์และลดขั้นตอนเอกสารที่ต้องยื่นให้การช่วยเหลือต่าง ๆ ให้การเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว
โดยได้สั่งการให้ทุกส่วนราชการเร่งพิจารณาถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเพิ่มเติมจากกรณีปกติที่ดำเนินการอยู่แล้ว หากมีเรื่องใดที่มีความจำเป็นเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เร่งดำเนินการให้การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว รวมถึงระบบการแจ้งเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
ส่วนกรอบระยะเวลาที่จะจ่ายเงินเยียวยาได้เร็วที่สุดจะเป็นเมื่อไหร่นั้น นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า เมื่อวานรัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม หรือ ศปช. ซึ่งจะมีการเรียกประชุมในวันพรุ่งนี้ (18 ก.ย.67) ก็คาดว่าจะมีรายงานออกมาจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ศปช. ขณะที่การพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหารือถึงมาตรการการระบายน้ำร่วมกันนั้น ทางกระทรวงการต่างประเทศ กำลังจะมีการพูดคุยกับประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง เช่น ประเทศเมียนมา เพื่อหาทางออกร่วมกัน ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยกันอย่างจริงจัง เพราะเป็นปัญหาที่พบเจอเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งประเทศไทยได้เป็นประธานในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงด้วย คิดว่าไทม์ไลน์ก็สามารถเริ่มพูดคุยได้ทันที
>> รวบแก๊งแอบอ้าง สภ.แหลมฉบัง ขู่เหยื่อเอี่ยวฟอกเงิน ค้ายา เสียหายร่วมแสนบาท
12.51 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับคดีนี้ ผู้เสียหายแจ้งว่าได้มีคนร้ายโทรมาอ้างเป็นเจ้าหน้าไปรษณีย์ไทย สำนักงานใหญ่ แจ้งว่ามีพัสดุผิดกฎหมายจัดส่งในนามผู้เสียหาย หลังจากนั้นได้โอนสายให้กับบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แหลมฉบัง โดยอ้างว่า ผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และคดียาเสพติดจำนวน 20,000 เม็ด เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ให้ผู้กล่าวหาโอนเงินไปตรวจสอบ หากไม่เกี่ยวข้องจะได้รับการคุ้มครองจาก ปปง. และโอนเงินทั้งหมดคืนให้ผู้เสียหาย ผู้เสียหายหลงเชื่อกลอุบายของคนร้ายจึงได้โอนเงินไปให้คนร้ายจำนวน 2 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายจำนวน 91,369.94 บาท
ต่อมา บก.สอท. ได้สืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวหลบหนีไปอยู่ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ กระทั่งสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาดังกล่าวได้ คือ นางสาวสอ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ชาวอำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นตนอื่น,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่ง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดย ประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.สอท.3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> มท.1 ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม พะเยา เผย น้ำลงแล้ว ไม่ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัต
12.54 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัย ที่ จ.พะเยา ระบุว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้คุยกันทางโทรศัพท์แล้ว ท่านรายงานสถานการณ์ว่าควบคุมได้ ดูเรื่องความเสียหายไม่ต้องประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ และขณะนี้น้ำเริ่มลดลงแล้ว จากนี้ ภาครัฐ จะเข้าไปดูแล ช่วยเหลือเพิ่มเติมต่อไป ในพื้นที่อื่นๆ ก็ได้เตรียมมาตรการเยียวยาไว้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และเรื่องที่นายกฯให้แนวทางไว้น่าจะเห็นชอบในหลักการแล้ว อาทิ การยกเว้นค่าไฟฟ้าพื้นที่ประสบภัย เดือน ก.ย. การลดอัตราค่าไฟฟ้า ในเดือนต่อๆ ไป
ส่วนการประปาส่วนภูมิภาค มีมติคณะกรรมการงดเว้นการคิดค่าน้ำ โดยเฉพาะน้ำที่ต้องใช้อุปโภค บริโภค ซึ่งตอนนี้ ชาวบ้าน ต้องฉีดไล่โคลน เราต้องเข้าไปช่วยเหลือ การประปาส่วนภูมิภาค ไม่มีการกำกับควบคุมเรื่องค่าคิวน้ำ หน่วยงานสามารถประกาศยกเว้นได้เลย แต่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่ได้ผลิตไฟฟ้าเอง การขึ้นหรือลดราคาจะมีหน่วยงานกำกับด้วย อย่างไรก็ตาม จะมีการยกเว้นค่าไฟฟ้าไปก่อน แต่จะมีงบกลางจากนายกฯมารองรับไว้ ซึ่งในส่วนของค่าไฟจะต้องเข้าที่ประชุมครม. อีกทั้งงบกลางที่เสนอขอวันนี้จะมีหลายหมวด ทั้งหมวดเยียวยา ซ่อมแซม และลดค่าสาธารณูปโภค
>> อุทกภัยในพื้นที่ 13 จังหวัด ยังคงระดมสรรพกำลังให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง
13.00 น. นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 13 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย สุโขทัย พิษณุโลก หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ ปราจีนบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา พังงา ชุมพร ภูเก็ต และสตูล รวม 45 อำเภอ 192 ตำบล 934 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,831 ครัวเรือน สำหรับพื้นที่ประสบอุทกภัยในภาคเหนือ ขณะนี้ระดับน้ำได้ลดระดับลงแล้ว การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจึงมุ่งไปที่การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับมาสู่สภาพเดิมโดยเร็ว
>> ปะทะเดือด ขบวนการค้ายายึดได้ 1 ล้านเม็ด กลางป่าบ้านแม่คำน้อย อ.แม่ฟ้าหลวง เชียงราย
15.48 น. กองกำลังผาเมือง เข้าพื้นที่ทำการตรวจสอบการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ม.1 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กับ กลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติด โดยสามารถยึดยาบ้าได้ประมาณ 1 ล้านเม็ด บริเวณป่าพื้นที่บ้านแม่คำน้อย หมู่ 18 ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
การปะทะกันดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 03.20 น.ที่ผ่านมา กำลังทหารร้อย ม.1 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 บริเวณพื้นที่ชายแดน บ้านแม่คำน้อย พบกลุ่มคนเป็นชายประมาณ 5-6 คนเดินลัดเลาะมาตามป่าเขามาจากประเทศเพื่อนบ้าน มีการสะพายเป้ และพกอาวุธปืนมาด้วย เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้กลุ่มคนดังกล่าวหยุดเพื่อทำการตรวจสอบ แต่กลุ่มคนดังกล่าวกลับใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น ประมาณ 5 นาที กลุ่มคนดังกล่าวได้ล่าถอยออกไป โดยฝ่ายทหารไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ หลังจากการปะทะได้มีการประสานงานขอกำลังเสริม 2 ชุดปฏิบัติการเพื่อวางกำลังควบคุมพื้นที่เอาไว้เพื่อรอพิสูจน์ทราบ จนกระทั่งฟ้าสางจึงเข้าตรวจสอบ
เบื้องต้นพบกระสอบฟางสีรุ้งดัดแปลงเป็นเป้สะพาย 5 ใบ เมื่อเปิดออกภายในพบเป็นยาบ้า จำนวนประมาณ เป้ละ 2 แสนเม็ด รวมจำนวนประมาณ 1 ล้านเม็ด จึงตรวจยึดพร้อมส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.แม่ฟ้าหลวง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปปะทะเดือด ขบวนการค้ายายึดได้ 1 ล้านเม็ด กลางป่าบ้านแม่คำน้อย อ.แม่ฟ้าหลวง เชียงราย
>> ศาลออกหมายจับ อดีตปลัด อบจ.ปทุมฯ เบี้ยวฟังคำพิพากษาคดี ปมทุจริตถุงยังชีพ
15.55 น. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 สระบุรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชาญ พวงเพ็ชร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ปทุมธานี กับพวกรวม 7 คนเป็นจำเลย ในคดีหมายเลขดำ ในข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ในกรณีถูกกล่าวหาว่า ทุจริตในการจัดซื้อถุงยังชีพในโครงการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอุทกภัยใน จ.ปทุมธานี จำนวน 2 ครั้ง เมื่อปี 2554 มูลค่าหลักล้านบาท
โดยวันนี้จำเลยทุกคนเดินทางมาศาลยกเว้น นายเดชา พวงงาม อดีตปลัด อบจ.ปทุมธานี จำเลยที่ 3 ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการฟังคำพิพากษาเนื่องจากมีการเจ็บป่วยไม่สามารถมาศาลได้
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า น่าเชื่อว่าอาการเจ็บป่วยของจำเลยที่ 3 ไม่ร้ายแรงถึงกับจะมาศาลไม่ได้ ตามพฤติการณ์เชื่อว่าจำเลยที่ 3 เจตนาจงใจหลบหนี ไม่มาฟังคำพิพากษา ให้ออกหมายจับจำเลยที่ 3 ปรับผู้ประกันเต็มตามสัญญา และเนื่องจากจำเลยที่ 3 ไม่มาศาล จึงไม่อาจอ่านคำพิพากษาในวันนี้ได้ ให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 24 ต.ค. 67 เวลา 09.00 น.
>> รถพ่วง 18 ล้อเสียหลักชนกวาดรถยนต์ จอดข้างทาง คนขับถูกไฟคลอกเสียชีวิต
16.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา รับแจ้งอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อเสียหลักพุ่งชนรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วเกิดเพลิงลุกไหม้ ริมถนนสุวินทวงศ์ หมู่ 14 ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว
ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ฮีโน่ สีขาว ทะเบียน ฉะเชิงเทรา ลักษณะพุ่งชนลากรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า, รถกระบะ โตโยต้า รีโว่ และรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า วีออส ที่จอดอยู่เข้าไปในเพิงจอดรถสภาพพังยับเยินเสาไฟแรงสูงถูกชนหัก
ด้านหน้ารถบรรทุกถูกไฟเผาแต่ชาวบ้านช่วยกันดับไฟไว้ได้ก่อนลุกไหม้รถ ส่วนศพคนขับรถบรรทุกพ่วงช่วงขาถูกอัดติดคอนโซลรถ หน่วยกู้ภัยใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างออกมาแล้ว สภาพศพถูกไฟไหม้ตามลำตัวและช่วงท้อง
สอบสวนพยานทราบว่า เกิดเหตุเห็นรถบรรทุกแก๊สเบียดรถพ่วง 18 ล้อเสียหลักพุ่งชนรถยนต์ 3 คันที่จอดกินก๋วยเตี๋ยวอยู่หน้าร้านแรงกระแทกยังทำให้เสาไฟแรงสูงหักจนเกิดประกายไฟ ส่วนคนขับรถพ่วง 18 ล้อ หมดสติอยู่ภายในรถ พลเมืองดีต่างวิ่งออกมาช่วยเพราะเริ่มมีไฟลุกไหม้บริเวณด้านหน้ารถ ชาวบ้านพยายามนำกระป๋องตักน้ำมาสาดเข้าไปที่รถเพื่อดับไฟ แต่ไฟเริ่มโหมลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านต้องเปลี่ยนวิธีรีบดึงร่างคนขับรถพ่วง 18 ล้อออกมาแต่ก็ดึงไม่สำเร็จเพราะช่วงขาอัดติดกับพวงมาลัย ขณะที่เปลวเพลิงได้โหมลุกไหม้ลามมาถึงคนขับทำให้ชาวบ้านต้องถอยหนีออกมา คนขับเลยถูกไฟคลอกเสียชีวิต
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งรพ. พร้อมนำตัวคนขับรถบรรทุกแก๊สไปสอบสวน พร้อมประสานรถยกมาลากรถทั้งหมดพร้อมเจ้าของรถไปให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> เพลิงไหม้ภายในสำนักงานตรวจสอบบัญชี ย่านถนนเลียบคลองสอง เสียหายวอดทั้งห้อง
17.02 น สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุสำนักงานตรวจสอบบัญชีแห่งหนึ่ง ซอยเลียบคลองสอง 22 ถนนเลียบคลองสอง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ประกอบกิจการรับตรวจสอบบัญชี เเละเป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 4 ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้ห้องนอนเสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 15 ตารางเมตร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนัง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน
>> เชียงใหม่ ออกประกาศเตือน 4 อำเภอ รับมือพายุ เฝ้าระวังน้ำป่า ท่วมฉับพลัน
21.00 น นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ออกประกาศเตือนถึงประชาชนใน 4 อำเภอของเชียงใหม่ โดยแจ้งเตือน รับมือพายุ ดีเปรสชัน จ.เชียงใหม่ ที่ อ.แม่อาย อ ฝาง อ จอมทอง และ อ ฮอด โดยให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง ในวันที่ 17-23 กันยายน 2567 นี้
โดยทางจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับหนังสือจากอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เตือนเรื่องน้ำป่าไหลหลาก, น้ำท่วมฉับพลัน, น้ำท่วมขังทางภาคเหนือ และหนังสือประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “เรื่องพายุึดีเปรสชัน”โดยเชียงใหม่ ได้มอบหมายให้ทางป้องกันจังหวัดเชียงใหม่แจ้งไปยัง อำเภอต่าง ๆ ในเชียงใหม่ เพื่อเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก ,น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขัง ให้กับหน่วยงานในพื้นที่และประชาชน
>> รถเก๋งเกิดอุบัติเหตุแล้วเพลิงลุกไหม้ เสียหายวอดทั้งคัน โชคดีไร้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
21.50 น. อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ ถนนสุวรรณภูมิ สาย 3 บริเวณจุดกลับรถ ใต้สะพาน บางกอกแอร์เวย์
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อฟอร์ด ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร เกิดอุบัติเหตุและมีเพลิงลุกไหม้ จึงประสานงานรถน้ำ อบต.บางโฉลง และอาสาสมัครบรรเทาบางพลี ระดมหัวฉีดน้ำเพื่อดับเพลิง จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา ขณะเกิดเหตุ ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว